การเดินทางไปเที่ยวกับสาวน้อยคราวนี้ ผมอยู่ในสภาพร่างกายและจิตใจเหมือนไปเที่ยวคราวที่แล้ว คือตอน ไปฝรั่งเศสกับสวิส ซึ่งผมคร่ำเคร่งทำงานจนวันสุดท้ายก่อนเดินทาง พื้นที่สมอง (working memory) ของผมอยู่กับงาน โดยไม่ได้นึกถึงเรื่องไปเที่ยวเลยจนก่อนเดินทาง ๑ วัน คือวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๗ ผมจึงชวนสาวน้อยคุยเรื่องไปเที่ยว สาวน้อยคงจะเห็นใจผม ที่ต้องเผชิญวิกฤติสภามหาวิทยาลัยมหิดลจึงไม่รบเร้าให้ผมคุยเรื่องการเตรียมตัวไปเที่ยว

ค่ำวันที่ ๑๗ ตุลาคม การประชุมมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลใช้เวลาสั้นกว่าทุกครั้ง จบภายใน ๑๘.๑๕ น. ในขณะที่ตามปกติจะประชุมถึง ๑๙ น. ผมออกจากวังสวนจิตรลดานั่งรถไปพญาไทพลาซ่า ไปอาบน้ำที่คอนโดของลูกสาวและรับสาวน้อย ไปสนามบินสุวรรณภูมิ

บัตรทองของการบินไทย ช่วยให้เรา เช็ค-อิน ได้สะดวก ราวๆ สองทุ่มครึ่งเราก็ไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ และกินอาหารเย็นที่ห้องรับรองของการบินไทยโดยใช้สิทธิ์บัตรทองเช่นเดียวกัน

เครื่องบินเป็น Airbus 380-800 จุผู้โดยสาร ๕๐๗ คน ชั้นประหยัดที่นั่ง 3-4-3 มีจอ LCD ให้ข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงอยู่ที่พนักเก้าอี้ตรงหน้าเส้นทะแยงมุมของจอประมาณ ๑ ฟุต ตาของผมไม่ดี จึงใช้ประโยชน์ได้ไม่ดีนัก อ่านตัวหนังสือไม่ออก ได้ลองดูหนังเรื่อง ดร. ชิวาโก ไปช่วงหนึ่ง

ที่ประทับใจคือบริการอาหารที่ดีมาก ทั้งตัวอาหารและบริการ เริ่มจากเสิร์พเครื่องดื่มที่สาวน้อยขอน้ำแอปเเปิ้ลและผมขอยินโทนิก เครื่องดื่มในชั้นประหยัดของการบินไทยคุณภาพไม่ต่างจากของชั้นธุรกิจมากนัก อาจเป็นเพราะลิ้นของผมแยกแยะไม่เก่งก็ได้ อาหารหลักมีให้เลือก ๒ อย่าง คือปลาแซมมอน กับไก่ เราเลือกปลาทั้งคู่อร่อยจริงๆ เสิร์พมาพร้อมกับสลัดส้มโอและขนมเค้กบราวนี่ อร่อยมากทุกอย่าง

อาหารหลักกินกับไวน์ขาว ซึ่งก็อร่อย และรินให้ไม่อั้น ผมดื่มเสีย ๔ แก้ว (เล็กๆ) ตามด้วยบรั่นดีตบท้ายมึนได้ที่ แล้วนอน

ผู้โดยสารในชั้นประหยัดเต็มประมาณ ๙๐% มีคนเอเซียมากพอๆ กันกับฝรั่ง คนไทยก็มาก สาวน้อยบอกว่าช่วงนี้โรงเรียนปิดเทอม คนไปเที่ยว ที่สนามบินสุวรรณภูมิผมสังเกตว่าแขกมากกว่าสมัยก่อน ลักษณะน่าจะเป็นแขกอินเดียแสดงว่าคนอินเดียซึ่งมีกว่าพันล้านคนเป็นคนมีฐานะดีจำนวนหนึ่งและออกมาเที่ยวนอกประเทศ ทำให้ผมนึกว่า ประเทศไทยต้องเอาใจใส่พัฒนาระบบบริการการท่องเที่ยวให้เป็นระบบครบวงจรทำความเข้าใจนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มๆเพื่อจัดบริการให้ถูกใจ

ผมคิดว่าการบินไทยมีข้อได้เปรียบตรงนี้ตรงที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ซึ่งโอกาสที่เขาจะเลือกบริการของการบินไทยก็สูง ผมเชื่อว่า หากการบินไทยมีการบริหารอย่างมืออาชีพและซื่อส้ตย์สุจริตไม่ถูกเบียดบังจากนักการเมือง เราน่าจะแข่งขันได้ ประสบการณ์การนั่งเครื่องบินสายการบินไทยในชั้นประหยัดคราวนี้ให้ความรู้ผมหลายอย่าง

