Human-Centered Productivity

การเพิ่มผลิตภาพโดยใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง

(Human-Centered Productivity)

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

[email protected]

24 ตุลาคม 2557

เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในวันนี้ และวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าวันนี้ของมนุษยชาติ เป็นแนวคิดของ ผลิตภาพ (Productivity) ที่ทำให้ความฝันของมวลมนุษย์เป็นความจริง คือมีการสร้างงานและมีการว่าจ้างเพิ่มขึ้น เพื่อความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

แต่อย่างไรก็ตามมีการเข้าใจผิดคิดว่า ผลิตภาพเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้ผู้จัดการมีการกวดขันให้แรงงานทำงานหนักขึ้น ความจริงแล้ว ผลิตภาพมีจุดมุ่งหมายเพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้นของมนุษย์ ในปัจจุบันมีแนวคิดในเรื่องการใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลางในการเพิ่มผลิตภาพ ที่มีพื้นฐานจากการเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ โดยมีความเชื่อใจกันระหว่างฝ่ายบริหารกับแรงงาน เพื่อความเจริญเติบโตที่ยั่งยืน และมีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ยุติธรรม ซึ่งเป็นวงจรที่ดี

หนังสือเรื่อง Human-Centered Productivity ประพันธ์โดย Choi Dong-Kyu จัดพิมพ์เผยแพร่โดย Korea Productivity Center ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 กล่าวว่า การเพิ่มผลิตภาพโดยใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลางคือ “หลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นพื้นฐาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการแบ่งผลประโยชน์อย่างยุติธรรม" ซึ่งหลักการนี้เป็นพื้นฐานของชาวเอเชียตะวันออกอยู่แล้ว สมควรนำจุดแข็งนี้มาใช้ เพื่อลดความยากจน เพิ่มคุณภาพชีวิต ร่วมกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม ก็จะตรงกับความหมายพื้นฐานของคำว่าผลิตภาพ

Choi Dong-Kyu ได้รับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์การบริหารจัดการจาก Korea Advanced Institute of Science and Technology มีประสบการณ์คือเป็น ประธานและผู้บริหารสูงสุดของ Korea Production Center เป็นประธาน Asian Productivity Organization และได้รับรางวัล APO Regional Awards ในปี พ.ศ. 2554

ท่านที่มีความต้องการเอกสารแบบ powerpoint (เป็น PDF file ที่มีภาพประกอบ) สามารถคลิ๊กดูที่ link ที่ให้ไว้คือ http://www.slideshare.net/maruay/human-centered-productivity-31738037

ความท้าทายของมนุษย์ทั้งโลกนี้ คือจำนวนพลเมืองโลกที่เพิ่มขึ้นแต่ทรัพยากรมีจำนวนจำกัด การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของโลก ทำให้การเพิ่มผลิตภาพมีความจำเป็น แต่ต้องเป็นไปเพื่อชีวิตที่ดีกว่าและมีความยั่งยืน

ยังมีแนวคิดว่า ผลิตภาพ คือความสัมพันธ์ของสิ่งนำเข้ากับสิ่งที่ผลิตออกมาได้ ซึ่งเป็นการบอกประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต สิ่งนำเข้าได้แก่ แรงงาน เงินทุน สิ่งอำนวยความสะดวก วัตถุดิบ พลังงาน ความรู้ และเทคโนโลยี เป็นต้น สิ่งที่ผลิตออกมาได้นั้นเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการผลิตที่มีหน่วยนับได้ชัดเจน เช่น เป็นปริมาณ เป็นชิ้น เป็นรายรับ หรือเป็นการเพิ่มคุณค่า การวัดผลิตภาพอาจวัดเป็นผลิตภาพของแรงงาน (สิ่งที่ผลิตได้/แรงงานที่ใช้) ผลิตภาพของเงินทุน (สิ่งที่ผลิตได้/เงินทุนที่ใช้) หรือปัจจัยอื่นอีกก็ได้

ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึงการได้สิ่งที่ผลิตออกมาได้มากที่สุดโดยใช้สิ่งนำเข้าน้อยที่สุด ประสิทธิผล (effectiveness) หมายถึงการบรรลุเป้าประสงค์ได้มากน้อยเพียงใด การผลิตได้จำนวนมากขึ้น แสดงว่ามีประสิทธิภาพสูง ถ้าผลิตได้มากแต่สินค้าคุณภาพไม่ดีหรือการตลาดไม่ดีทำให้ขายไม่ได้ แสดงว่ามีประสิทธิผลต่ำ

คำนิยามของ ผลิตภาพ (Productivity) ที่กำหนดโดย European Productivity Agency (EPA) ในปี ค.ศ. 1959 กล่าวว่า ผลิตภาพ “คือแนวคิด เป็นทัศนคติในการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ เพื่อทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวานและทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้" ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของสิ่งนำเข้ากับสิ่งที่ออกมาผลิตได้ เป้าประสงค์สูงสุดของผลิตภาพคือการจ้างงานเพิ่มหรือป้องกันการว่างงานนั่นเอง

มีความเข้าใจผิดว่า ถ้าผลิตภาพเพิ่มจากการใช้เครื่องจักรกลหรือจากนวัตกรรมแล้ว จะส่งผลให้เกิดการปลดแรงงาน ทำให้บุคลากรไม่ให้ความร่วมมือในการสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพ หรือการมองผลิตภาพด้านกายภาพอย่างเดียวคือเน้นที่จำนวนหรือปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเศรษฐกิจหรือตลาดไม่ดี ผลิตภาพก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ในความเป็นจริงแล้ว การเพิ่มผลิตภาพทำให้องค์กรมีเงินทุนและความสามารถในการจ้างงานเพิ่มขึ้น ถ้าแรงงานและฝ่ายจัดการมีความเชื่อใจกันและกัน ทำให้มีการแบ่งผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมระหว่างแรงงานกับฝ่ายบริหาร จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของชาติด้วย

การใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลางในการเพิ่มผลิตภาพ เป็นการปรับเปลี่ยนทัศนคติในการทำงานในด้านบวก เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้บุคลากรมีความสุข และเป็นการท้าทายความฝัน ทำให้ผลิตภาพเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

กิจกรรมที่ใช้เพิ่มผลิตภาพที่จริงคือกิจกรรมของมนุษย์ จึงเกิดแนวคิดว่ามนุษย์เป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดขององค์กร การได้ใจบุคลากรจึงทำให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพ การเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์นั้น ต้องเข้าใจความปรารถนาของมนุษย์ด้วย นั่นคือมนุษย์ต้องการอิสรภาพ เสรีภาพ การทำได้สำเร็จความพึงพอใจในงานที่ทำ การมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นรวมถึงคุณค่าอื่น ๆ เช่น มีความอ่อนตัว วงจรการใช้ชีวิต และการติดต่อเชื่อมโยง เป็นต้น การทำให้บุคลากรเกิดความรู้สึกสนุกสนานและมีเป้าหมายในการทำงาน จึงเป็นการแสดงให้เห็นคุณค่าในชีวิตของบุคลากรทั้งระดับบุคคลและระดับสังคม

บริษัทที่ใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลางในการเพิ่มผลิตภาพ จะมีการสื่อสารที่เปิดกว้างระหว่างผู้บริหารและพนักงาน เพราะการสื่อสารเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันและเคารพซึ่งกันและกัน ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการพัฒนางาน จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบุคลากรมีอิสรภาพและเสรีภาพ จึงจะสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ การมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย จะส่งผลให้บุคลากรแสดงศักยภาพเพื่อสร้างความปรารถนาให้เป็นจริงในการปฏิบัติงาน

องค์กรที่มีการสร้างนวัตกรรม มีลักษณะดังนี้คือ มีการจ้างงานที่มั่นคง (รับบุคคลใหม่เฉพาะผู้ที่เหมาะสมกับองค์กร) มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารกับบุคลากร มีการแบ่งผลประโยชน์อย่างลงตัว มีการให้อิสรภาพและเสรีภาพกับบุคลากร และมีการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีอิสรภาพและเสรีภาพของบุคลากร

