CMB ย่อมาจาก China Medical Board เป็นมูลนิธิ หรือองค์กรการกุศลที่ตั้งโดยตระกูล ร็อกกี้เฟลเล่อร์ เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๑๔ ปีนี้จึงมีอายุครบ ๑๐๐ ปี จึงมีการฉลองในหลายที่ เมื่อต้นปีนี้ ก็มีการเลี้ยงฉลองที่กรุงเทพ ค่ำวันที่ ๒๗ มกราคม ดัง บันทึกนี้

          ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๒ กันยายน ๒๕๕๗ มีการฉลองที่ปักกิ่ง ผมได้รับเชิญด้วย มีคนไทยได้รับเชิญถึง ๘ คน ได้แก่ ศ. นพ. วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ จาก มอ., ศ. ดร. วิภาดา จาก มช., นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ จากกระทรวงสาธารณสุข, นพ. ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย จากจุฬา; จากมหาวิทยาลัยมหิดล มี ๔ คนคือ ศ. พญ. วณิชา ชื่นกองแก้ว, รศ. ดร. ชื่นฤทัย กาญจนจิตรา, ศ. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา และผม

          งานของเขามี ๕ ช่วง คือ (1) งานเปิดตัวหนังสือ (2) China – US Medical Education Summit (3) Academic Conference : Innovation for Health Equity in the 21st Century (คุณหมอสุวิทย์เป็นวิทยากรร่วมอภิปรายด้วย) (4) งานเลี้ยงอาหารค่ำ และ (5) Side Event : เปิดตัวหนังสือ The Lancet – China – CMB Series ผมได้เข้าร่วมเฉพาะช่วงที่ ๒, ๓ และ ๔

          เป็นการจัดงานเพื่อสร้างความเข้าใจกัน หาทางร่วมมือกันทำงานต่อไป พวกเราคนไทยได้รับเชิญก็เพราะเราทำงานด้าน พัฒนาการเรียนรู้ของวิชาชีพสุขภาพร่วมกับ CMB อย่างใกล้ชิด และน่าจะต้องทำงานหนักร่วมกันต่อไปอีกหลายปี งานเหล่านี้ผม ลงบันทึกไว้เป็นระยะๆ ที่นี่

          ที่จริงผมตั้งใจจะไปงานช่วงแรกด้วย แต่เครื่องบินเสียเวลา และรถตู้ที่พาเราจากสนามบินไปโรงแรมที่พัก คือ Grand Hyatt Hotel, Oriental Plaza ฝ่ารถติด ไปถึงโรงแรม ก็หนึ่งทุ่มของวันที่ ๑๙ ซึ่งเป็นเวลาปิดงานช่วงแรกพอดี

          งาน ช่วงที่ ๒ ใช้เวลา ๒ ชั่วโมง ที่อาคาร The Great Hall of the People ที่ใหญ่โตและสง่างาม เป็นการพูดโดยคน ๑๑ คน คนละ ๑๐ นาที สาระมีทั้งเรื่องประวัติศาสตร์การก่อตั้ง CMB การก่อตั้ง PUMC (Peking Union Medical College) โดยการสนับสนุนของ CMB ความสำเร็จด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์ที่มีผลต่อพัฒนาการของสุขภาวะของคนในโลก และที่มีคนพูดมากที่สุดคือ การพัฒนาระบบสุขภาพของจีน เน้นที่การปฏิรูปหลักสูตรแพทยศาสตร์ เป็น 5+3 คือเรียนแพทย์ ๕ ปี ต่อด้วยการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง ๓ ปี ได้ทั้งประกาศนียบัตรแพทย์เฉพาะทางและปริญญาโทวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยงานวิจัยที่ทำเน้นการศึกษาผู้ป่วย ไม่ใช่วิจัยพื้นฐาน ช่วงนี้ถือเป็นงานที่เป็นทางการ

