ซอกแซกทัวร์นครวัด นครธม

Siem Reap ช่วงฤดูหนาว คือ ตุลาคม- ธันวาคม อากาศกำลังเย็นสบาย แต่พอพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาเท่านั้นแหล่ะ อากาศร้อนถึง 52C ใครจะมาเตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อมน่ะค่ะ เวลาเดินทางจากดอนเมือง-เสียมราฐ 1 ชั่วโมงพอดีค่ะ ใช้เวลาเที่ยว 4 วัน 3 คืน ผู้เขียนพักที่ The Siem Reap Hostel กลางเมือง สะอาด ปลอดภัย ค่าห้องคืนละ 28 US ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 8,000 บาท กินหรูอย่างกับพระราชา ไม่รวมค่าเครื่องค่ะ

Siem Reap(Rep) คำว่า เสียมเรียบ ในภาษาเขมรมีหมายความว่า "สยามราบ" คือ "สยาม (แพ้) ราบเรียบ" ส่วน เสียมราฐ ในภาษาไทยนั้น หมายถึง "ดินแดนของสยาม" ผู้เขียนจึงชอบออกเสียงว่า เสียมราฐ มากว่าค่ะ เสียมราฐ เป็นที่ตั้งของนครวัด และกลุ่มปราสาทหินหลายแห่ง อาทิ หมู่ปราสาทหินจากอาณาจักรขอม ได้แก่ ปราสาทนครวัด, กลุ่มปราสาทนครธม, ตาพรหม และบายน, บันทายศรี, บากอง, โลเลย, พนมบาเค็ง, พนมกุเลน และ บารายตะวันตก เมื่อมาดูผังเมืองใน Map ต้องขอชมว่าคนสมัยโบราณวางผังเมืองได้สวยงามเป็นระเบียบดีมากค่ะ

นครวัด เป็นเทวสถานที่ตั้งอยู่ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 แห่งราชอาณาจักรขะแมร์ เพื่อเป็นศาสนสถานประจำนครของพระองค์ บูชาแด่พระนารายณ์ แต่ต่อมาในสมัย ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้เปลี่ยนให้เป็นวัดในศาสนาพุทธนิกายมหายาน และได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกในชื่อ "เมืองพระนคร" เมื่อปี พ.ศ. 2535

มาถึงที่ Siem Reap เกือบเที่ยง บ่าย ๆ ออกไป Tonle Sap Lake ห่างจากเมือง Siem Reap ราว 10 กิโล ลองนั่งตุ๊ก ๆ ไป-กลับ15 US ที่นี่ใช้เงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐ รึเงินบาทไทยได้ แต่ไม่ควรแลกเงินเรลของกัมพูชาน่ะค่ะ เพราะคนที่นี่เขาไม่ต้องการเงินประเทศเขา ถนนคละคลุ้งไปด้วยฝุ่นตลบ งานนี้ Adventure สุด ๆ ค่ะ

ชมวิถีชีวิตของคนบนโตนเลสาบ (Tonle Sap Lake) ค่าลงเรือคนละ 40US Tonle Sap Lake เป็นน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำโขง ผ่านประเทศเวียตนาม ฤดูน้ำหลากน้ำจะเต็มและกินอาณาบริเวณกว้างมาก ผู้คนชาวแพจะอพยพมาผูกเรือนแพอยู่ตามริมทะเลสาบ และดำรงชีวิตด้วยการประมง ปลาที่นี่ตัวใหญ่น่าทานมาก ๆ ค่ะ พอน้ำลดช่วงเดือนเมษายนน้ำจะแห้งขอด ถนนหนทางรถยนต์สามารพแล่นผ่านได้ ใต้ผืนน้ำมีสุสานที่ฝั่งคนตาย พอน้ำลด ญาติ ๆ จะพากันมาตกแต่ง ทาสีใหม่ในทุกปี