เสรีภาพ เป็นสิ่งที่มนุษย์แสวงหาเพื่อเติมเต็มความสุขในชีวิต อิสรภาพเป็นพื้นฐานของความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ และความอ่อนตัว ทำให้บุคลากรเกิดความสมัครใจในการทำงานเป็นทีม องค์กรมีการสร้างเสรีภาพและอิสรภาพโดยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรม สร้างความไว้ใจซึ่งกันและกันในเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ที่ยุติธรรม ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้บุคลากรเกิดความทุ่มเทและมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมในการทำงาน เป็นวงจรแห่งความดีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรมีการให้อำนาจการตัดสินใจในระดับหนึ่งกับบุคคลหรือทีมงาน และเคารพการตัดสินใจนั้น รวมถึงมีการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเป้าประสงค์และวิสัยทัศน์ร่วมกัน

องค์กรโดยมากจะมีโครงสร้างในการบังคับบัญชาหลายชั้น ทำให้บุคลากรไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ ทำงานแบบเฉื่อยชา ทำงานแบบหน่วยใครหน่วยมันไม่มีการทำงานเป็นทีมสหสาขา ซึ่ง การทำงานเป็นทีมสหสาขาเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรได้แสดงออก มีอิสรภาพและเสรีภาพในการพัฒนาศักยภาพ เพิ่มผลิตภาพที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรม เพราะการทำงานเป็นทีมสหสาขา เป็นการรวมกลุ่มของผู้ชำนาญการ มีการสื่อสารแบบเครือข่าย มีการอบรมงาน เป็นการลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลข่าวสาร และประหยัดค่าใช้จ่าย ประการสำคัญคือสมาชิกมีการแก้ปัญหาด้วยความสมัครใจ

ความไว้วางใจกันและความร่วมมือ ระหว่างฝ่ายบริหารกับบุคลากร และการแบ่งผลประโยชน์อย่างลงตัว เกิดได้เพราะเสรีภาพและอิสรภาพของบุคลากร ที่ฝ่ายบริหารอนุญาตให้มีการลองผิดลองถูกในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรมีความคิดนอกกรอบ มีความคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรม เมื่อเกิดข้อผิดพลาดก็ไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดหรือมีการลงโทษ และที่สำคัญคือ ผู้ที่นำเสนอความคิดใหม่ ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการทำการทดลองกระบวนการที่นำเสนอนั้น ไม่มีการผูกมัดกับการทดลอง ค่าใช้จ่าย หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จึงจะทำให้บุคลากรกล้าเสนอความคิดได้อย่างเป็นอิสระ

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้นภาพลักษณ์ที่ถูกมองจึงมีความสำคัญ สิ่งที่ทำให้บุคคลเกิดความภูมิใจและความมั่นใจ มีความพึงพอใจในตนเอง โดยเฉพาะเมื่อได้ทำงานในบริษัทที่มีภาพลักษณ์ที่ดี เช่น เป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีจริยธรรมในการบริหารงาน มีการบริหารที่โปร่งใส มีการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีการเสียภาษีที่ถูกต้อง มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน มีความมั่นคงในการจ้างงาน มีการช่วยเหลือชุมชน ฯลฯ ที่ทำให้บุคลากรเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและทำงานด้วยความเสียสละ

ยิ่งถ้าองค์ที่มีการสร้างสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ เป็นสถานที่น่าทำงาน โดยมีการจัดสิ่งแวดล้อมให้มีการทำงานได้อย่างมีความสุข รวมถึงมีการตกแต่งทางสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นประวัติศาสตร์ขององค์กร จะทำให้บุคลากรมีความภูมิใจ เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมและมีความผูกพันกับองค์กร

ความสามารถพิเศษขององค์กร เกิดจากบุคลากรมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรม การใช้ระบบบริหารแบบกลุ่ม (Block Management System) และวิธีการให้คะแนนแบบสมดุลของโรงงาน (Manufacturing Balanced Scoring) จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรม เพราะมีการแบ่งผลประโยชน์ที่ลงตัว รวมกับการบริหารสถานที่ทำงานให้น่าอยู่เหมือนบ้าน (Family-friendly Management) ทำให้บุคลากรเกิดความพึงพอใจและมีความยืดหยุ่นในการทำงาน ช่วยส่งเสริมการเกิดนวัตกรรมในจุดที่เขาทำงานอยู่

