การหาพระแท้จากตลาดล่าง

การหาพระจากตลาดล่างนั้น ท่านจะเจอพระไม่สวยอย่างค่อนข้างแน่นอน

เพราะพระสวยจะไม่หลุดลงมาตลาดล่าง


แม้ไม่สวย ท่านก็จะต้องสู้กับระบบคิดของคนขาย


แบบที่ 1: เขาดูเป็นกว่าท่าน หรือ ดูออกว่าแท้ เขาจะเปิดราคาแพง ตามราคาคุย เกินราคาที่ควรจะเป็นอย่างมาก

แบบที่ 2: เขาดูเป็นน้อยกว่าท่าน หรือ ดูไม่ออก เขาอาจจะลังเล ที่ท่านสามารถต่อรองได้ง่ายกว่า


แต่พระระดับนี้ ถ้าท่านไม่จับหลัก 3+2 แบบชัดๆ แม่นๆ ก็จะมีโอกาสหยิบพระเก๊มาอีกต่างหาก จึงถือว่ามีอัตราเสี่ยงสูงอยู่


และถ้าท่านยังไม่แม่นในหลัก 3+2 ระดับไหนก็มีพระเก๊ปนเข้ามาทั้งนั้น


ประกอบกับหลัก 3+2 อย่างมีปะสิทธิภาพ คือหลัก


ข้อ 6: ความแข็งและผิวกร่อนของเนื้อปูน ที่ต่างจากพลาสติก

ข้อ 7: การกร่อน และการงอกใหม่ ที่จะเห็นมวลสารครบถ้วน แลเก่าชัดเจน ในจุดดังกล่าว และ

ข้อ 8: ความหลากหลายของเนื้อ และพัฒนาการที่สอดคล้องกัน

ข้อ 9: พุทธศิลป์ ที่เป็นการอ่านความหมายของเส้นสายต่างๆ บนองค์พระ ใน 6 หัวข้อย่อย

ข้อ 10 : ตำหนิประจำบล็อก ที่ "เซียน" ถนัด และสอนให้คนอื่นทำตาม (แต่ช่างโรงงานพระเก๊ก็รู้ในเรื่องนี้)

ข้อ 11: การสัมผัส พระแท้จะมน ลื่น ของเก๊จะสากมือ

ข้อ 12: เสียงจากการลูบที่ผิว พระแท้จะเสียงต่ำ เพราะเนื้อแน่นกว่า พระเก๊จะเสียงสูง เพราะเนื้อจะเบากว่า สากมือกว่า

ข้อ 13: น้ำหนักพระแท้ จะหนักกว่า (Relatively)เพราะเนื้อแน่นกว่า (ที่ต้องอาศัยประสบการณ์สูงมาก)

ข้อ 9-13 เป็นหลักสูตรขั้นสูง ยังไม่เปิดสอนเป็นทางการ มาเรียนส่วนบุคคลได้ครับ


ฉะนั้น เบื้องต้น คือจับหลัก 5 ข้อ 3+2

ขั้นกลาง 6-9

ขั้นสูง 10-13 และ รายละเอียดอื่นๆ.............


นี่คือหลักการโดยรวมครับ ใช้ให้ถูก แล้วท่านจะถือว่าดูเป็น แต่กับพระที่หายาก นั้น ท่านต้องเห็นทางด้วยครับ

ไม่งั้นไม่มีทางเจอครับ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนประวัติศาสตร์จากของเก่า



