ฉัน “แก่แดด” และ “อาบแสงสี”


................คนที่เกิดมาจน อาจจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาชีวิตของตนเอง ทำให้เกิดคำถามโง่ ๆ
ที่เราเองและใคร ๆ ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ ทำไมเราไม่มีอย่างนั้น ทำไมเราไม่เป็นอย่างนี้ ทำไม ทำไม และทำไม
ฉันเองตอนเป็นเด็กก็เคยเกิดคำถามมากมายเหล่านี้เช่นกัน ตอนนี้ฉันมานั่งคิดได้ว่าคำถามเหล่านี้มันทำให้ผู้เป็นพ่อ เป็นแม่เจ็บปวดขนาดไหน ยามที่ฉันเอ่ยปากออกไป วันนี้ฉันพึ่งเข้าใจว่าทำไมถึงไม่ได้คำตอบกลับมาเพราะคำถามพวกนี้ จึงทำให้พ่อกับแม่ของฉันตอบคำถามฉัน โดยการสอนให้ฉันนั้น แก่แดด ในสิ่งที่ฉันหวังว่าจะมีและจะเป็น ฉันต้องรู้จักที่จะไขว่คว้าด้วยตนเอง
ถ้าฉันหวังที่จะมีเงินซื้อขนม ฉันก็ต้องหาเงินเอง ถ้าฉันหวังที่จะเป็นนักดนตรีของโรงเรียน ฉันก็ต้องพยายามเอง
ความแก่แดดที่พ่อกับแม่สอนให้ ฉันยังจำได้ดี พ่อสอนให้ฉันอดทน ขยัน ซื่อสัตย์ แม่สอนให้ฉันอ่อนน้อมถ่อมตน เคารพผู้ใหญ่
โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูด ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันหวังว่าฉันอยากได้ตุ๊กตาบาร์บี้ที่เห็นในทีวี ตัวหนึ่งราคาเป็นพัน ฉันรู้ว่าแม่ไม่มีทางซื้อให้ฉันแน่นอน ฉันจึงตั้งใจเก็บเงินโดยการทำทุกอย่างที่เด็กจะทำได้ รับจ้างพับถุงกระดาษ แกะเปลือกมะขาม ถอนหงอก เก็บเมล็ด
ต้นสักขาย ไปช่วยพ่อแม่ ลุงป้า น้าอาข้างบ้าน ถอนกล้าข้าว ปลูกข้าว เกี่ยวข้าว ทำทุกอย่างที่ได้เงินมา แม้กระทั่งอดกินขนมที่โรงเรียนเพื่อจะได้มีเงินเก็บมาซื้อตุ๊กตาราคาแพงนั่น แต่สุดท้ายฉันก็ไม่มีเงินมากพออย่างที่หวังไว้ แต่สิ่งที่ฉันได้มากลับมีค่ากว่าตุ๊กตานั่น คือ ทุกคนรักฉัน เอ็นดูฉัน ชมว่าฉันเป็นเด็กดี พ่อแม่ของฉันก็มีความสุข ฉันเองก็มีความสุข เทียบกันแล้วถ้าฉันได้ตุ๊กตานั่นมา ฉันอาจจะไม่มีความสุขมากเท่านี้ก็ได้

เมื่อฉันเรียนในระดับมัธยมศึกษาความแก่แดดที่เคยมีก็ติดตัวฉันมา สงสัยแดดมันจะติดมาเยอะไปหน่อย ทำให้ครูศิลปะเห็นความสว่างในตัวฉัน พาฉันไปอาบแสงสีทุกงาน ทุกที่ที่เขาจ้างไป กับรุ่นพี่ที่อยู่ชมรมศิลปะ ตอนแรกไปเป็นเด็กแบกถุงสีรุ้งใหญ่ ๆ ช่วยพี่เขาแบกชุดไปมา ไปมา แล้วก็ค่อย ๆ ขยับได้ไปเต้นไปรำกับรุ่นพี่ ตั้งแต่รำงานวัด ฟ้อนงานโรงเรียน หางเครื่องวงดนตรีลูกทุ่งของโรงเรียน หรือแม้แต่งานที่เขาจ้างไปแสดงเปิดงานต่าง ๆ การอาบแสงสีในชีวิตมัธยมนี้ช่วยให้ความหวังในสิ่งของวัตถุต่าง ๆ เป็นจริง เสื้อผ้า โทรศัพท์ อุปกรณ์การเรียน และอื่น ๆ ที่ฉันหวังว่าจะมีเป็นจริงขึ้นมา นอกจากนี้มันยังทำให้ฉันช่วยเหลือตนเองได้ ออกค่าสอบเอง
ออกค่าสมัครเรียนเอง ค่าเดินทางไปสอบเอง ค่าอยู่ ค่ากิน ค่านู่น นี่ นั่นเอง พ่อกับแม่ก็ไม่ต้องลำบากมากกว่าเดิม ความหวังเล็ก ๆ
ที่เต็มหัวฉันค่อย ๆ หมดลงเพราะฉันทำมันให้สำเร็จได้ด้วยการแก่แดดและอาบแสงสีที่ผ่านมา

จนถึงวันนี้ฉันก็นึกขอบคุณที่พ่อกับแม่สอนให้ฉันแก่แดดตั้งแต่เด็ก ขอบคุณคุณครูที่พาฉันไปอาบแสงสี ขอบคุณความหวังที่คอยผลักดันให้ฉันกล้าที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ ขอบคุณความจน ความไม่มี ที่ทำให้ตอนที่ฉันได้มีนั้นมันมีคุณค่ายิ่งกว่า ขอบคุณโอกาสที่คนที่มีอยู่แล้วไม่สามารถมีได้ นั่นก็คือ โอกาสที่จะทำความหวังของตนเองด้วยตนเอง


"คุณค่าของความหวังจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของความหวังนั่นเอง"


"ความสำเร็จในเรื่องที่หวัง อาจจะไม่ใช่สิ่งของที่ได้มา แต่อาจจะเป็นความสุขที่เกิดขึ้นในหัวใจ"


"ในขณะที่คุณทำความหวังให้เป็นจริงได้แล้ว คุณอาจจะได้อะไรมากยิ่งกว่าสิ่งที่คุณหวังไว้ "


"ในขณะที่คุณทำความหวังให้เป็นจริงได้แล้ว คุณอาจจะทำให้ความหวังของใครอีกหลาย ๆ คนเป็นจริงด้วย "


อยู่ที่คุณจะมองเห็นมันหรือเปล่า เท่านั้นเอง


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความทรงจำในฝ่าเท้า



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เป็นการเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรม

เก่งมากๆเลยครับ

เขียนเมื่อ 

ค่ะครู ขจิต ฝอยทอง เหนื่อยแต่ทำสิ่งที่รัก คุ้มค่ามาค่ะ


เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ"ความกล้า"...ที่ทำให้ตอกมัดกล้าเหนียวแน่นและมั่นคง..