วันนี้รับปากทางพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา โดยการประสานงานของคุณเรณู ทิพย์มณี ในการบรรยายให้กลุ่ม OTOP ของจังหวัดสงขลา ในการเตรียมตัวรับมือ AEC ที่โรงแรมไดอิชิ หาดใหญ่ หลังจากบรรยายเสร็จได้ออกมาพบกับเพื่อนผู้จัดการ คุณสุธรรม ว่องวีระ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ จำกัด เกษียณในตำแหน่งผู้จัดการสาขานราธิวาส ท่านได้เล่าประสบการณ์ในสมัยไปเป็นผู้จัดการสาขาละงู ของธนาคาร ได้ถูกอดีตข้าราชการปกครองที่นั่นกลั่นแกล้งขนาดเอาโลงศพมาวางขวางหน้าธนาคาร ตีสังกะสีปิดหน้าธนาคาร เนื่องจากธนาคารซื้อที่ดินจากชาวบ้านในขณะที่เป็นเอกสารการรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน นส. 3 ก โดยที่ทางหลวงจังหวัดกันเขตจะทำถนนหลวงความกว้างถนน 15 เมตร ทางธนาคารให้เจ้าของที่ดินรังวัดออกเป็นโฉนด เพราะธนาคารไม่ซื้อเอกสารสิทธิอื่นที่มิใช่โฉนด ปรากฎว่าทางหลวงจังหวัดได้ลดถนนจาก 15 เมตร เป็น 8 เมตร ทำให้เกิดช่องทางกับข้าราชการปกครองที่เห็นช่องทางได้เอาเอกสารให้เจ้าของดินลงนามออกโฉนดตามที่กันเขตแต่แรก 15 เมตร ที่ดินอีก 7 เมตรที่ทางหลวงลดลงมาเอานอมินีมาใส่ชื่อเป็นเจ้าของ นส.3 ก. และมาเจรจาขายกับธนาคาร 5 ล้านบาท ธนาคารไม่ยอม แต่เพื่อตัดความรำคาญ ธนาคารจะซื้อที่ 5 แสนบาท ทางกลุ่มนั้นไม่ยอม เอาโลงศพมาวางหน้าธนาคาร และตีสังกะสีปิดหน้าธนาคาร ตามที่เพื่อนสุธรรม ว่องวีระ เล่าถึงความลำบากในการทำงาน ทางธนาคารก็ต้องเอาทนายความฟ้องในคดีนี้ถึง 3 ศาล เมื่อธนาคารชนะคดี(ใช้เวลาร่วม 10 ปี) ธนาคารก็ใช้สิทธิไล่เบี้ยฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย ข่าวว่าเสียผู้เสียคน ต้องออกจากราชการ ข่าวว่าหนีไปบวช ที่ผมยกเรื่องนี้มาเล่าก็เพื่อให้เห็นความร้ายกาจของพวกที่ถืออำนาจรัฐ ใช้ช่องว่างย่ำยีภาคเอกชน นี่เป็นธนาคารซึ่งมีความพร้อมในการโต้กลับ หากเป็นเอกชนรายเล็กๆอื่นจะเป็นอย่างไรลองนึกภาพดู หรือเป็นชาวบ้านที่ไม่รู้เท่าทัน จะเป็นอย่างไร