ส่วนความเครียดที่เกิดนอกสถานที่ทำงาน เช่น ความสัมพันธ์ วัฒนธรรม ประกอบกับบ้านและสถานที่ทำงานอยู่ไกลกันทำให้การใช้ชีวิตกับการทำงานแยกจากกัน และถ้าบุคลากรคิดว่าทำงานเพียงเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวแล้ว ความผูกพันกับองค์กรจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นการทำให้การทำงานมีความสอดคล้องกับชีวิตครอบครัวได้ เช่น มีสถานที่รับเลี้ยงเด็กในที่ทำงาน หรือการให้ชั่วโมงทำงานลดลงในช่วงเลี้ยงดูบุตรที่พึ่งคลอด จะทำให้บุคลากรทำงานด้วยความสบายใจ มีความพึงพอใจ เกิดความจงรักภักดีกับองค์กร เพราะไม่ต้องกังวลกับสิ่งรบกวนจากภายนอก

การเชิญสมาชิกในครอบครัวมาเยี่ยมชมโรงงานหรือสถานที่ทำงาน หรือมาร่วมกิจกรรมที่องค์กรจัด เช่น วันกีฬา หรือในวันเทศกาลต่าง ๆ เพื่ออธิบายวิสัยทัศน์ขององค์กร เป็นการสร้างความสามัคคี ความจงรักภักดี และความรู้สึกเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน การที่มีสมาชิกในครอบครัวมาเยี่ยมชมโรงงาน ทำให้มีครอบครัวมีความเข้าใจในบุคลากรมากยิ่งขึ้น ให้กำลังใจกับบุคลากรในการทุ่มเทกับการทำงาน ส่งผลให้การลาออกของบุคลากรลดลง

มนุษย์ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงถ้าไม่มีความจำเป็น องค์กรสามารถจะกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้แม้ว่าการทำงานจะไม่มีปัญหา โดยเน้นความคิดนอกกรอบ มีการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม มีการจัดการอบรมหรือจัดสรรทรัพยากรให้ จัดทำวิสัยทัศน์ จัดตั้งหน่วยนวัตกรรมและการจัดค่าตอบแทนที่เหมาะสม

การจ้างงานที่มั่นคง แม้ว่าบริษัทจะประสบภาวะวิกฤตแต่ไม่ได้ปลดบุคลากรออก กลับจัดการอบรมให้บุคลากรมีความรู้และทักษะเพิ่มขึ้น ทำให้บุคลากรสนใจในการทำงานอย่างเต็มที่ การบริหารสถานการณ์วิกฤตเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร องค์กรและบุคลากรที่ยอมรับการเสียประโยชน์ร่วมกัน ทำให้เกิดความเชื่อถือซึ่งกันและกัน การที่บุคลากรยอมลดเงินเดือนหรือการไม่ขึ้นเงินเดือนเพื่อลดค่าใช้จ่าย จึงเป็นการยอมอดทนเพราะเชื่อมั่นว่าในอนาคตสถานการณ์จะดีขึ้น ประกอบกับการมีอิสรภาพและเสรีภาพของบุคลากร ที่ช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเศรษฐกิจกลับมาดีอีกครั้งหนึ่ง สามารถทำให้บริษัทฟื้นตัวได้เร็ว

การสรรหาบุคลากรใหม่ จะเน้นเรื่องความเหมาะสมกับองค์กร มากกว่าการคัดคนที่เก่งที่สุดแต่อาจเข้าไม่ได้กับองค์กร ที่สำคัญคือการมีวิสัยทัศน์ส่วนตัวที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร มีศักยภาพในการเจริญเติบโตร่วมกับองค์กร และการที่บุคลากรที่มีทักษะหลากหลาย จะสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารงานบุคคล มีโอกาสได้ทำงานที่ท้าทาย เป็นที่ต้องการขององค์กร

ความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน จะเห็นได้ชัดเมื่อเกิดสภาวะวิกฤต บริษัทที่มีความมั่นคงในการจ้างงาน มีการสื่อสารและความร่วมมือกันเป็นอย่างดี มีการทำงานเป็นทีมที่ฝ่ายแรงงานสามารถปรึกษาหารือได้กับฝ่ายบริหาร มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ทำให้เกิดความไว้วางใจกัน และแบ่งผลประโยชน์อย่างยุติธรรม เป็นการกระตุ้นให้บุคลากรตั้งใจทำงานให้ดีขึ้น การใช้วิธีการบริหารต้นทุนอย่างเบ็ดเสร็จ (Total Cost Management) เป็นวิธีมาตรฐานที่สร้างความโปร่งใสในการจ่ายค่าจ้างหรือการให้รางวัลกับบุคลากรที่มีวิธีการที่เปิดเผย

การสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ทำให้เกิดความไว้วางใจกัน ผู้บริหารสูงสุดควรใช้ความพยายามมากขึ้นเพื่อทำให้เกิดความโปร่งใส เช่น การเยี่ยมหน่วยงานบ่อย ๆ เพื่อรับฟังข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะ การสุ่มตัวอย่างให้บุคลากรได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้บริหารระดับสูงโดยไม่มีหัวหน้างานมาเกี่ยวข้อง การมีนโยบายเปิดประตูให้บุคลากรได้เข้าพบได้ตลอดเวลา และการไปร่วมงานแต่งงาน งานศพ เป็นต้น สามารถใช้เป็นแนวทางการสื่อสารที่ผู้บริหารระดับสูงเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

การให้รางวัล เป็นการสร้างความพึงพอใจและความคาดหวังให้กับบุคลากร ถ้ามีความยุติธรรมก็ยิ่งสร้างความพึงพอใจให้กับบุคลากรมากยิ่งขึ้น เป็นวงจรที่ดี ความพึงพอใจและความคาดหวังเป็นแรงผลักดันให้บุคลากรได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ และสร้างความสามัคคีให้กับบุคลากร โดยมีวิสัยทัศน์เป็นเป้าหมายสูงสุด ดังนั้นวิสัยทัศน์ที่มีความชัดเจนมีความเป็นไปได้ และบุคลากรมีความเห็นพ้องร่วมกัน จะทำให้บุคลากรเกิดแรงกระตุ้นในการทำงานเพื่อการบรรลุเป้าประสงค์ขององค์กร อีกทั้งวิสัยทัศน์ควรมีการบ่งบอกเป้าหมายระหว่างทาง เพื่อบุคลากรจะได้มีกำลังใจและภูมิใจที่ผ่านแต่ละจุดไปได้

วงจรการบริหารที่ดี คือมีความสมดุลระหว่างผลงานและรางวัล การจ่ายค่าแรงที่ยุติธรรมควรมีการตกลงล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร มีมาตรฐานในการวัดผลงานอย่างยุติธรรม มีการให้บุคลากรมีส่วนร่วมด้วย และฝ่ายบริหารกับบุคลากรควรมีการพูดคุยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ

การให้รางวัลมีความแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร อาจให้เป็นเงินตรา หรือรูปแบบอื่นก็ได้ เช่น การได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าทีม ได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติม การยกย่องชมเชย หรือการให้หุ้นของบริษัท เป็นต้น การที่หุ้นของบริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทำให้บุคลากรมีความทุ่มเทในการทำงานเพิ่มขึ้น เพราะมีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมด้วย

การฝึกอบรมไม่ได้หมายถึงการฟังบรรยายอย่างเดียว แต่รวมถึงการได้หมุนเวียนหน้าที่ การได้ทำงานในสถานที่ต่างออกไปหรือได้ทำงานในต่างประเทศที่บริษัทมีสาขาอยู่ การอบรมก็ถือว่าเป็นการให้รางวัล เพราะทำให้บุคลากรมีโอกาสได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นการพัฒนาตนเองและเป็นการกระตุ้นที่ดี ที่ส่งผลให้มีผลิตภาพเพิ่มขึ้น

สรุป การเพิ่มผลิตภาพโดยใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง เป็นสิ่งจำเป็นในการเพิ่มผลิตภาพ เกิดจากการจ้างงานที่มั่นคง ฝ่ายบริหารกับบุคลากรมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และมีการแบ่งผลประโยชน์ที่ยุติธรรม นอกจากนี้ เสรีภาพและอิสรภาพของบุคลากร เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรม การใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลางในการเพิ่มผลิตภาพไม่ใช่วิธีการ แต่เป็นผลลัพธ์ที่ต้องการของกระบวนการเพิ่มผลิตภาพ

****************************************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Human Resource



ความเห็น (0)