          ช่วงที่ ๓ เขาบอกว่าขอให้เป็นงานสนุกสนาน เริ่มด้วย Keynote Address เรื่อง equity โดยจีนหนึ่งคน อเมริกันหนึ่งคน รวมเวลาถามด้วย ๔๕ นาที คนจีนคือ Han Qide, President of Peking University Health Science Center ส่วนคนอเมริกันคือ Harvey Feinberg ผู้มีชื่อเสียง และเป็นทั้งนักคิดและนักพูด

          ทางจีนบอกว่า Health Equity ไม่ได้อยู่โดดๆ ยังขึ้นกับ Social Equity ด้วย เขาพูดตรงๆ ว่า Health Equity ของจีนยังไม่ดี ของ สรอ. ก็ไม่ดี ในขณะที่ของประเทศทางยุโรปเหนือ ดี ที่จริงผมอยากถามว่าทำไมของประเทศยุโรปเหนือจึงดี เขาทำอย่างไร แต่ก็ไม่ได้ถาม สาระสำคัญที่เขาเสนอคือผลการวิจัยของตัวเขาเอง ที่เปรียบเทียบ Equity กับ Efficiency ในการลงทุนซื้อ CT Scan ปอดราคารวม ๔๓๐ ล้านหยวน สำหรับใช้ตรวจกรองหามะเร็งปอดกับตรวจหาวัณโรค เงินเท่ากันนี้ ถ้าใช้ตรวจหามะเร็งปอด จะช่วยชีวิตคนได้ ๒,๗๐๐ คน ถ้าใช้ตรวจหาวัณโรค จะช่วยชีวิตคนได้ ๙๑,๔๐๐ คน

          Harvey Feinberg พูดดีมากเช่นเคย โดยจับทั้งเรื่อง Innovation และ Equity เขาชี้ให้เห็นว่าการก่อตั้ง CMB เมื่อ ๑๐๐ ปีก่อน ถือเป็นนวัตกรรมด้านการลงทุนเพื่อการกุศล โดยมีลักษณะสำคัญคือ ไม่ใช่เพื่อผลตอบแทน ยกเว้นได้ความพึงพอใจ และชี้ให้เห็นว่า innovation ไม่ได้มีเฉพาะด้านเทคโนโลยี แต่ยังมีด้านนโยบาย ด้านการจัดการ และอื่นๆ เขาย้ำว่า คุณภาพของระบบสุขภาพมีถึง ๖ มิติ คือ มิติที่ ๖ คือ Equity

          ช่วงที่ ๓ นี้เขาถือว่าเป็น interactive session หลังจาก Keynote มีเวลา session ละ ๑ ชั่วโมง ประกอบด้วย

          Session 1 : Policies for equitable primary care ที่ผมประทับใจมากที่สุดคือ มีคนลุกขึ้นมาเสนอว่า ต่อจากนี้ไป primary care personnel คือตัวเอง ตัวผู้ป่วยจะต้องเป็น primary care provider ให้แก่ตัวเอง โดยระบบสุขภาพต้องหาทาง เอื้อให้ผู้คนทำเช่นนั้นได้

          ข้อประทับใจที่สอง มาจากการอภิปรายของคุณหมอสุวิทย์ ว่าการบรรลุ equitable primary care ไม่ได้มาจากบุคลากร เพียงอย่างเดียว ต้องทำหลายอย่างประกอบกันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ของระบบสถานบริการ ให้เข้าถึงประชากรทั่วไปได้ง่ายและทั่วถึง ประเทศไทยเราโชคดีที่มีการวางรากฐานนี้สมัย รมต. ศ. นพ. เสม พริ้งพวงแก้ว

          Session 2 : Educational innovations in a digital age พระเอกคือ MOOCs ที่ CMB เข้าไปส่งเสริม คนที่ผมติดใจมี ๒ คน คนหนึ่งมาจาก ฮาร์วาร์ด ชื่อ David Hunter ที่กล่าวถึง HarvardX ที่มีคนลงทะเบียนเรียนกว่าแสนคน และกว่าหมื่นคน ได้รับประกาศนียบัตร ในปี 2015 เขาจะเริ่ม online MPH in epidemiology

