๖๐.อย่า(มอง)ข้าม...ครามขน

เพียง ๒ ปี ที่ " ครามขน " ลักลอบเข้าสู่ เคียงภูลับงา ถึงวันนี้ ได้แพร่ลูกออกหลานขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนต้องเข้าไปทำความรู้จัก ให้มากกว่าการรู้จักแต่ชื่อเสียงเรียงนาม.....

" ครามขน " เป็นพืชล้มลุกในสกุลคราม(Indigofera) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Indigofera hirsuta L (คำว่า Indigo แปลว่า สีคราม) เป็นไม้ทรงพุ่มกึ่งเลื้อย ลำต้นมีขนสีน้ำตาล ปกคลุม ใบประกอบขนนกปลายคี่ รูปรี ดอกออกเป็นช่อตั้ง สีส้มแกมชมพู มักพบขึ้นตามป่าโปร่งหรือป่าละเมาะ

บรรพบุรุษแต่โบราณ นำพืชสกุลนี้บางชนิด มาใช้ย้อมผ้า ทำคราม ทำหมึก เนื่องจากใบสดจะมีสารต้นตอ(Precursor) คือ สารอินดิแคน(Indican หรือ Indoxyl-B-D-Glucoside) หลังจากผ่านขบวนการ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี จะให้สีคราม ใช้เป็นสีย้อมผ้าหรือเป็นหมึกได้

ส่วนครามขน แม้ยังไม่ปรากฎผลการศึกษาวิจัย การนำมาใช้ประโยชน์ข้างต้นอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่า น่าจะมีโอกาสและความเป็นไปได้เช่นเดียวกับต้นฮ่อม ต้นคราม ซึ่งใช้ทำสีคราม ที่สำคัญน่าสนใจ ก็คือคุณประโยชน์ด้าน.....

๑.พืชสมุนไพร ครามขนมีสารเคมีหลายชนิด อาทิ Alanine;alanine phenyl:arginine;aspatic acid stosterol-D glucoside;thremine;valine;xanthoxhamnin ฯลฯ มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ในการยับยั้งเนื้องอก จากรายงานของ Siva(๒๐๐๗) ระบุว่า สารสกัดจากใบสดของคราขน มีฤทธิ์รักษาอาการเป็นแผลในกระเพาะและอาการท้องเสีย ในชนบทใช้ครามขนทั้งต้นต้ม ใช้ดื่มบำรุงโลหิต แก้ท้องเสีย ช่วยย่อยเจริญอาหาร

ส่วนการใช้เป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช จากการทดสอบความเป็นพิษในหนูทดลอง ปรากฏว่า ขนาดที่ทำให้หนูทดลองตายครึ่งหนึ่ง มีค่าเท่ากับ ๔๖ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ชาวอีสาน ใช้ต้น/ใบสับเป็นท่อนๆ วางบนไหปลาร้า ป้องกันแมลงวัน-แมลงหวี่วางไข่ ให้เกิดหนอนในปลาร้า

๒.เป็นพืชอาหารสัตว์ได้ เนื่องจากก้าน ลำต้นและยอดอ่อน เมื่ออายุประมาณ ๔๕ วัน ก่อนมีดอก จะมีองค์ประกอบของโปรตีน ๑๕.๙๕ % เยื่อใย ๒๒.๐๘ % ไขมัน ๖.๒๑ % เถ้า ๘.๙๐ % คาร์โบไฮเดรทที่เป็นส่วนNFE(Nitrogen free extractives) ๔๖.๘๖ % เยื่อไยในส่วนADF(Acid Detergent Fiber) ๒๖.๒๗ % เยื่อใยรวม(NDF;Neutral detergent fiber) ๓๓.๑๘ % ลิกนิน ๔.๙๑ %

๓.เป็นพืชทางเลือก สำหรับใช้คลุมหน้าดินและปรับปรุงบำรุงได้ในเกณฑ์ดี เนื่องจากเป็นพืชที่โตแผ่ขยายพุ่ม คลุมหน้าดินได้เร็ว ช่วยลดการชะล้างพังทะลายของหน้าดินในฤดูฝน ส่วนการใช้ปรับปรุงบำรุงดิน เนื่องจากให้ผลผลิตชีวมวลแห้งมากกว่า ๑,๕๐๐ กิโลกรัม/ไร่ ผลผลิตมีความเข้มข้นของไนโตรเจน(N) สูง การย่อยสลายและการปลดปล่อยไนโตรเจนดี มีเยื่อไยส่วนของADF และสัดส่วนของADF:N ไม่สูงนัก สามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยพืชสด ปรับปรุงบำรุงดินในระบบการปลูกพืชได้ดีอีกด้วย