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

ทุกข้อที่อาจารย์กล่าวมา ต้องเริ่มจากการอ่านหรือรู้ประวัติของการสร้างองค์พระนั้นๆครับ ว่ามีการสร้างเก่าแค่ไหน? , มีกี่เนื้อ กี่พิมพ์ (ถ้าต้องการซื้อมา ปล่อยออกก็ต้องพิมพ์ที่เขานิยมกัน) , ตัวอย่างที่คนที่เข้ามาวงการใหม่ๆ ก็จะจับพระเบญจภาคีเลย โดยไม่อ่านประวัติการสร้างเลย ไปเข้าทาง คนที่โดนคดีดังในอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่แอบอ้างเบื้องสูง เช่นพระสมเด็จฯองค์เขื่อง ฝังเพชร ฝังพลอย ดูเนื้อก็เก่า (จะไม่เก่าได้อย่างไร เมื่อพระสมเด็จฯทำปลอมกันมาตั้งแต่ สมเด็จโต สิ้นไปไม่นาน) ว่าเป็นพระที่สร้างมาเพื่อนำถวายให้ เจ้านายชั้นสูง (บนเหล่าเต็ง จีนแปลว่าชั้นบนบ้าน..ฮา..) เอ็งอย่ามาเถียง หรือแกเกิดมาทันรึเปล่า..? คนจำพวกนี้ ต้องถอยไปห่างๆครับ สรุปแล้ว มาเรียนกับอาจารย์แสวงซึ่งดูแบบวิทยาศาสตร์ดีกว่าครับ แต่ต้องมีพื้นฐานมาบ้างคืออ่านประวัติการสร้าง และประวัติศาสตร์มาบ้างพอสมควรครับ ขอบคุณและสวัสดี มีพระแท้ไว้ครอบครองครับ..

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

ดูรูปพระสมเด็จฯจากนสพ.บ้านเมือง ที่บอกเป็นพระผ่านการประกวดมาแล้ว และมาเทียบกับคำอธิบายวิธีดูพระสมเด็จฯพิมพ์ใหญ่ทั้ง 4 พิมพ์ของคุณนิรนาม ที่เขียนลงในหนังสือ PRECIOUS แล้วก็ให้เกิดความสงสัย ที่ว่า 1. ลักษณะเส้นซุ้มเข้าพิมพ์ที่ 1 ก็ดูแปลกๆ ตรงแขนซ้ายเส้นซุ้มไปจรดกับขอบบังคับพิมพ์ไม่ตรงกึ่งกลางของแขน แต่ไปจบลงตรงขอบพิมพ์พระเลย ขอบซุ้มด้านในก็ไม่ตั้งฉากกับพื้น กลับลาดเข้าหาองค์พระ และโค้งเท่ากันทั้ง 2 ด้าน ข้อที่ 2. แขนซ้ายใหญ่กว่าแขนขวา และอยู่ต่ำกว่าแขนขวา 3. องค์พระตั้งตรง ไม่เอียงไปด้านขวาของมือเรา ฯลฯ ครับที่สงสัยมานี้ตรงกับพิมพ์ใดครับ เสียดายไม่มีรูปด้านข้างและหลังให้ชม เอาเป็นว่า เรามาดูเนื้อพระตามแบบฉบับของท่านอาจารย์แสวงก็แล้วกันครับ..

