คนไทยมอนิเตอร์ 2557 : เสียงเยาวชนไทย เข้าใจ..เด็กไทยวันนี้ ร่วมเปลี่ยนอนาคตสังคม

สร้างโอกาสการเรียนรู้ สร้างเยาวชนคุณภาพ สร้างสังคมคุณภาพ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
​วันนี้ (20 พ.ย.) มูลนิธิสยามกัมมาจลได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเวทีแถลงผลงานวิจัย คนไทยมอนิเตอร์ 2557 : เสียงเยาวชนไทย เข้าใจ..เด็กไทยวันนี้ ร่วมเปลี่ยนอนาคตสังคม จึงขอถือโอกาสนำสาระดีๆ มาแบ่งปันกันค่า ^^​


คุณดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานสมาคมวิจัยโลก ESOMAR (ประเทศไทย) เปิดเผยผลงานวิจัยพบว่า จากการสำรวจเยาวชนจำนวน 4,000 คน พบเยาวชนที่มีส่วนร่วมพื่อส่วนรวมจำนวน 14.92% (597 คน)

­

"เด็ก Active ที่เราเจอในการทำวิจัยก็ยังให้ความสำคัญกับการเรียนมากอยู่ดี และเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคุณพ่อคุณแม่ว่าเด็กที่ Active ให้เวลากับครอบครัวมากกว่าเด็กที่ Inactive และจะมีอัตราความหดหู่ซึมเศร้าน้อยกว่ามากทีเดียว สิ่งที่เราพบและสำคัญมากๆ คือ การที่เด็กมีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมจะเป็นเด็กที่มีทัศนคติที่ดีหลายๆ อย่าง เขาเรียนหนังสือได้ดี เขามีโอกาสที่ได้ไปทำงานอาสาสมัครต่างๆ เขาสามารถเข้าสังคม connect กับคนได้ดีกว่า เป็นคนที่มองโลกในเชิงบวก และเขาสามารถพัฒนาทักษะต่างๆ ที่มีประโยชน์มากๆ ไม่ใช่แต่ทักษะการดำเนินชีวิตอย่างเดียว ผู้ปกครองควรเห็นความสำคัญจุดนี้ว่าเขาจะมีทักษะในการทำงานของเขาต่อไปใน อนาคตด้วย เช่น เรื่องการวางแผน การบริหารงาน นอกจากนั้นยังเป็นคนรับผิดชอบด้วย ดังนั้นหากเรามีเยาวชนที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมมากๆ สังคมไทยก็จะได้บุคลากรที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นมาอีกมากเลยทีเดียว"



ด้านน้องนาเดีย นางสาววิยะกาญจน์ ประวิทย์สกุล เยาวชนจากสภาเยาวชนเขตสวนหลวง เผยความรู้สึกว่าการทำงานมีส่วนร่วมเพื่อสังคมช่วยเติมเต็มให้เธอมีความสุข มากขึ้น

"ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบทำงานจิตอาสา แต่ทำแล้วเรามีความสุข คนที่เราไปทำให้เขา เขามีความสุข มันก็ทำให้เรามีความสุขเป็น 2 เท่า"



ขณะที่ รศ.ประภาภัทร นิยม ผู้ก่อตั้งโรงเรียนรุ่งอรุณ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์เพิ่มเติมว่า

­

"พูด เรื่องเด็ก แต่เราต้องเปิดใจผู้ใหญ่ก่อน ผู้ใหญ่ไทยไม่ค่อยเปิดใจก็เลยมีปัญหา แต่ถ้าเปิดใจมันจะง่าย เราต้องฝึกครู ฝึกผู้ปกครองให้เปิดใจ เด็กอนุบาลก็ทำโครงงานได้ ไม่ต้องรอถึงชั้นมัธยมฯ ... การที่เด็กจะเป็น active Citizen ได้ ความรับผิดชอบมันต้องมาจากจิตสำนึก มันไม่ใช่จากใครบอกให้เขามี มันต้องเกิดขึ้นเอง มันเป็นวิธีปลูกฝังโดยแค่ผู้ใหญ่ต้องมีเวลาและเปิดพื้นที่ให้เขา และต้องเข้าใจ สิ่งนี้สำคัญ ... เด็กเขามีพลัง เขาทำอะไรๆ ได้ มันติดอยู่นิดเดียวว่าผู้ใหญ่ไทยเปิดใจเป็นแล้วหรือยัง เท่านั้นเอง

ครอบ ครัวมีอิทธิพลสูงมากต่อความคิดของเด็ก ของลูก และมันเป็นอิทธิพลที่ค่อนข้างลึก คือไม่ใช่เพียงเรื่องการให้เวลากัน มันเป็นเรื่องวิธีคิดของพ่อแม่ด้วย วิธีมองโลกของพ่อแม่ด้วย วิธีที่พ่อแม่ปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆ ด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่ลึกมาก และซึมซับโดยไม่รู้ตัว บางครอบครัวก็ไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากมาย แต่ด้วยวิถีบางอย่างที่ลูกก็สัมผัสได้ ลูกก็เข้าใจได้ว่าเวลาที่พ่อแม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเป็นอย่างไร พ่อแม่มีท่าทีอย่างไรแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เด็กคอยมองอยู่นะ เด็กสังเกตได้และเขาสามารถรู้โดยอัตโนมัติ สิ่งนี้มีอิทธิพลสูงมาก เห็นด้วยว่าควรมีการอบรมพ่อแม่ พ่อแม่สมัยนี้มักจะใช้วิธีการสำเร็จรูปเลี้ยงลูกเสมอ ที่โรงเรียนรุ่งอรุณพอเด็กเข้าอนุบาลเราต้องให้พ่อแม่เข้าห้องเรียน 30 ชั่วโมง เป็นห้องเรียนพ่อแม่ เพราะพ่อแม่สมัยนี้เขาให้แบบสำเร็จรูปกับลูก แต่เขาไม่ได้ให้สิ่งที่มันลึกกว่านั้น สิ่งนี้คือจุดที่น่าคุยกันมากเลยว่าพ่อแม่จะรู้ไหม เราเลยต้องมี 30 ชั่วโมงนี้มาหัดให้พ่อแม่อยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพ พาลูกมาด้วย มาจัดกิจกรรมด้วยกัน"


=============================

สำหรับ งานเวทีความคิด "คนไทยมอนิเตอร์ 2557 : เสียงเยาวชนไทย""เข้าใจ..เด็กไทยวันนี้ ร่วมเปลี่ยนอนาคตสังคม" จัดขึ้นโดยมูลนิธิเพื่อ "คนไทย" วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 โรงแรม เดอะ สุโกศล ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ

­

อ่านผลวิจัย "คนไทย มอนิเตอร์ 2557 : เสียงเยาวชนไทย" ฉบับเต็มได้ที่ www.khonthaifoundation.org

­

ชมคลิปวิดีโอนำเสนอผลงานวิจัย วัยรุ่นไทย คิดอะไรอยู่



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน youthSCBF



ความเห็น (1)

เป็นงานวิจัยที่ดีมีประโยชน์มากๆ...ขอบคุณที่นำมาถ่ายทอดให้ทราบค่ะ