ครับ! สิ่งดีๆ มีคุณค่า ..ที่อยู่ใกล้ตัวไกลตา..ต้องพึ่งพา การคุ้ย เขี่ย ขุด ค้น เรียนรู้ ศึกษาวิจัยต่อยอด ให้บังเกิดประโยชน์แก่มวลประชาอย่างยั่งยืน ยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะการนำครามขนมาใช้เป็นยารักษาโรค.เป็นสี เป็นหมึก.มากกว่าการทิ้งขว้างไปอย่างไร้ค่า โดยเจียดจ่ายหรือแบ่งปันเศษเสี้ยวของงบประมาณชาติ ที่ถูกนำมาใช้ในโครงการประชานิยมอย่างไม่เกิดผลดีระยะยาว (หากยังมีอีกในอนาคต) มาสนับสนุนการศึกษาวิจัย อย่างจริงจัง ต่อเนื่องให้มากขึ้น ...ซึ่งจะเป็นผลดีแก่ชาติบ้านเมือง ลูกหลานจะได้รับอานิสงส์จากผลของการคิดได้ไฝ่ดี ... มากกว่าการ มาแบกรับ ภาระหนี้ ที่พวก " ไก่ได้พลอย " ก่อกรรมทำเข็ญไว้ถึง ๗-๘ แสนล้านบาท ????

สามสัก

๑๔ พย.๒๕๕๗

อ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติมได้ที่...

  • (๑)องค์การสวนพฤกษศาสตร์(สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์) ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
  • (๒)) รายงานผลการวิจัยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรื่อง การศึกษาความหลากหลายและความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของพืชสกุลครามด้วยเทคนิคเครื่องหมายโมเลกุล ปี ๒๕๕๒
  • (๓)) สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • (๔)จากวิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพืชไร่ ของคุณศรีสุดา ทิพยรักษ์ เรื่อง. การย่อยสลายและปลดปล่อยไนโตรเจนจากซากถั่วลิสงและถั่วเขตร้อนอื่นๆ เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดให้แก่อ้อยที่ปลูกปลายฤดูฝน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี ๒๕๒๒
  • (๕)ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (http://www.phargarden.com
  • (๖)ผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการเจริญเติบโตและการผลิตเมล็ดพันธุ์ของครามขน ของนางสาวศริญญา หมื่นกันยาและนายจรูญ พรหมชุม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี ๒๕๓๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้.ดูงาม.



ความเห็น (11)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับพี่สามสัก

ไม่เคยเห็นเคยครามขน

ปกติเคยเห็นตนครามธรรมดาที่อีสาน

ขอบคุณมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

"อยากเห็นภาพ..ของ..ต้นคราม..กับ ต้นครามขน.."ต่างกันรึเปล่า..สนใจเจ้าค่ะๆ..ยายธี...

เขียนเมื่อ 

๑.ขอบคุณ อาจารย์

๒.ต้องขออภัย ยายธี ด้วยครับ ผมไม่มีภาพต้นครามไว้ในมือจริงๆ จะมีเฉพาะครามขน ที่เป็นพืชที่ผู้คนเห็นเป็นวัชพืชล้มลุกที่ไร้ค่าไร้ราคา...ไม่เหมือนต้นคราม ครามป่า ซึ่งเป็นคนละชนิดกัน ผู้คนจะให้และใช้ประโยชน์มากกว่าโดยต้นครามและครามป่า จะมีดอกสีม่วงแกมชมพู ต้นสูงกว่าครามขน ครับ ...

-สวัสดีครับท่านสามสัก

-ครามขน..ประโยชน์มากมายเลยนะครับท่าน

-ที่ไร่มีลักลอบเข้ามาเหมือนกัน กำลังแพร่ขยาย...

-รู้แบบนี้ต้องบอกต่อแล้วล่ะครับ

-อ้อ...ว่าง ๆ ขอเชิญท่านมาแวะพักผ่อนที่ Hi Hug [email protected]หนองราง ได้นะครับ

-ยินดีต้อนรับครับ..

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับท่านอาจารย์ คิดถึงสุดๆเลยนะนี่
  • ครามขน น่าสนใจครับ
  • ขอบคุณที่นำข้อมูลดีๆมาแบ่งปันเสมอครับ
  • ดอกสวยครับ แถมประโยชน์เพียบ..
  • ขอบคุณความรู้ครับ สบายดีนะครับ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณบันทึกดีๆ นี้ครับ

จะขออนุญาตนำไปให้เจ้าหน้าที่ได้อ่าน เพื่อเติมเต็มพลังการเรียนรู้ในวิถีการบริการวิชาการ และการทำนุฯ -วิจัย ครับ

เขียนเมื่อ 

สุขสันต์ วันปีใหม่ ค่ะ


เพิ่งเคยเห็น ครามขน
ขอบคุณค่ะ

เรียนท่านสามสัก

เคยเห็นเจ้าต้นนี้ แต่มารู้จักวันนี้ว่าเขาคือ ครามขน

ขอบคุณที่แนะนำข้อมูล