สุขภาพจิต...กิจวัตรประจำวัน

เรื่องการประเมินและการฝึกกิจวัตรประจำวันในผู้ป่วย/พิการทุกช่วงวัยยังคงต้องทำความเข้าใจในทีมสหวิชาชีพทางการแพทย์โดยเฉพาะพยาบาลเวชศาสตร์ฟื้นฟู พยาบาลจิตเวช นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด

ถ้ามีผู้ป่วยโรคใดๆ ทั้งทางร่างกายและ/หรือจิตใจย่อมมีสุขภาพจิตที่แปรปรวนและส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันอย่างมาก จนบ่อยครั้งที่ญาติหรือผู้ดูแลไม่รู้ว่า จะฝึกทักษะการดูแลตนเองด้านกิจวัตรประจำวันอย่างไร ดูเหมือนง่าย แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่เราคิดเพราะเรากับผู้ป่วยคิดคนละมุม จึงต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจที่ว่า "รู้เขา รู้เรา ใส่ใจเขา ใส่ใจเรา ดูแลตัวเราให้พร้อมก่อนดูแลตัวเขา"

วันนี้ดร.ป๊อป เริ่มสอนนศ.กิจกรรมบำบัด ม.มหิดล ชั้นปีที่ 3 แต่ก็พบว่า "นศ.ดูแววตาเศร้า ร่างกายดูไม่มีชีวิตชีวา และนั่งทานข้าวรอเรียนตอน 8.00 น." ผมเลยทักทายว่า "ดูไม่สดใสเลยนะ มีอะไรอยากพูดความในใจไหม ระบายออกมาได้นะ พี่รับฟังน้องอยู่" จากนั้นก็มีน้องๆสัก 3 คนก้มหน้าและเริ่มหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความอึดอัด ผมจึงเริ่มคลายจิตใต้สำนึกว่า "ระบายออกมาได้เลยครับ น้ำตาที่ไหลออกมาจะช่วยให้เราได้ลดความกดดันและมีสุขภาพดีขึ้น" สักพักน้องๆนศ.ก็หลั่งน้ำตาพร้อมเล่าให้ผมฟังว่า "อาจารย์ให้งานเยอะ ทำไม่ทัน มีเนื่อหาเยอะจนจดจำไม่ได้ เตรียมงานนำเสนอของตัวเองจนไม่ได้มีสมาธิสนใจเพื่อนนำเสนอเลย ไม่มีความสุขในการเรียนเลย"

จากนั้นผมก็ให้น้องๆนั่งหลับตา ทำสมาธิเพื่อทบทวนความรู้สึกภายในจิตใต้สำนึกของตัวเอง หายใจเข้า กลั่นหายใจพร้อมนับในใจ 1-4 ตามด้วยหายใจออก ทำแบบนี้จนครบรอบอายุ เมื่อรู้สึกใจนิ่งให้นำมือขวามาสัมผัสการเต้นของหัวใจที่หน้าอกซ้ายแล้วสั่งตัวเองเบาๆ ว่า หายใจช้า ๆ สบายๆ ผ่อนคลายๆ ทำสมาธิต่ออีกสักครู่จนมองเห็นภาพตัวเองเหมือนส่องกระจกแล้วให้นึกถึงภาพที่กำลังเรียนและทำงานของอาจารย์มากมาย แล้วค่อยๆจินตนาการให้เห็นภาพที่เราทำงานนั้นแล้วมีความสุข เป็นสิ่งท้าทาย เป็นสิ่งที่เครียดเชิงบวก เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝน และเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ที่จะจัดการความทุกข์นี้อย่างง่ายๆ สามข้อในใจ จากนั้นก็กำมือเมื่อได้คำตอบในใจแล้วต่อด้วยการพูดในใจว่า ทำได้ๆๆ แล้วลืมตาเขียนสามข้อที่ว่าในใจเพื่อมาแลกเปลี่ยนความคิดความเข้าใจกับเพื่อนๆ

บรรยาการการเรียนรู้ดูดีขึ้น เป็นเพราะน้องๆปี 3 ไม่มีประสบการณ์กับเคสผู้รับบริการทางกิจกรรมบำบัดด้วยการลงมือทำและเรียนรู้ ทำให้เกิดความเครียดเชิงลบและไม่ได้นำความรู้กิจกรรมบำบัดมาปรับใช้ในการพัฒนาทักษะชีวิตและสุขภาวะของตนเอง จึงมีแต่ฟัง พูด อ่าน เขียน และทำสิ่งซ้ำๆเป็นประจำจนล้าและเครียดในตำราและการสอนที่ไม่สะท้อนความคิดความเข้าใจของอาจารย์มากนัก