ทะเลสาบเขมร หรือ โตนเลสาบ (เขมร: បឹងទន្លេសាប บึงทนฺเลสาบ) เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางของประเทศกัมพูชา และเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำจะท่วมพื้นที่บริเวณรอบ ๆ ทำให้โตนเลสาบขยายตัวออกกว้างมากถึง 6 เท่า ทะเลสาบเขมรเกิดจากแม่น้ำโขง ซึ่งแม่น้ำโขงไหลผ่านมีความยาวถึง 500 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดของกัมพูชา ได้แก่ กำปงธม กำปงชนัง โพธิสัตว์ พระตะบอง และเสียมราฐ เป็นทะเลสาบที่มีปลาน้ำจืดชุกชุมมากแห่งหนึ่งประมาณ 300 ชนิด จึงมีชาวกัมพูชาเป็นจำนวนมากที่ประกอบอาชีพประมงในบริเวณทะเลสาบแห่งนี้ ชาวประมงที่ผูกเรือนแพอยู่ริมน้ำ ไม่มีไฟฟ้าใช้ต้องอาศัยไฟจากหม้อแบตเตอรี่ ที่นี่มีโรงเรียน ร้านค้า และอื่น ๆ เหมือนคนบนบกทุกอย่าง ขากลับระหว่างทางเจอร้านอาหารหน้าตาแปลกตลอด 2 ฝั่ง สอบถามได้ความว่า ร้านอาหารที่ตั้งริมแม่น้ำ ทุกร้านจะผูกแปลญวนไว้ เมื่อลูกค้าทานอาหารเสร็จก็จะนอนเอนกเล่น เข้าท่าดีแฮะ

รุ่งขึ้น ผู้เขียนตื่นตั้งแต่ตี 4.30 น. เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ณ Angor Wat จุดนี้ถือว่าเป็น Hi-light ของทริปเลยค่ะ ใครมาถึง Siem Reap ถ้าไม่ได้มาดูพระอาทิตย์ขึ้น ณ Angor Wat ถือว่ามาไม่ถึง Siem Reap สวยงามยิ่งกว่าภาพวาด เกินคำบรรยายจริง ๆ ค่ะ คนมารอชมเยอะจนแน่นขนัด เวลาพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากด้านหลังปราสาท สะกดให้ผู้เขียนถึงกับกลั้นหายใจไว้โดยไม่รู้ เนื่องด้วยเกรงว่าตนเองจะเผลอกะพริบตาแล้วอดชมภาพที่ พระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมา ณ ตอนนั้น ผู้เขียนมีความรู้สึกว่า ตัวเองช่างโชคดีมากมายที่ได้มายลโฉมสิ่งสวยงาม มหัศจรรย์ในอันดับต้น ๆ ของโลก สมกับที่เขาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจริง ๆ สวยยิ่งกว่าภาพวาด ดังมีมนต์ขลังสะกดจิตทุกคนในบริเวณนั้นให้เงียบสงัด ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือคุยกันเลย








เมื่อพระอาทิตย์โผล่ขึ้นขอบฟ้า ผู้เขียนเดินเข้าไปชมภายในตัว Angor Wat คนพื้นเมืองเรียกว่า Library (ห้องสมุด) ทีแรกทำเอาผู้เขียนงง ๆ ต้องกลับมาค้นหาความหมาย เพื่อขยายความของคำว่า Library เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางภาษาอังกฤษอันน้อยนิดของผู้เขียน แต่ก็ไม่พบคำตอบทำไมเขาถึงใช้คำว่า "ห้องสมุด" น่าจะใช้คำว่า "โบราณสถาน" historic site มากกว่า ช่างเถอะค่ะ เขาจะเรียกอะไร เราก็ปรับตัวให้เข้ากับเขาก็สิ้นเรื่อง เพราะเที่ยวแบบ Adventure มันมีอะไรให้ลุ้นตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะ ประชากรที่นี่ไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ ส่วนใหญ่ไม่จบชั้นประถมเสียด้วยซ้ำ แต่ภาษาอังกฤษของคนที่นี่สุดยอดมาก ใครจะให้ลูกหลานไปเรียนภาษา ไม่จำเป็นต้องส่งไปเรียนถึงยุโรป อเมริกา เลย มาที่นี่ค่าใช้จ่ายถูก ภาษาเยี่ยมค่ะ ใกล้ประเทศไทยด้วยค่ะ

คืนนี้ไป Diner ชม Angor Dance Show หรือการรำอัปสรา คล้ายกับโขนของไทย แต่โขน ลิเกไทยมีท่ารำให้สวยงาม อ่อนช้อย มีการเล่นหูเล่นตามากกว่า ส่วนการรำอัปสรา ออกแข็ง ๆ มีท่ารำไม่กี่ท่า ชุดแต่งกายคล้ายกันกับโขน ลิเกไทย แต่ความอลังการเทียบไม่ติดกับไทยเลยค่ะ แต่กลับเป็นค่ำคืนอันแสนโรแมนติก ประทับใจอีกคืนหนึ่ง ก็ไปกับคนรู้ใจ ย่อมสุขเป็นธรรมดาเน๊อะ และที่สำคัญ Wine อร่อยมาก










