สำรวจจุดยืน

สำรวจจุดยืน

สองสามวันมานี้ มีอะไรเปลี่ยนแปลง ข้างใน สติดีขึ้น สมาธิ มาบ่อยขึ้น. แต่ข้อเสียเดิมๆ หลายเรื่องยังแก้ไม่ได้เห็นชัดๆก็เรื่องการเขียนบันทึก การนอนมาก การกิน

ชีวิตยังคงคล้ายการแยกส่วนอยูเป็นยังไง

อยู่ใกล้ๆครู ข้างในบริกรรมอุตหลุด แทบจะเรียกว่า รักษาจิตด้วยคำบริกรรมเลย

เพราะเหมือนข้างในมันรู้ว่า อยู่กับครูนาทีทอง ที่สำคัญเผลอทีไร กิเลสเอาไปกินทุกที

แต่ก็ยังพลาดนะ จิตปั้นมาท่าเดิมเลย เห็นชัดๆ ก่อนเดินเข้าไปหาครู ต้องยกทั้งคาถาที่ครูให้ไว้ ทั้งที่หลวงปู่ย้ำ วันนี้ให้มี พุทธังสะระนังคจฉามิ ธัมมังสะระนังคัจฉามิ สังคังสะระนังคัจฉามิ ไว้เป็นหลักยึดข้างใน

จากที่กิเลสวนๆ อยู่ แล้วก็ทำอะไรไม่ได้ เข้าไปหาครูเท่านั้นแหละ ท่านเมตตาให้ได้นวดให้

ที่มัวๆเหมือนมัว หนัก ในหัว หายวับ

ครูเมตตาให้โจทย์พาแม่ขาวน้อยไป กราบพระองค์ดำจากนาลันธา ที่แม่ชี้ศันสนี และทีมงานพาให้ชาวคำเขื่อนแก้วได้สักการะ รู้สึกดีใจในความเมตตาของครู ได้กราบขอให้ธาตุขันธุ์ หลวงปู่และครูแข็งแรง ขอให้คนในตนเองและครอบครัวมีดวงตาเห็นธรรม และพ้นวิบากนี้โดยไว

แต่โจทย์นี้ก็ไม่ได้ว่า ผ่านสำหรับตนเอง เพราะทำเวลาได้ช้ากว่ากำหนด 12 นาที ถ้าเป็นเครื่องบินก็ขึ้นไม่ทัน นี้คือ เสียงย้ำ แต่การไม่ผ่านไม่ใช่ไม่ได้บทเรียน มีหลายจุดที่ ย่นเวลาได้ เช่น การเดินทางขาไปใช้เวลานานพอสมควร ช่วงการสักการะ เหมือนหนูก็เพลินไปกับความสดใสเบิกบานของเด็ก ๆ เลยลืมกระชับเวลา

ส่วนที่อยู่กับผู้คนจิต จะคลายการบริกรรมลง เผลอบ่อย แต่ก็ยังมีสร้างภาพ ความดูดี แต่เนียนขึ้น

เวลาอยู่กับเด็กๆ ข้างในเริ่มมีถามขึ้นว่า ทำยังไงดี ลองฝึกแบบที่ครูสอน Dialog สื่อสารจากข้างในก่อนค่อย สื่อสารออกมาจากข้างนอก

จากที่ครูสอน รู้เลยว่า ที่ผ่านมา ข้างในด่า แต่ข้างนอกพูดหวาน

พยายามกลับทางใหม่ จัดการข้างในก่อนที่จะพูดกับเด็ก แต่วันนี้ผลออกมาก็ยัง ไม่สำเร็จ เด็กเขาก็สดใสตามธรรมชาติ ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ตามธรรมดา

ส่วนชีวิตที่อยู่คนเดียว แม้จะมุ่งมั่นมากขึ้น แต่การอยู่คนเดียวกลับ เป็นความไม่มุ่งมั่น ดีที่ครูเมตตามอบภารกิจ จดจ่ออยู่กับภารกิจ ตอนกลางวันพอได้

ส่วนตอนเย็นนี่ โดนการนอนมากเล่นงานอยู่

มีเรื่องให้เเก้ไข อีกมากทั้ง กาย วาจา ใจ

ข้างในมีความแน่วแน่มากขึ้น เหมือนรับกระแสความเมตตาจากครูที่แผ่ไปอย่างไพศาบได้ จากที่เมื่อก่อนรับแทบไม่ได้แถมยังผลักไส อยู่ใต้ร่มโพธิ์ความเมตตาของครูได้เย็นขึ้น

ย้ำชัดๆ กับตนเองว่า จิตยังคงปั้นมาท่าเดิม กับสถานะการณ์เดิมๆ ที่ใจเข้าไปสัมผัส

วิธีการคือ ตั้งสติ ดู ถ้าใจเห็นแล้วยอมรับ มันจะค่อยๆ ได้รับการแก้ไข ถ้ายังแก้ไม่ได้ อดทนไปก่อน รักษาจิตไว้ด้วยคำบริกรรม

อยู่กับครูบาอาจารย์ยังไงท่านก็ เมตตาชี้ทาง มีวันนี้ได้ก็เพราะครู ถ้าท่านไม่เมตตาดึงไว้ เคี่ยวเข็นสอนสั่ง เรียกได้เลยว่า หนูหมดโอกาส บุญกุศลใดที่เกิดขึ้นขอถวายบูชาครู และบิดามารดา สาธุ สาธุ สาธุเจ้าค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพียงเพียรพอ



ความเห็น (0)