ขอบพระคุณพระองค์ท่าน(ตอนที่2)

ปี 48 เจี๊ยบเรียนจบ ทุกคนในครอบครัวเห็นว่าเจี๊ยบโตพอแล้ว จึงตัดสินให้เจี๊ยบเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งปากและจมูกใหม่ เป็นโชคดีของเจี๊ยบจริงๆที่ช่วงเวลานั้น มีโครงการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขปากแหว่ง-เพดานโหว่เฉลิมพระเกียรติที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และพี่เขยก็มีเพื่อนเป็นหมอที่นั่นพอดี จึงได้ทำเรื่องเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลรามาฯและเข้าร่วมโครงการนั้นไปด้วยค่ะ โครงการที่ว่านี้ไม่ได้ผ่าตัดแก้ไขเพียงแค่เด็กหรือคนที่เป็นปากแหว่งเพดานโหว่เท่านั้นนะคะ แต่รับคนไข้ที่มีความผิดปกติที่ใบหน้าด้วยค่ะ

ที่อยากจะขอบพระคุณพระองค์ท่านสำหรับเรื่องนี้ เป็นเพราะพระบารมีของพระองค์ท่านโดยแท้ที่ทำให้เจี๊ยบได้รับการผ่าตัดแก้ไขโดยอาจารย์หมอเฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไพร อาจารย์หมอหล่อและใจดีมากค่ะ(555) ถ้าไม่เชื่อก็ลองค้นหาข้อมูลของอาจารย์หมอได้เลยนะคะ จะได้รู้จักไว้ค่ะ และที่สำคัญอาจารย์หมอเก่งมากๆค่ะ เจี๊ยบก็เลยมีริมฝีปากและจมูกที่ดูสวยขึ้นและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจขึ้นจนถึงวันนี้ค่ะ

เรื่องที่สามที่อยากจะขอบพระคุณพระองค์ท่านอย่างที่สุดอีกครั้ง ก็คือเรื่องของแม่ค่ะ แม่เจี๊ยบต้องเจ็บปวดทรมานกับอาการข้อเข่าเสื่อมมานานนับ10ปี จนวันนึงความเจ็บปวดนั้นรุนแรงถึงขั้นที่ทำให้แม่เดินไม่ได้แล้ว เจี๊ยบสอบถามข้อมูลเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมพบว่ามีค่าใช้จ่ายที่สูงมากๆ แน่นอนว่าเจี๊ยบกับพวกพี่ๆไม่มีเงินมากพอจะรักษาแม่ เจี๊ยบเครียดมาก สงสารแม่ใจแทบขาด ตอนนั้นจำได้ว่าตัวเองต้องสวดมนต์ไหว้พระเพื่อขอพรให้มีโชคดีและเพื่อข่มความรู้สึกเศร้าเอาไว้ไม่ให้แม่เห็น เรียกได้ว่าบ้าเลย สวดแบบเอาเป็นเอาตายอยู่นานหลายเดือน จนปี53 เหมือนมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริงๆ เช้าวันหนึ่ง ขณะที่กำลังดูข่าวทางช่อง9 อยู่ๆตาก็มองเห็นข้อความที่วิ่งๆอยู่ข้างล่างจอ มีความว่า ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมผ่าตัดข้อเข่าเข้าร่วมโครงการผ่าตัดข้อเข่าเทียมเฉลิมพระเกียรติที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โดยกรมแพทย์ทหารอากาศ ได้จัดทำโครงการผ่าตัดข้อเข่าเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระชนมายุ 84 พรรษา โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ภายในช่วงเวลา 5 ธันวาคม 2553 ถึง 5 ธันวาคม 2554 รวมระยะเวลา 1 ปี โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งครอบคลุมข้าราชการ และครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไปสิทธิประกันหลักสุขภาพ และประกันสังคม ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เจี๊ยบเด้งจากทีนอนแบบสุดตัว ใจจดจ่ออยู่กับข้อความและเบอร์โทรศัพท์นั้น และเมื่อได้เบอร์มาก็โทรไปที่โรงพยาบาลทันที

พอได้ยินเสียงปลายทางรับสาย หัวใจเต้นรัวมากค่ะ พยาบาลที่รับสายก็อธิบายโครงการไปเรื่อยๆ ฟังเพลินๆจนมาสะดุดที่ประโยคที่ว่า จะบันทึกชื่อคุณแม่ของคุณไว้นะคะ แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะได้รับเลือกให้เข้าผ่าตัดไหมนะคะ ได้ยินตรงนี้แล้วมันอ่อนแรงลงไปเลย เพราะไม่รู้ว่าแม่จะโชคดีไหม หลังจากวางสายก็เหมือนเดิมค่ะ สวดมนต์ไหว้พระขอพร เรื่องก็เงียบหายไปอยู่พักนึง จนประมาณเดือนพฤษภาคม เจี๊ยบก็ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลภูมิพลฯแจ้งว่า แม่เจี๊ยบได้รับเลือกให้เป็นคนไข้ในโครงการผ่าตัดข้อเข่าเทียมเฉลิมพระเกียรติฯ ตอนนั้นดีใจสุดๆเลยค่ะ นี้ก็เพราะพระบารมีของพระองค์อีกครั้งที่ทำให้แม่ได้เข้ารับการรักษาในเดือนมิถุนายนปี54จากอาจารย์หมออีกเช่นกัน คุณหมอและพยาบาลที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ น่ารักและใจดีทุกคน แม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีมากๆค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือ ฟรีทุกอย่างค่ะ

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดครั้งนั้นจะทำได้เพียงแค่ข้างเดียวก็ตาม (อีกข้างกลับมาทำที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีในปีต่อมาค่ะ) แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่ยิ่งใหญ่มากที่ทำให้แม่ได้คลายความเจ็บปวดที่อดทนมานานสิบกว่าปีลงไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะพระบารมีของพระองค์ท่าน แม่ก็คงไม่ได้อยู่กับลูกๆอย่างมีความสุขจนทุกวันนี้

สุดท้าย ลูกคนนี้อยากบอกพ่อเหลือเกินว่าพ่อเป็นเสมือนดั่งเทพเทวดาบนดินที่ลงมาโปรดครอบครัวลูกและประชาชนคนไทยทุกคนที่รักพระองค์ ให้หายให้คลายจากความทุกข์ ลูกไม่อาจจะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ได้หมด ลูกจึงทำได้แค่ให้คำมั่นสัญญาอยู่ภายในใจว่า ลูกจะเป็นคนดี เป็นพลเมืองที่ดีของพระองค์และจะขอเป็นข้ารองพระบาทของพระองค์ทุกชาติไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน I LOVE THE KING



ความเห็น (0)