รุ่งขึ้นผู้เขียนไปเที่ยวชม Bayon Smile สวยงามอลังการมาก เดินไปทางไหนเหมือนกับมีคนจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา รึอาจเป็นเพราะส่วนตัวผู้เขียนเป็นคน sensitive ก็ไม่รู้น่ะค่ะ แต่รู้สึกและสัมผัสได้จริง ๆ ค่ะว่า มีคนจ้องมองเราตลอดเวลา ทุกมุมและทุกด้านด้วย เงยหน้าขึ้นไปทางไหนก็เห็นแต่รูปปั้นจ้องมองเรา อากาศที่นี่ร้อนมากจริง ๆ ใครจะมาต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมน่ะค่ะ สถานที่เที่ยวแต่ละแห่งเดินหลายกิโลท่ามกลางแสงแดดจัด ๆ


Hi-Light สถานที่สำคัญอีกแห่งที่เป็นเป้าหมายของทริปนี้คือ Ta Prohm Kei ที่อลังการมาก เป็นสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยมีหนังฟอร์มยักษ์มาถ่ายทำเรื่อง Tomb Raider ที่มี แองจิล่า โจลี่ นำแสดง Ta Prohm Kei ยิ่งใหญ่อลังการมาก ซากปรักหักพังยังคงมีมนต์ขลัง สะกดสายตาผู้เขียนให้ตะลึงงันไปในทุก ๆ แห่ง ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมโบราณสถาน ที่ครั้งหนึ่งโบราณสถานหลายแห่งในกัมพูชาถูกปล่อยทิ้งรกร้างเพราะมีสงครามกลางเมือง ทำให้เกิดต้นไม้ใหญ่บนซากปรักหักพัง กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ครอบงำความเก่งกาจของฝีมือมนุษย์ไว้อย่างสิ้นเชิง สื่อให้เห็นสัจธรรมที่แท้จริงว่า ในที่สุดมนุษย์ไม่สามารถที่จะเอาชนะธรรมชาติได้หรอก เจ้าจะต้องอยมจำนนต่อกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ธรรมชาติจะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของเจ้าเอง ตลอดเส้นทางในเขตนครวัด นครธม มีต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นปกคลุมตลอด 2 ฝั่ง ร่มรื่นเย็นสบาย

ชอบการวางผังเมืองโบราณสถานของ Siem Reap ที่จัดระบบ ระเบียบได้เป็นอย่างดี ไม่มีคนมาเดินเร่ขายล๊อตเตอรี่ รบกวนนักท่องเที่ยว ไม่มีขอทาน ไม่มีคนมาแอบถ่ายรูปเราแล้วยัดเหยียดขาย แผงลอยร้านค้า อยู่ห่างจากโบราณสถานมาก และเป็นสัดส่วน ห้องน้ำสาธารณะสะอาดมาก ๆ ทุกที่ด้วยอันนี้ผู้เขียนรับรองได้ค่ะ ยกเว้นท่านไปเข้าหลักกรุ๊ปทัวร์จีนเข้า ต้องทำใจน่ะค่ะ คนจีนถ่ายหนักไม่เคยราดน้ำค่ะ งานนี้มีสยองแน่ 55555555


Tae Kao Temple เป็นวัดที่เกิดก่อน Angor Wat สูงชันมาก งานนี้ผู้เขียนขอถอยดีกว่า ไม่ใช่เดินไม่ไหวแต่ลักษณะบันไดมันสูงและชันมาก แถมไม่มีที่ยึดเกาะด้วย ใครจะมาเที่ยวชมนครวัด นครธม จะต้องซื้อ Ticket น่ะค่ะ มีแบบ 1 Day/20 USและ 3 Days/40 US ซื้อ 3 Days สะดวกกว่า และต้องพกติดต่อตลอด จะมีเจ้าหน้าที่ขอดูบัตรเข้าชมเกือบทุกจุด แถมมีการถ่ายรูปเรา Print ติดบัตรด้วยล่ะ สวยไม่ใช่เล่นค่ะ ไม่เชื่อลองจ้องมองที่บัตรผู้เขียนสิค่ะ คิคิคิ

