มาโค้ชนศ.วิชาชีพสุขภาพให้เรียนดีมีสุข

การประชุม Annual National Health Professional Education Reform Forum (ANHPERF) ครั้งที่ 1 นี้ริเริ่มให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการปฏิรูประบบการศึกษาบุคลากรสุขภาพที่คู่ขนานไปกับการปฏิรูประบบการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนด้วยเป้าหมายความเสมอภาค สมรรถนะ การเข้าถึง และหัวใจของความเป็นมนุษย์ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประชุมราว 400 คนมาจากสถาบันการศึกษาบุคลากรสุขภาพที่มีใบประกอบวิชาชีพ บุคลากรสุขภาพที่มีใบประกอบโรคศิลปะ และบุคลากรสุขภาพที่ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ

เนื้อหาสาระสำคัญจากท่านอาจารย์วิจารณ์ พานิช อยากให้อาจารย์ทุกวิชาชีพสุขภาพได้เปลี่ยนความคิดใหม่ คือ ไม่ทำแต่หน้าที่สอน แต่ทำหน้าที่เป็นโค้ชแนะนำ สะท้อนคิดเชิงบวก สร้างแรงจูงใจ/แรงบันดาลใจ และฝึกนักศึกษาให้มีทักษะการประกอบวิชาชีพ/โรคศิลปะด้วยบรรยากาศที่มีสุขภาวะ เช่น สอนบรรยายเนื้อหาเพียง 50% อีก 50% ใช้หลายรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้นักศึกษาลงมือทำ แสดงบทบาทสมมติ/ฝึกปฏิบัติสถานการณ์จำลอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแทรกฝึกคุณธรรมจริยธรรมผ่านการคิดแก้ไขปัญหาเป็นทีม การสร้างภาวะผู้นำ การฝึกทักษะการสื่อสาร และการฝึกคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น กลยุทธ์หนึ่งที่ดีของฟินแลนด์ สอนนักเรียน 8.30-14.30 น. ครูมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่า อะไรที่ได้เรียนรู้จากการสอนข้างต้น 14.30-16.30 น. ในทุกๆวัน ดังนั้นอาจารย์ต้องได้รับการฝึกอบรมเฉพาะรายบุคคลจนถึงการอบรมกลุ่มที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ต่อเนื่องพร้อมกับการตั้งชุมชนนักปฏิบัติที่สะท้อนคิดในการทดลองลงมือจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) พร้อมๆกับการจัดการความรู้ที่นอกกรอบโดยการตั้งผลลัพธ์ที่นักศึกษาเป็นหลัก มิใช่การจัดตารางสอนตามเวลาและหน่วยกิต

ตัวอย่างที่ดีมากๆ จาก University of Hong Kong คือ ใช้กลยุทธ์ Learner-centered curriculum ที่มี 4 แก่นเรื่องหลัก ดูจากรูปข้างล่าง และเพิ่ม Professional skills ที่ดีขึ้นจากกิจกรรม Communication skills, Problem solving skills และ Clinical management skills โดยลดชั่วโมงสอน Basic Science เป็นการสอนด้วยสื่อต่างๆ และเพิ่มชั่วโมงสอน Clinical Science โดยอาจารย์ทำหน้าที่โค้ช จัดกลุ่มเล็ก ใช้เวลามากขึ้นในการกระตุ้นให้นักศึกษาคิดเป็น อยู่เป็น และทำเป็น ตลอดจนมีการจัดหลักสูตรต่อเนื่องจากป.ตรี-โท-เอก หรือป.ตรีกับป.เอก หรือป.ตรี 2 ใบ และระบุการเรียนรู้เฉพาะทาง โดยมีการจัดโครงสร้างของคณะให้มีรองคณบดีถึง 5 ท่านที่พัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรต่างๆ ด้วยรูปแบบสถาบันการวิจัยทางการศึกษา กับคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพหลักสูตร ทำหน้างานประสานกัน

และจาก James Cook University, Australia คือ ใช้กลยุทธ์ Self-sustained approach (Prepare, Prepare, & Prepare with most student preparation) เน้นการสร้างความมั่นใจในการฝึกทักษะการเป็นโค้ชของอาจารย์ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนหลายรูปแบบ วิธีการสะท้อนคิด การสร้างบรรยากาศสุขภาวะแก่ผู้เรียน การคัดเลือกอาจารย์กับชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับการสุขภาวะแห่งการเรียนรู้ของทุกคนด้วยสัมพันธภาพเชิงบวก ระบวนการพัฒนาผู้สอน-ผู้เรียน-คณะแบบกัลยาณมิตร การเปิดใจเรียนรู้และปรับปรุงกระบวนการเป็นโค้ชอยู่เสมอ ที่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ที่ Teaching on the Run, UWA

สุดท้ายผมชื่นชมท่านอาจารย์วิชัยที่ทำให้ทุกคนตื่นรู้ว่า เรากำลังสอนเพียงแค่พุทธิปัญญาและวัดคุณภาพมาตรฐาน แต่เรามิได้สอนมานุษยวิทยากับสังคมวิทยาที่ส่งเสริมสุขภาวะกาย จิต อารมณ์ และสังคมของนศ.เพราะพวกเค้าจะเติบโตใช้วิชาชีพหรืออาชีพที่ต้องมีอาชีวปฏิญาณกับเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะที่ต้องเน้นความรู้คู่คุณธรรมขณะช่วยเหลือประชาชน และคุณธรรมนั้นสอนกันไม่ได้...ต้องเรียนรู้ด้วยการกระทำและปรับปรุงใจตลอดชีวิต

ปล. งานนี้ดร.ป๊อปได้มีโอกาสได้นั่งฟังพร้อมลปรร.กับกัลยาณมิตร G2K ผู้เป็นต้นแบบด้าน KM ของผมอีกท่านหนึ่งคือ อาจารย์วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

...ด้วยความชื่นชมค่ะ

ขอบพระคุณมากครับพี่ดร.จันทวรรณและพี่ดร.พจนา

ขอไปแชร์ใน คศน.นะพี่ป๊อบ ^^

ยินดีอย่างยิ่งและขอบพระคุณมากครับน้องเจี๊ยบ

งานนี้ผมชอบและชื่นชมท่านอาจารย์วิชัยที่จุดประกายทุกคนว่า เรากำลังเน้นสอนกับวัดมาตรฐานคุณภาพทางความรู้มากเกินไป แต่ควรสอนมานุษยวิทยากับสังคมวิทยาให้นศ.ประกอบโรคศิลปะด้วยคุณธรรมและมีวิชาชีพที่ต้องมีอาชีวปฏิญาณ ซึ่งคุณธรรมสอนกันไม่ได้...ต้องบ่มเพาะใจมาตั้งแต่เล็ก...ชีวีนั้นสั้น ศิลปะนั้นไกล

ขอบพระคุณมากครับอ.นุ

-สวัสดีครับอาจารย์

-ตามมาให้กำลังใจครับ

-ด้วยความระลึกถึงนะครับ

-ว่าง ๆ ขอชวนอาจารย์มาพักผ่อนแบบสัมผัสธรรมชาติได้นะครับ

-ครอบครัวเล็ก ๆของเรายินดีต้อนรับครับ

ขอบพระคุณมากครับคุณเพชรน้ำหนึ่งและพี่โอ๋