ดังนั้นการเรียนรู้ในวันนี้ ผมจึงต้องเล่นเกมส์ 20 คำถาม ชักชวนให้น้องๆ คิดประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับกรณีศึกษาวัยรุ่นที่มีความบกพร่องทางจิตสังคมและเกิดทุกข์จากความต้องการที่อยากไปรร.แต่ใจที่เกิดผลจากสมองอารมณ์ทำให้มีภาวะย้ำคิดย้ำทำ ภาวะนอนไม่หลับ ภาวะคิดสมบูรณ์แบบ และภาวะซึมเศร้าในโรคอารมณ์สองขั้ว จนต่อต้านรร.และสังคม

ดร.ป๊อปจึงจัดกลุ่มระดมสมองของนศ.แล้วให้ฝึกเขียนแผนที่ความคิดในการฝึกกิจวัตรประจำวัน หรือ ADL - Activities of Daily Living (จริงๆ แล้วต้องฝึกทักษะการศึกษาควบคู่ไปกับทักษะการนอนกับทักษะการเข้าสังคมด้วย) พร้อมการประเมินคุณภาพของสื่อกิจกรรมบำบัดให้มีเหตุผลและสร้างสรรค์มากที่สุด สุดท้่ายดร.ป๊อปจับประเด็นความคิดที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนศ.เพื่อถอดบทเรียนให้ไปทบทวนต่อที่บ้านถึงแนวคิดสำคัญ ได้แก่

  • การประเมินระบบสุขภาพจิตว่า มีความภาคภูมิใจต่ำ (Poor self-esteem) จนทำให้ไม่อยากดูแลตนเองด้านกิจวัตรประจำวันทั้งพื้นฐานและใช้เครื่องมือขั้นสูงหรือไม่ ซึ่งใช้การตั้งคำถามเชิงบวกและปลายเปิดถึงคุณค่าแห่งตนเองที่เกิดขึ้นแล้วทำให้อยากดูแลตนเอง (Self-value) มีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อได้ลองฝึกดูแลตนเองในมิติที่ท้าทายและมีความหมายในชีวิต (Self-confidence) และนำประสบการณ์การรับรู้สมรรถนะแห่งตนและการรับรู้จุดแข็งกับจุดที่ควรพัฒนาตนเองมาสู่การบรรลุเป้าหมายในการดูแลตนเองให้เป็นคนดี (Self-actualization)
  • กิจวัตรประจำวันที่สำคัญในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยทางจิตเวช ได้แก่ การรับประทานยา การเคลื่อนที่ดูแลตนเองในการเข้าห้องน้ำ การกินอยู่หลับนอน และการทำกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ ที่ควรสังเกตองค์ประกอบในการจัดการรับรู้มิติสัมพันธ์-เวลา (Spatial/temporal ADL) การจัดการความคิดความเข้าใจ (Cognitive ADL) การจัดการลำดับขั้นตอนการทำกิจกรรม (Sequencing ADL) และการจัดการอารมณ์ขณะทำกิจวัตรประจำวัน (Emotional ADL) ที่รวมแล้วคือ การกระทำ การแสดงอารมณ์ความรู้สึก การแสดงความคิด และการตระหนักรู้จัดลำดับปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อเจตจำนงค์ พฤตินิสัย และความสามารถตามกรอบอ้างอิงกิจกรรมการดำเนินชีวิตของมนุษย์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (10)

ขอบพระคุณมากครับคุณ พ.แจ่มจำรัส

ขอบพระคุณมากครับอ.ดร.จันทวรรณ

เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจ ในการทำงานที่มีกิจกรรมดีดีต่อไป นะคะ




ขอบพระคุณมากครับพี่ดร.เปิ้น

ขอบพระคุณมากครับพี่โอ๋

เขียนเมื่อ 

มาเชียร์การทำงาน

ดูแลสุขภาพดีๆนะครับ

ขอบพระคุณมากครับพี่ขจิต

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณค่ะ สำหรับวิธีการทบทวนความรู้สึกภายใต้จิตสำนึก
  • เพื่อทำความเข้าใจสภาวะตนเอง
  • และทำงานอย่างมีความสุบ
  • จะนำแนวทางนี้ไปบอกลูกศิษย์ และเจ้าหน้าที่
  • ขอขอบคุณ ในการสร้างสติให้ วัยเรียนรุ่นนี้ ที่ค้นหาสติตนเองยากมากค่ะ

ขอบพระคุณและยินดีอย่างยิ่งครับคุณ Mookda

เขียนเมื่อ 
  • ขอขอบคุณค่ะ
  • การทบทวนภายใต้จิตสำนึก ให้มองการทำงานอย่างมีความสุข นี้เป็นแนวทางที่ล้ำค่ามากค่ะ
  • แผนที่ความคิด นี้จะช่วยให้นศ.ที่มักจะค้นหาสติของตนเองไม่พบ ให้คิดอะไรแบบยั้งคิด ทบทวน และคิดบวกได้ค่ะ
  • ยอดเยี่ยมมากค่ะอาจารย์