อิอิอิ

เขียนเมื่อ 

ลองขยายภาพดู ถ้าเห็นไม่ผิดเส้นบังคับพิมพ์ด้านซ้ายมือ(ด้านขวาคนดู)จะมีเส้นลางๆตกช่วงกึ่งกลางแขนพอดี การดูรูปอย่างเดียวในส่วนที่เกี่ยวกับพิมพ์มีโอกาสพลาดง่ายเพราะมีปัจจัยเยอะพอสมควร ผมเอารูปพระแท้ไปลงเวปเปิดโอกาสให้วิพากษ์ ผลคือ กลายเป็นพระเก๊เพราะผิดพิมพ์บ้าง แต่ก็ไม่รู้สึกอะไรเพราะขนาดดูองค์จริงๆส่วนใหญ่ยังพลาดเลย ดูแต่รูปโอกาสผิดพลาดก็ยิ่งสูงครับ เพราะการถ่ายภาพและเลนส์กล้องก็มีส่วน ถ้าดูตามหลักการพัฒนาเนื้อแบบของอาจารย์ ถ้าเข้าแล้วไม่แพงก็ซื้อเอาไว้ก่อน ส่องนานพระแพงขึ้นครับ พิมพ์ทรงผิดเพี้ยนบ้างได้นะครับ เพราะทำด้วยมือทุกขั้นตอน จะให้เหมือนๆกันทุกองค์คงไม่ได้หรอกครับ องค์นี้ดูๆคล้ายพิมพ์เจดีย์ใหญ่ หรือประธานเจดีย์ ส่วนใหญ่เวลาดูรูปผมไม่เคยบอกว่าเก๊หรือแท้เลย แค่น่าจะเท่านั้นครับ รออาจารย์เปิดหลักสูตรแบบเป็นทางการ จะได้มีหลักเกณฑ์การพิจารณาที่มีมาตราฐานมากขึ้น ไม่งั้นคงมีคนสงสัยว่าองค์นี้เก๊/แท้ ได้ยังไง พอเป็นพระเซียนใหญ่ยิ่งไปกันใหญ่ครับ หวังว่าโครงการจัดหลักสูตรของอาจารย์คงสำเร็จได้โดยเร็ว เผื่อปัญหาความคับข้องหมองใจของนักสะสมหลายๆท่านจะได้เบาบางลงครับ..สวัสดีครับทุกท่าน...ห้อยพระดีกว่าห้อยซากสัตว์เพราะอย่างน้อย ก็เป็นพุทธานุสติ .....

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณวินิจจิต์ครับ ที่บอกว่าพระสมเด็จฯตามรูปที่ผมข้องใจว่าเป็น "พิมพ์ทรงเจดีย์" แต่เขาบอกว่าเป็นพิมพ์ใหญ่ครับ ดูแค่เส้นซุ้มก็ผิดแล้วครับ ถ้าจะเอากันแค่พิมพ์ที่เล่นกันตามสากล ถ้าเราต้องการเช่าพระหรือสะสมพระเพื่อเพิ่มมูลค่าในอนาคต ไม่ใช่เล่นพระแบบ "เล่นคนเดียว"

เช่น..พระสมเด็จฯของวัดขุนอินทประมูล ก็เล่นกันเฉพาะกลุ่มที่เขาเชื่อ ก็กลุ่มเดียว เช่ามาแล้วปล่อยได้ไหมครับ..? เล่นพระก็ต้องดูประวัติความเป็นมาว่ามีจริงหรือไม่..? สมัยหนึ่งก็มี "เสี้ยนพระ" ปล่อยข่าว "พระสมเด็จฯของวัดใหม่ทองเสน" ท่านตรียัมปวายท่านก็ฟันธงว่าไม่ใช่ ก็โดนด่าเปิง เพราะไปขัดผลประโยชน์เขาเข้า..

ครับ..สมัยนี้ระบบการพิมพ์หนังสือและกล้องถ่ายรูปก็ดีมากๆครับ เราก็ต้องเลือกซื้อหนังสือที่เชื่อถีอได้ ดูว่าใครเป็นผู้จัดพิมพ์หรือใครเป็นบรรณาธิการ กรณีพระสมเด็จฯ ก็มีมากพิมพ์ แต่เราก็ต้องเลือกเอาที่เขานิยมเล่นกันแบบสากล ไม่ใช่เล่นพระแบบเล่นคนเดียว เช่นพิมพ์พิเศษ แปลก เข้ารกเข้าพง เสียเวลาเปล่าๆครับ..จากนั้นก็ค่อยมาดูเนื้อองค์จริงว่าเป็นไปตามที่อาจารย์แสวงว่าไว้หรือไม่ต่อครับ..

สรุปตามความเห็นของผมคือดูพร้อมๆกันครับทั้ง "พิมพ์และเนื้อ" ถ้ารู้ประวัติการสร้างของพระที่เราต้องการสะสมด้วยก็มาถูกทางแล้วครับ..ขอบคุณครับ..