          อีกคนหนึ่งมาจาก Indiana University Center for Global Health ชื่อ Thomas S. Inui เป็น Chair in Global Health Research and Director of Research และเป็นกรรมการของ CMB ด้วย นอกจากนั้น ยังเป็น President and CEO, Regenstrief Institute for Health Care และเป็น the Sam Regenstrief Professor of Health Services Research เก่งด้าน General Internal Medicine, Ambulatory Care & Prevention ผมติดใจที่ท่านบอกว่า นักศึกษาเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จากการเฝ้าดูพฤติกรรมของอาจารย์ และเขาจะเอาไปทำความเข้าใจ (reflection - ผมว่าเอง) เกิดเป็นการเรียนรู้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการเรียนรู้เชิงคุณค่า เพราะเขาเคารพ บูชาอาจารย์ของเขา ถือเป็นแบบอย่าง (role model)

          เขาบอกว่า MOOCs ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ของการเรียนรู้ เรียกว่า AGILE – Access, Global, Individuals, Learning Series, Equity/Engagement อีกคำหนึ่งคือ SOPC – Small, Personal, Online, Courses อีกคำหนึ่งคือ inverted classroom ซึ่งน่าจะเป็นคำเดียวกันกับ flip classroom

          เช้าวันที่ ๒๑ กันยายน เริ่มด้วย Keynote คนจีน ๑ คน และอเมริกัน ๑ คน คนจีนเป็นหมอเด็กที่เป็นนักการเมืองด้วย และเป็นศาสตราจารย์ที่ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวตง เขาเสนอให้เห็นคุณค่าและศักยภาพของเด็ก เสนอให้ร่วมมือกัน ระหว่างภาคการศึกษากับภาคสาธารณสุข ในการปฏิรูปการดูแลเด็กพิการ หรือมีความยากลำบากในการเรียนรู้บางด้าน ให้สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ เสนอการทำปริญญาแบ ๒ ปริญญา เพื่อสร้างนักวิชาชีพดูแลเด็กมีปัญหาในการเรียนรู้ หรือเด็กพิเศษ

           อีกคนเป็นคนจีนที่ไปอยู่ในอเมริกา จนเวลานี้เป็น President ของ IOM ต่อจาก Harvey Feinberg ชื่อ Victor Dzau (อ่านว่าเยา) เขาบอกว่า ในอนาคต บริการสุขภาพจะขับเคลื่อนโดยผู้รับบริการ มากกว่าโดยผู้ให้บริการ และจะต้องเคลื่อน จุดเน้นจากบริการสุขภาพ สู่การมีสุขภาวะ


          Session 3 : Collaboration in a global health world สองตอนหลังนี้ อยู่ในเช้าวันที่ ๒๑ กันยายน เฉพาะเรื่องความร่วมมือ ก็มีประเด็นพูดกันเยอะ และสนุก

          ความร่วมมือเพื่อสุขภาวะ และเพื่อสุขภาพโลก ต้องร่วมมือข้ามสาขาวิชาการอย่างกว้างขวาง กว้างกว่าวิชาชีพสุขภาพ รวมทั้งสาขาสังคมศาสตร์ กฎหมาย บริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศ ภูมิศาสตร์ ผังเมือง (urban planning) รัฐศาสตร์ การทูต และอื่นๆ โดยมีความท้าทายคือ คนต่างศาสตร์มีภาษาของตนเอง หลายครั้งที่พูดคำเดียวกัน แต่มีความหมายต่างกัน ความร่วมมือจึงเกิดไม่ง่าย ต้องใช้เวลาและความอดทน