อุตสาหกรรมออกแบบและผลิตเครื่องบินก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆเครื่อง A380 ให้ความสะดวกสบายขึ้นมาก ที่เก็บของเหนือศีรษะขนาดใหญ่ขึ้นมาก สามารถรองรับกระเป๋าติดตัวใบโตๆ ได้ เคบินของชั้นประหยัดมีถึง ๔ ตอน สาวน้อยกับผมนั่งที่นั่ง 35F/G อยู่ในเคบินหน้าสุดและมีบันไดขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเป็นชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจแต่เขาปิดบันไดไว้

บนเครื่องบินผมอ่านหนังสือ ใครๆ ก็ไปเที่ยวเยอรมนี แต่งโดยอดิศักดิ์ จันทร์ดวง เตรียมเที่ยวเต็มที่ ถือเป็นคู่มือเที่ยวแบบเดียวกับตอนไปฝรั่งเศสและสวิส

นิตยสาร ไทม์ ฉบับวันที่ ๒๐ ตุลาคม หน้า ๑๐ - ๑๒ ลงเรื่อง The Good Doctor Cynthia Maung's simple border clinic is a lifesaver for Burma's downtrodden เป็นเรื่องคลินิกหมอซินเธียที่ ตำบลแม่ตาวอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก ผมตกใจที่บทความบอกว่าคลินิกนี้มีเจ้าหน้าที่ถีง ๕๐๐ คน ใช้เงินปีละ ๖๐ ล้านบาท จากเงินบริจาคจากต่างประเทศ บทความบอกว่า คลินิกนี้ไม่ได้ดูแลเฉพาะความเจ็บป่วย แต่ช่วยเหลือคนทั้งคน เพราะคนยากลำบากเหล่านี้ ไม่ได้เผชิญเฉพาะปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ ยังเผชิญปัญหาสังคมอีกมากมาย

หลายปีแล้ว ที่ผมไม่ได้เดินทางไกลโดยเครื่องบินชั้นประหยัด การได้มีประสบการณ์ครั้งนี้ จึงเท่ากับช่วยให้ผมได้อยู่กับชีวิตที่พอเพียง ไม่เสพสุขจนเคยชิน

เนื่องจากเครื่องบินออกช้าจึงถึงช้าไป ๒๕ นาที คือถึง 6.25 น. ของวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๗ ดีมากที่นักบินกล่าวขอโทษอุณหภูมิ ๑๒ องศา ออกมาผ่านตรวจคนเข้าเมือง เราโชคร้าย ไปเข้าแถวที่มีนักท่องเที่ยวไทย มากับบริษัททัวร์มีคนสาวๆ หลายคน พอถึงสาวๆ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็ซักละเอียด และใช้เวลามาก เราเสียเวลากับปัญหานี้ประมาณ ๒๐ นาที ตอนถึงเรา เจ้าหน้าที่ถามว่าไปไหนบ้าง ตอนผ่านตรวจศุลกากร เจ้าหน้าที่ถามว่าเอาเงินสดมาเท่าไรผมตอบว่า ๘๐๐ ยูโร เขาก็ให้ผ่าน

ไปที่ เคาน์เตอร์ Hotel & Tour ซื้อ Frankfurt Card ชนิด ๒ วัน คนละ 14.5 € เขาบอกว่าช่วงนี้รถไฟสไตรค์จะมีจะวิ่งชั่วโมงละเที่ยวเท่านั้น วันจันทร์จะเลิกสไตรค์ ผมถามทางไปเรื่อยๆ ลงไปนั่งรอที่ชานชาลา 1 มีคนมานั่งรอและต่อมายืนรอ กว่าร้อยคน ประกาศของรถไฟเป็นภาษาเยอรมันเท่านั้นเราต้องใช้วิธีถามคนเยอรมัน

รถไฟมาเวลา ๘.๒๒ น. คนแน่นเบียดเสียดเยียดยัดแต่โชดดีที่เราได้ที่นั่ง รถแล่นประมาณ ๑๕ นาที ระหว่างทางจอดหนึ่งสถานี ก็ไปจอดที่สถานีสุดท้าย Frankfurt Haupbahnhof ซึ่งน่าจะแปลว่าสถานีกลางแฟรงค์เฟิร์ต เราออกมาถามทางวนไปวนมาเกือบครึ่งชั่วโมงจึงไปถึงโรงแรม Monopol ซึ่งอยู่ใกล้ๆ สถานีนั่นเองเมื่อหาพบแล้วก็ถือว่าอยู่ใกล้สถานีมากและเป็นโรงแรมระดับสี่ดาวมีน้ำขวดในตู้เย็นมากมายให้กินฟรี ที่ ล็อบบี้ ก็มีผลไม้ ขนม และเครื่องดื่มบริการฟรี อินเทอร์เน็ตก็ฟรี และเร็วมาก และห้องก็กว้าง ถือว่าดีมาก ในราคาที่ไม่สูงมาก คือ ๒๕๕ ยูโรต่อสามคืน

