​ชีวิตที่พอเพียง : ๒๒๗๒. เมื่ออิสลามส่องสว่างโลก

          บทความเรื่อง When Islam lit up the world ลงพิมพ์ใน The Sunday Nation วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๗ เป็นการวิจารณ์หนังสือ Lost Enlightenment : Central Asia’s Golden Age from the Arab Conquest to Tamerlane เขียนโดย S Frederick Starr โดยผู้วิจารณ์คือ Noah Smith

          เขากล่าวถึงยุควิทยาการเฟื่องฟูในเอเซียกลาง ที่เวลานี้เป็นประเทศอิหร่าน และตุรกี อิรัก และประเทศที่ชื่อลงท้ายด้วย “สถาน” (stan) ทั้งหลาย ในช่วง ค.ศ. ๘๐๐ - ๑๒๐๐ โดยพาดหัวว่า “แรงขับเคลื่อนคือความอดทนอดกลั้นต่อกัน ยึดหลักเหตุผล และกระหายใคร่รู้ การเฟื่องฟูวิทยาการที่เริ่มในสังคมมุสลิมก็เกิดขึ้น เกิดความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การแพทย์ และวรรณกรรม แล้วความมืดก็คืบคลานเข้าปกคลุม” ความมืดทางปัญญาที่เกิดจาก เจตคติต่อต้านวิทยาศาสตร์ ที่เริ่มจากผู้ปกครองนครในเวลานั้น

          นักประวัติศาสตร์บางกระแส โทษกองทัพมองโกล ที่เข้าไปทำลายบ้านเมืองย่อยยับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำลายนครใหญ่ ที่มีระบบชลประทานอย่างดี แต่หนังสือเล่มนี้โต้แย้งว่า มีหลักฐานบอกว่า จุดเริ่มต้นของความเสื่อมเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น โดยยกชื่อ Nizam al-Mulk เจ้าแห่งอาณาจักร Turkish Seljug Empire ในช่วง ค.ศ. 1000s ที่ตั้งสถาบันศาสนา เพื่อต่อต้านความคิดเชิงเหตุผล (rationalism)

          ผมตีความว่า เขาหมายถึงขบวนการยกความเชื่ออยู่เหนือเหตุผล ค่อยๆ กัดกร่อนความเข้มแข็งด้านวิทยาการ ที่ก่อตัวขึ้นในช่วง ๑,๒๐๐ - ๘๐๐ ปีก่อน จนเวลานี้ความเชื่อทางศาสนาเข้มแข็ง แต่ศิลปวิทยาการไมก้าวหน้านำโลก อย่างเมื่อพันปีก่อน

          บทความไม่ได้บอก แต่ผมบอกเอง ว่าอีกพันปีข้างหน้า นักประวัติศาสตร์อาจเขียนหนังสือ บอกว่าในช่วงสหัสวรรษก่อน 2000 เล็กน้อย โลกตะวันตกรุ่งเรืองด้วยวิทยาศาสตร์ และศิลปวิทยาการต่างๆ ที่มากับเหตุผล แล้วค่อยๆ ถูกกัดกร่อนด้วยความ อ่อนแอ ที่เกิดจากการมีวัตถุปรนเปรอ และจากความโลภไร้ขอบเขต

วิจารณ์ พานิช

๑๔ก.ย. ๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)