ครูพาเด็กดูพระจันทร์ได้ดั่งใจ (ถ้ายังไม่ลืมการจัดการความรู้)

ช่วงนี้เจ้าต้นไม้การบ้านต้องดูพระจันทร์แล้ววาดรูปส่งครู เราตกลงกันไว้ว่าเมื่อ อ.จัน กลับมาถึงบ้านจากการเป็นวิทยากรที่ตรังแล้ว เราจะไปดูพระจันทร์กันบนเขาคอหงส์แล้วก็เลยไปกินข้าวเย็นด้วย

พอ อ.จัน กลับมาถึงผมก็พาทั้งสองคนไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้านอร่อยที่เพื่อนผมพึ่งแนะนำแล้วกลับบ้านโดยลืมดูพระจันทร์ไปสนิท

ตื่นมาเช้านี้เจ้าต้นไม้นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ดูพระจันทร์ มือผมเร็วเท่าความคิดผมรีบถามอาจารย์กู (Google) ทันที ปรากฎว่ามีเว็บไซต์ที่มีภาพพระจันทร์ทั้งแบบสดๆ และเป็นภาพวาดมากมาย

ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ รูปแบบการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนแปลงใหม่หมดแล้วเราจะได้ศักยภาพการเรียนรู้สูงขึ้นอีกมาก เด็กปอหนึ่งปัจจุบันอาจจะสามารถรับรู้เนื้อหาไปได้ถึงเด็กปอสี่ปอห้าทีเดียว แต่เรื่องเหล่านี้ต้องอาศัยการคิดวางแผนเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้คณะกรรมการอะไรสี่ห้าคนมานั่งฝันในห้องประชุมแล้วสั่งการลงมาให้ปฎิบัติเหมือนครูเป็นหุ่นยนต์

เรื่องนี้ซับซ้อนครับ ปล่อยให้ครูคิดเองก็ต่างคนต่างคิดไม่มีการบันทึกเป็นบทเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อยอดระหว่างกัน

เดี๋ยวนี้ "การจัดการความรู้" กลายเป็นเรื่องเก่าไม่สนใจกันแล้วตามประสาไทยๆ ที่เห่ออะไรก็ทำกันเป็นช่วงๆ ไม่มีการสืบต่อเนื่องให้ได้ผล แต่กลายเป็นว่าปัจจุบันการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาผู้สอนในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กไทยกลับเป็นสิ่งที่ยิ่งจำเป็นมากยิ่งขึ้น ถึงขั้นว่าอาจจะเป็นเครื่องมือเดียวที่ทำให้การศึกษาไทยรอดจากความล้มเหลวอย่างที่เรากำลังเห็นในปัจจุบันได้

ขอคืนความสุขให้เด็กไทยโดยการส่งเสริมให้ครูร่วมกันพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนด้วยกันด้วยการจัดการความรู้ได้ไหมครับ?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พอไหว พอดี



ความเห็น (0)