สาวน้อยอ่านหนังสือเตรียมตัวล่วงหน้ามาอย่างดีเพราะเราเดินทางแบบช่วยตัวเอง ไม่ได้ใช้บริการของบริษัททัวร์เลย

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๗ วันกลับ

เราออกจากโรงแรม Leonardo ที่มิวนิก ๖.๑๐ น.เดินไป ๕ นาที ก็ถึงสถานี ไปถึงหน้าชาลา ๒๓ รถ ICE 728 เข้าเทียบชาลาพอดีเรามีเวลาตรวจสอบป้ายที่ตัวรถ หาโค้ชหมายเลข ๒๕ ขึ้นไปหาที่นั่ง ๔๑, ๔๒ ได้ตามสบาย แต่โชคไม่ดี เป็นที่นั่งไม่มีหน้าต่างอีกแล้ว เราขึ้นไปเป็นคู่แรกแล้วก็มีผู้โดยสารอื่นขึ้นมา ทุกคนจองที่นั่งไว้ทั้งนั้น ผู้หญิงเยอรมันคนหนึ่งตัวเตี้ยเห็นเราไม่ได้ยกกระเป๋าขึ้นไว้บนชั้นเหนือศีรษะก็ถามเราว่า เอากระเป๋าไว้ที่ไหน ผมเดินไปชี้ว่าไว้ตรงซอกระหว่างที่นั่งที่หันหลังเข้าหากันและยังมีอีกที่หนึ่งอยู่ตรงกันข้าม เขาว่าเข้าท่า และจะยกกระเป๋าของตนลง เอาไปไว้ที่นั่นผมจึงช่วยยกเอาไปไว้จะเห็นว่า ประสบการณ์เป็นการเรียนรู้

ผู้โดยสารแน่นตั้งแต่ออกจากสถานีต้นทาง เกือบเต็มทุกที่นั่ง รถ ICE ทุกขบวน มีแผ่นพับ Your Travel Guide ให้ บอกเวลาถึงและเวลาออกจากแต่ละสถานีและบอกว่าที่สถานีนั้นๆ ไปต่อรถขบวนใด ไปที่ไหนได้บ้าง รวมทั้งบอกบริการต่างๆ ที่มีให้ในรถและในสถานีรถไฟ บนรถ มีสามีภรรยาคู่หนึ่งเตรียมอาหารมาปิกนิกบนรถ สาวน้อยชอบใจ หากมีโอกาสอีกเธอคงทำบ้าง

รถไฟถึงสถานี Frankfurt Flughafen เวลา ๑๐.๒๒ น. ตรงเวลา เราถามทางไปเช็คอินที่การบินไทยเซ็กชั่น C เจ้าหน้าที่เป็นฝรั่งผู้หญิงไม่คล่องคงจะเพิ่งเข้างานไม่นานแต่ supervisor ที่เป็นแขกตัวสูงรู้เรื่องดี และอัธยาศัยดี

เราผ่าน security และตรวจคนเข้าเมืองแบบที่ไม่เคร่งครัดไปนั่งที่ห้องรับรองของ Lufthansa มีอาหาร ผลไม้ ขนม และเครื่องดื่ม อุดมสมบูรณ์มากและมี WIFI ที่แรงมากให้ใช้ โดยไม่ต้องมี password และคนก็ไม่แน่น ห้องรับรองนี้อยู่ที่ Gate B43 ใกล้กับ B46 ที่การบินไทยออก

ผู้โดยสารในเครื่องบินเที่ยวกลับเป็นฝรั่ง ๙๐% เดาว่าหนีหนาวมาเที่ยว บริการบนเครื่องดีเหมือนตอนขาไป เราได้ที่นั่ง 36 EF แถวเดียวกันกับขาไป แต่สลับข้าง ผู้โดยสารเที่ยวนี้ไม่เต็มมีที่นั่งด้านหน้าสุดว่าง ๓ ที่เขามาเชิญเราไปนั่งเหยียดเท้าได้ยาวดี มีผู้โดยสารหลายคนได้นอนยาวในที่นั่ง ๓ - ๔ ที่

เป็นการเดินทางที่ผมแทบนอนไม่หลับเลย แม้จะใช้ ลอราซีแพมช่วย เดินทางครั้งนี้ผมกินยานอนหลับ ลอราซีแพม เพียง ๒ เม็ดคือบนเครื่องบินขาไป ๑ เม็ดขากลับ ๑ เม็ด แต่แปลกมากตอนขากลับยาไม่ออกฤทธิ์

วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๙ โมงเศษๆ สาวน้อย (ร้อยชั่ง) กับผมก็กลับถึงบ้าน รู้สึกเต็มอิ่มกับการเที่ยวครั้งนี้ ผมบอกสาวน้อยว่า เป็นผลงานชิ้นโบแดงของหัวหน้าทัวร์

วิจารณ์ พานิช

๓๑ ต.ค. ๕๗