รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประกอบด้วย

  1. เหรียญรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
  2. ประกาศนียบัตร
  3. เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ

ความเป็นมาของ "รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี" อ่านได้จาก website สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม หอประชุมคุรุสภาดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี พร้อมด้วย ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีเพื่อค้นหา "ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ศิษย์ สร้างแรงบันดาลใจและคุณูปการแก่วงการศึกษาไทย"

เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษาในปี 2558 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสสค.ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการปฏิบัติงาน ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดตั้ง "รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี" (Princess MahaChakri Award) รางวัลเกียรติยศแห่งความเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ครั้งแรกที่จัดขึ้นในระดับ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกันทั้ง 11 ประเทศ ซึ่งเกิดจากความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา แก่ประชาชนชาวไทยตลอดมา โดยตลอดเดือนกันยายนที่ผ่านมามีการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกระบวนการคัดเลือกและคุณสมบัติครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี แก่คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด 4 ภูมิภาค

ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่ารางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อมอบให้กับครูที่ทุ่มเทเพื่อศิษย์ในระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก รางวัลนี้ จึงเปิดโอกาสให้กับครูทุกคนไม่จำเป็นจะต้องเป็นครูในระบบเท่านั้น โดยเห็นว่าจุดแข็งคนครูไทย ที่สามารถสู้ได้ทัดเทียมครูระดับนานาชาติก็คือ ความเอื้ออาทร โอบอ้อมอารี นับญาติพี่น้อง โดยเฉพาะลูกศิษย์ที่ขาดที่พึ่ง บางครั้งครูเปรียบเสมือนกับแม่คนที่หนึ่ง ในโอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนให้ ลูกศิษย์ที่มีความประทับใจ ไม่ลืมครูที่ช่วงชีวิตหนึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตจนประสบความสำเร็จร่วมกันได้เสนอชื่อครูของท่านให้มีโอกาสรับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีเพราะครูที่ดีมักจะเอาแต่สอน ไม่สนใจทำผลงาน ดังนั้นคนที่รู้จักครูได้ดีที่สุดคือลูกศิษย์ การเสนอชื่อครูจึงเป็นโอกาสที่ ทำให้สังคม และคนทั่วโลกได้รับรู้ว่าประเทศไทยยังมีครูดีที่ให้ชีวิต สร้างแรงบันดาลใจแก่ศิษย์ โดยสามารถเสนอชื่อครูดีของท่านมาได้ที่คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ซึ่งมีจุดจัดการที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 ในทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2557

คุณสมบัติของครูผู้มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อ

คุณสมบัติทั่วไป

๑) เป็นหรือเคยเป็นครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานศึกษาของรัฐ เอกชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๒) เป็นหรือเคยเป็นครูนอกสถานศึกษาที่สอนผู้เรียนในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน

๓) เป็นผู้ปฏิบัติงานสอนและจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี

คุณสมบัติเฉพาะ

๑. เป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์เจริญก้าวหน้าสู่ความสำเร็จในชีวิต มีความอุตสาหะ ทุ่มเทในการทำภารกิจความเป็นครูโดยตลอดจนมีลูกศิษย์ที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายแวดวงอาชีพกล่าวยกย่องถึงคุณงามความดี

๒. เป็นครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา ทั้งในแง่การเป็นแบบอย่างทางจริยธรรมให้แก่เพื่อนครู หรือครูรุ่นน้อง และการทำงานทุ่มเทกับการสอน หรือการจัดการเรียนรู้ การค้นคว้าพัฒนาการสอนจนมีความแตกฉานทั้งในเรื่องเนื้อหาและการจัดกระบวนการการเรียนรู้ในส่วนที่รับผิดชอบ

ผู้มีสิทธิ์เสนอชื่อ

๑) ลูกศิษย์ที่เป็นศิษย์เก่า อายุไม่น้อยกว่า ๒๕ ปี เสนอชื่อครูผู้เคยสอนตนมาก่อน ในการเสนอชื่อ ลูกศิษย์ ๑ คน มีสิทธ์ในการเสนอชื่อครูได้เพียง ๑ คน โดยเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ณ จังหวัดที่ครูผู้รับการเสนอชื่อปฏิบัติงานอยู่

๒) องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่มีการคัดเลือกครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นการเฉพาะ เพื่อมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติอย่างเป็นระบบติดต่อกันทุกปีจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี

๓) สถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

๔) สมาคม มูลนิธิ และองค์กรที่มีภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นผู้สรรหาและเสนอชื่อครูในสังกัด หรือครูที่ปฏิบัติงานร่วมกันกับองค์กรของตน

การสรรหาและคัดเลือก

คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัล โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการ ๓ ระดับ โดยมีกระบวนการและขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ ๑ : การคัดเลือกระดับจังหวัด

คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด พิจารณาและคัดเลือกครูที่ได้รับมอบการเสนอชื่อตามสัดส่วนจังหวัด และจัดให้มีการรับฟังข้อทักท้วงผลการคัดเลือก จากนั้นส่งรายชื่อครูผู้ได้รับการคัดเลือกไปให้คณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง

ขั้นตอนที่ ๒ : การคัดเลือกส่วนกลาง

คณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง พิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อที่คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด (ในขั้นตอนที่ ๑) และรายชื่อจากองค์กรที่มีการคัดเลือกครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นการสอนเฉพาะมา แล้วคัดเลือกให้เหลือจำนวนไม่เกิน ๒๐ คน จัดให้มีกระบวนการทักท้วง และส่งรายชื่อครูผู้ได้รับการคัดเลือกลำดับที่ ๑-๓ ให้คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรี

ขั้นตอนที่ ๓: การพิจารณาตัดสิน

คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี พิจารณาตัดสินครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จำนวน ๑ คน จากรายชื่อที่เสนอโดยคณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง โดยพิจารณาจากเอกสาร หลักฐานที่ได้รับ และอาจใช้วิธีการอื่นที่เหมาะสมแล้วประกาศผลการตัดสินให้ทราบเป็นการทั่วไป

สำหรับในประเทศไทย มีการเพิ่มรางวัล

  • รางวัล "คุณากร" (ไม่เกิน ๒ คน)
  • รางวัล "ครูยิ่งคุณ" (ไม่เกิน ๑๗ คน)
  • รางวัล "ครูขวัญศิษย์" (จำนวนประมาณ ๑๕๙ คน)