ตกเย็นไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ Pre Rum เดินขึ้นภูเขาประมาณ 5 กิโลเมตร ลิ้นห้อยเลยค่ะ คนเยอะมาก พระอาทิตย์จะตกเวลา 17.05 น. ควรไปถึงทางขึ้นภูเขาไม่เกิน 16.00 น. เผื่อเวลาเดินขึ้นเขาด้วยน่ะค่ะ
















ก่อนลาจาก Siem Reap ขอร้อง Taxi ให้พาไปชิมอาหารพื้นเมืองของ Siem Reap เกิดอาการ wonderful ขึ้นมาทันที......... นี่มันกลิ่นปลาร้าบ้านข่อยคัก ๆ ตั้วเนี่ย 555555555 ไม่แน่ใจจึงขอ Menu มาอ่านมีปลาเป็นส่วนประกอบ นอกนั้นแปลบ่ออก เรียกเด็กเสริฟมาถาม เค้าอธิบายว่า เป็นหมูสามชั้นผัดผสมกับปลาหมักชนิดหนึ่ง..........ชัวร์ป้าปปปปปป ปลาร้าคัก ๆ ฟัก(สับ) ใส่หมูสามชั้นแล้วเอามาผัดอีกที โอ้ยยยยยยยยย แซบ ๆๆๆๆ .......ต้มปลาใส่ผักกระแหยงนำ (ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ผู้เขียนลูกลาว ไม่รู้ว่าภาษากลางเรียกผักกระแหยงว่าอะไร คิคิคิ) ปรากฏว่า ทานกัน 2 คนหมดข้าวไป 1 โถ อาหาร 3 อย่างเกลี้ยงจาน มีแฮงเด้ เอ๊กกกกกกกก


ต้องขอบคุณ Mr.Vibol Taxi คนเก่งของผู้เขียน รู้เรื่องราวของ Siem Reap เป็นอย่างดี รู้ว่าร้านอาหารไหนอร่อย สะอาด ราคาไม่แพง รู้จักแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่ง มีเทคนิคในการหลบหลีกกรุ๊ปทัวร์ใหญ่ ๆ เพื่อให้ผู้เขียนได้ชื่นชมความงาม อลังการของ นครวัด นครธม อย่างเต็มที่ งานนี้ผู้เขียนผูกเสี่ยวไว้แล้วค่ะ ใครอยากมาเที่ยวติดต่อให้เขาไปรอรับที่สนามบินได้เลย อัตราค่าเหมา Taxi คิดเป็นวัน ๆ ละ 30 US ค่ะ ผู้เขียนสืบราคามาแล้ว เป็นราคามาตรฐานตายตัวทุกคัน ประทับใจจนผูกเสี่ยวกับเมียและลูกเค้า ลูกสาวเค้าติดผู้เขียนมาก ๆ ค่ะ ผู้เขียนบอกให้เรียกผู้เขียนว่า "แม่" คนขะแมร์เค้าจะเรียก "แม" ค่ะ ชวนขึ้นไปห้องพักและเอาเสื้อกันฝนที่ถือติดมือมาจากญี่ปุ่นยังไม่ได้ใช้ ให้ไว้ใส่ไปโรงเรียน ยิ้มแก้มบานเท่ากระด้ง กอดผู้เขียนกลมดิก

ก่อนออกเดินทางผู้ร่วมทางกับผู้เขียนแอบกังวลใจว่า จะมีความปลอดภัยหรือไม่ น่ากลัวรึเปล่า แต่เมื่อมาถึงกลับพบผู้คนที่ใส ซื่อ บริสุทธิ์และเป็นมิตร แต่คนเขมรจะเป็นคนพูดตับเดียว คือคำไหนคำนั้น ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ทำให้ผู้ร่วมทางเปลี่ยนความคิดและเอ่ยปากออกมาว่า........ "ทุกวันนี้เขาเปลี่ยนสงครามการเมือง มาเป็นการทำสงครามทางเศรษฐกิจกันแล้ว".......... เป็นคำคมที่ให้แง่คิดมากมายสำหรับผู้เขียน

ก่อนกลับแวะซื้อของฝากที่ Old Market ผ้าขะแมร์ หรือผ้าพันคอ เนื้อดี นิ่มมากค่ะ ปลาแดดเดียวตัวใหญ่มาก หากไม่มีโปรแกรมต้องไปเที่ยวมาเก๊า ฮ่องกงต่อ ผู้เขียนคงซื้อกลับไทยอีกหลายกิโล ผลิตภัณฑ์ที่เค้าเอาถุงปุ๋ยมาเย็บเป็นกระเป๋าขาย สวยแปลกตาดีเหมือนกัน สินค้าที่ขึ้นชื่ออีกอย่างคือกระเป๋าที่ทำจากตาข่ายไนล่อน แต่เห็นมีขายเฉพาะสนามบินขาออก ฝีมือเย็บดีราคาพอฟังค่ะ สนามบินที่นี่ไม่มีที่ให้นั่งรอ ไม่จำเป็นอย่ามารอก่อนเวลานานเกินไป นั่งรถจากในเมืองไม่เกิน 30 นาทีก็ถึงสนามบินแล้วค่ะ