          ความร่วมมือจะเกิดขึ้นได้ หากมีเป้าหมาย และคุณค่าร่วมกัน

          มีคนเสนอเรื่อง human security เป็นคุณค่าร่วมในการทำงานร่วมมือกัน และมีคนเสนอเรื่องกิจกรรมที่มีเป้าหมายและ คุณค่าตรงกันข้ามกับสุขภาวะ เช่นธุรกิจบุหรี่ อาหารทำลายสุขภาพ ซึ่งผมนึกในใจว่าธุรกิจที่ละโมบ อาจทำร้ายสุขภาวะของมนุษย์ ได้เสมอ เช่นธุรกิจยา ดังกรณี นสพ. China Daily ฉบับวันที่ ๒๐ - ๒๑ กันยายน ๒๕๕๗ ลงข่าว GlaxoSmithKline gets record fine, posts an apology ว่าบริษัทสารภาพความผิดฐานให้สินบน “แก่ผู้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ยอมให้ปรับ ๓ พันล้านหยวน อ่านข่าวแล้ว พบว่า บริษัทขอให้ศาลพิจารณาคดีเป็นความลับ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัท ๕ คนยอมรับสารภาพ และถูกตัดสินจำคุกคนละ ๒ - ๕ ปี แต่ให้รอลงอาญาเพราะรับสารภาพ ข่าวบอกว่าผู้รับสินบนเป็นคนในวิชาชีพสุขภาพ เข้าใจว่าการให้สินบนส่วนหนึ่ง เป็นการพาไปต่างประเทศ

มีการพูดกันว่า การริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ๆ ควรดึงนักศึกษาเข้าร่วมสร้างสรรค์ด้วย


          Session 4 : Priorities for CMB’s second century มีการยกกรณี CMBมาอธิบาย ว่าเกิดจากใจตรงกันระหว่างจีน กับอเมริกัน ที่ต้องการเปลี่ยนการศึกษาแพทย์ให้ทันสมัย ใจตรงกันด้านคุณค่าและลำดับความสำคัญ อเมริกันต้องการเปลี่ยนจาก apprenticeship-based เป็น science-based จีนต้องการเปลี่ยนจากแผนโบราณ เป็นแผนทันสมัยของตะวันตก

          มีการเล่าว่า Lincoln Chen ได้รับการสรรหาเป็นประธานของ CMB เป็นเวลา ๘ ปีแล้ว ได้นำเอาอุดมการณ์ Health Equity มาเป็นธงนำ CMB เวลานี้บทบาทสำคัญของ CMB ไม่ใช่เงิน แต่เป็นความสามารถในการเชื่อมโยงเครือข่าย และ capacity building ในการทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบ evidence-based

          ช่วงที่ ๔ เป็นงานเลี้ยงตอนกลางคืนวันที่ ๒๐ กันยายน ซึ่งอาหารและไวน์อร่อย แถมยังได้ความรู้ ได้รู้จักคน (สร้างเครือข่าย) และได้ความบันเทิง ในงานนี้กรรมการของ CMB 11 คนมาร่วมหมด ประธานเป็นผู้หญิงและเป็น นักประวัติศาสตร์อเมริกันที่เก่งภาษาจีนมาก ชื่อ Mary Brown Bullock ออกโรงทำหน้าที่ MC เอง ถือไมค์ออกเดิน ไปทั่วห้องงานเลี้ยงเชิญแขกที่นัดไว้ ให้กล่าวความในใจแบบบันเทิง สลับกับการฉายภาพยนตร์สั้นๆ การร้องเพลง และการแสดง ตอนท้าย Lincoln Chen, President ของ CMB ออกโรงเดินไปตามโต๊ะ เชิญให้คนพูดความฝัน China Health Dreans for the 21st Century

          ผมชอบความฝันของ Harvey Feinberg ซึ่งพูดเป็นคนสุดท้ายมากที่สุด ว่าฝันเห็น partners ของ CMB เป็นตัวของตัวเอง มากขึ้น ลงมือขับเคลื่อนการพัฒนา/เปลี่ยนแปลง ตามบริบทของตนเอง แล้ว CMB อำนวยความสะดวกในการนำประสบการณ์ การสร้างความสำเร็จในรูปแบบใหม่ๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ตรงใจผมจริงๆ

วิจารณ์ พานิช

๒๑ ก.ย. ๕๗