ช่วงปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ประมาณปลาย ๆ ปี พ่อของฉันป่วย
ด้วยอาการของโรคอัมพฤกษ์...ต่อมาแพทย์วินิจฉัยด้วยการ Scan
สมองด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์...บอกว่า...พ่อมีเส้นเลือดแตกในสมอง
โดยกระจายไปทั่วสมอง...ฉันพาไปรักษาที่โรงพยาบาลพรหมพิราม
โรงพยาบาลพิษณุโลก โรงพยาบาลพุทธชินราช คลีนิคหมอวีระพันธุ์
ซึ่งเป็นคลีนิคหมอที่ดูแลระบบประสาท...พ่อได้ทานยามาตลอด...
ฉันได้ฟังหมอเล่าอาการของพ่อ...ทุกวันนี้นับจากพ่อจากไปแล้ว...
คำพูดของหมอ...ฉันยังจำได้ดีเสมอ...ท่านบอกว่า...นี่คือ...
อาการของโรคอัลไซเมอร์...ความจำของลุงจะค่อย ๆ เสื่อมถอยลง
ไปเรื่อย ๆ สุดท้ายลุงก็จะจำอะไรไม่ได้เลย...และก็จะจากเราไป
เป็นจริงที่หมอบอก...สุดท้ายก่อนพ่อจะจากไป พ่อให้ฉันและครอบครัว
ได้เรียนรู้ชีวิตของพ่อจากการเจ็บป่วยของพ่อ...เกือบ ๔ ปีเต็ม...
ฉันได้ดูแลพ่อ...และหน้าที่หลัก คือ พ่อของพี่ภัครได้ดูแลเป็นหลัก
เนื่องจากเกษียณแล้ว...พวกเราได้เรียนรู้ เรื่อง การเจ็บป่วยของพ่อ
ว่าคนป่วยด้วยโรคนี้จะมีอาการเป็นเช่นไร?...พ่อ คือ ครูให้พวกเรา
ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง "ชีวิต"...
ยามพ่อจะจากพวกเราไป...พวกเรา (ฉัน + แฟนฉัน + พี่ภัคร +
น้องเพรียง + น้องอ้อม + รวมถึงเจ้าฟ้าคราม) ได้เรียนรู้จากพ่อ
ยามที่พ่อจะจากพวกเราไปว่า...การที่คนใกล้ตายนั้น เขาจะมี
ลักษณะอาการเป็นเช่นไร?...ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า..."การตาย
เป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวเลย"...พวกฉันได้เรียนรู้ เรื่องหลักธรรม (ธรรมชาติ
ของชีวิตมากขึ้น) เรียกว่า เกือบครบหลักสูตร...
ขอบคุณ พ่อ - แม่ ที่ได้ให้พวกลูก ๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจ เรื่อง
"การใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์มากยิ่งขึ้น"...พ่อ - แม่ คือ ครูคนแรก
จนถึงวาระสุดท้ายของท่าน...
...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๘ มกราคม ๒๕๕๘
...
(สุดท้ายแล้ว...มนุษย์เราก็เหลือเพียงเท่าภาพข้างล่างนี้ไว้บนโลกมนุษย์
และคุณงามความดีที่ได้กระทำเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึง)...
ขอร่วมรำลึกถึงคุณพ่อที่จากไปแต่กาย ท่านทิ้งบทเรียนอันมีค่าไว้เป็นมรดกของลูกหลานค่ะ..
ขอบคุณค่ะ พี่นงนาท
ถูกต้องเลยค่ะ เป็นบทเรียนที่ลูก ๆ ทุกคนได้เรียนรู้จากท่านค่ะ
ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุกท่านด้วยค่ะ
บทเรียนชีวิตที่ดี คือเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
จะเข้าใจอย่างถ่องแท้
ขอเป็นกำลังใจค่ะ
อ่าน และร่วมรำลึกถึงคุณพ่อผู้จากไปนะคะ