จบทริปนี้แล้ว ปีหน้าจะพาไปเที่ยวจางเจื่อเจี้ย หุบเขาอวตาร มลฑล Hunan,China รอติดตามอ่านน่ะค่ะสุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณ ผู้ร่วมเดินทางที่แบ่งปันความสุขให้กับผู้เขียน ขอบคุณ Mr.Vibol Taxi คนเก่ง มิตรใหม่ในแดนไกล และขอบพระคุณท่าน อ.ไพบูลย์ ชวรุ่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 3 ที่ให้ความอนุเคราะห์ผู้เขียนมาด้วยดีโดยตลอดค่ะ

นิภารัตน์วงษ์วิชา

นักวิชาการศึกษา ชำนาญการ

สพป.อุดรธานี เขต 3

12 พฤศจิกายน 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คิดนอกกรอบ



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ น่าเที่ยวนะคะ อากาศร้อนมากถึง 52 องศาเลยเหรอคะ แล้วเรื่องกับระเบิดยังมีอยู่หรือเปล่าคะ ต้องเดินหลบหลีกกับระเบิดกันหรือเปล่า

เพิ่งอ่านนวนิยายเรื่อง จำหลักไว้ในแผ่นดิน โดยกฤษณา อโศกสิน จบลงด้วยความประทับใจมาก เป็นเรื่องราวช่วงที่เขมรแตกเป็น 4 ฝ่ายและเวียตนามยังยึดครองอยู่ การรบ การอพยพมาอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยเขาอีด่าง ได้ทราบวิธีการทำงานขององค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆที่เข้ามาดูแลผู้อพยพ และประเทศไทยคนไทยแนวชายแดนต้องเสียสระเพียงใด และเจ้าหญิงราชนิกุลที่อพยพมาและเริ่มงานกู้ชาติ บทบาทของกองทัพไทย และชาติอื่น ๆที่ช่วยให้

เวียตนามถอนทหารและเขมรได้อิสระภาพคืน ตอนจบได้กลับไปและสภาพเขมรที่ยับเยินที่ชาวเขมรต้องกอบกู้ สร้างเมืองกันขึ้นมาใหม่ ดีใจที่เขาเริ่มดีขึ้นทุกวันจากการอ่านบันทึกนี้

เขียนเมื่อ 

GD

ขอบคุณค่ะท่าน ดร.กัลยา ที่เมตตาอ่านบาทความ

อากาศร้อนสุด ๆ ค่ะ 5 โมงเย็น แดดยังจ้าเลยค่ะ เดินเที่ยวเหงื่อไหลซึมตามแผ่นหลังตลอดเวลา

ตลอดทริปไม่เจอคนไทยเลยค่ะ มีแต่ทัวร์ฝรั่งเยอะมาก ตามด้วยจีนและเกาหลีค่ะ

Siem Reap ไม่ได้เป็นเมืองที่ถูกต่างชาติหมายปอง ระเบิดจะอยู่แถวพนมเปญแบะชายแดนมากกว่าค่ะท่าน

แต่ Siem Reap เป็นเมืองที่รุ่งเรืองในอดีต ต่อมามีสงครามกลางเมือง จึงถูกปล่อยทิ้งรกร้าง จนกลายเป็นสถาปัตยกรรมจากธรรมชาติ ที่ครอบงำฝีมือมนุษย์

สวยงาม มหัศจรรย์จริง ๆ ค่ะท่าน ดร. หลาย ๆ ประเทศที่ไป back Packer มา ทำให้ผู้เขียนเปลี่ยนมุมมองไปมาก จากที่คิดว่าประเทศเพื่อนบ้าน น่ากลัว อัตราย แต่ทุกวันนี้เมืองไทยน่ากลัวกว่าเขมร พม่า และจีนมากค่ะ เพราะคนไทยอยากมีอำนาจ อยากร่ำรวย จึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนมีอำนาจและการเมืองค่ะ