ปี ๒๕๕๗ นี้ ผมทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมา ๑๐ ปีเต็ม ๆ
ทุก ๆ ปีจะมีนักศึกษาเสียชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย

แต่สาเหตุต้น ๆ ของการเสียชีวิต คือ "รถมอเตอร์ไซค์"
ชนบ้าง ล้มบ้าง และส่วนใหญ่เหตุผลของการไม่รอดชีวิต
ก็คือ การไม่สวมหมวกกันน็อค ทำให้ไม่สามารถลดอันตรายไปได้

"รถมอเตอร์ไซค์" ตายทุกปี อย่างสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มี
นักศึกษาขี่รถเครื่องกลับเข้ามาในเมืองตอนตีสอง
แล้วขับรถอีท่าไหนไม่ทราบ ไปขึ้นฟุตบาธหน้าขนส่งจังหวัดเชียงใหม่
ตายอยู่หลังรถกระบะซึ่งจอดอยู่บนนั้น

แต่ยังไม่ได้สอบถามหรือสืบดูว่า เป็นเด็กคณะตัวเองหรือเปล่า
วิชาเอกอะไร

...

...

อีกเคสหนึ่งที่เคยได้ยินในตอนที่มาเป็นอาจารย์ช่วงแรก ๆ คือ
"มาตรกรรม" จากความรัก

จำได้ว่า นักศึกษาหญิงถูกหึงหวงโดยแฟนหนุ่มที่อยู่นอกสถาบัน
แฟนหนุ่มปาดคอนักศึกษาหญิงคนนั้นแล้วหนีไป ตายคาห้อง
ตำรวจตามจับได้หรือยัง ก็ไม่ได้ตามข่าว

อีกเคสหนึ่งก็ แฟนหนุ่มหึงหวงเหมือนกัน แทงนักศึกษาหญิงตายคาหอ
นี่เป็น "มาตรกรรม" จากความรัก ที่ผมมักจะนำมาเล่า
ให้กับลูกศิษย์ฟังเสมอ ๆ ถึงการเลือกใครสักคนมาเป็นแฟน
โดยเฉพาะนักศึกษาหญิงที่ยังอ่อนต่อโลก ดูคนไม่เป็น

แต่ที่เล่ามาทั้งหมดยังไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจมากนัก
เพราะเขายังไม่ใช่ "ลูกศิษย์" ที่เราเคยสอน
แต่เป็นนักศึกษาที่อยู่ในสถาบันเดียวกัน

...

...

แต่ที่จำแม่นเมื่อหลายปีก่อน คือ

ลูกศิษย์ที่เป็นนักศึกษา ป.บัณฑิตฯ ที่สอนมา
ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจาก "รถมอเตอร์ไซค์" ถูกชนจากรถเก๋ง
เสียชีวิตก่อนไปถึงสามแยกแม่มาลัย อำเภอแม่แตง

ลูกศิษย์คนนี้เป็นครูสอนอยู่วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง
ขี่รถมอเตอร์ไซค์จะกลับบ้านที่อำเภอแม่แตง
แต่ก็เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

ผมได้ไปงานศพเขาด้วย
ลูกยังเล็กอยู่เลย ส่วนสามีเป็นนายตำรวจอยู่แม่แตง

ผมก็ได้แต่บ่นว่า

"เป็นลูกศิษย์ แต่มาตายก่อนครูบาอาจารย์ได้ยังไง"

เหมือนคำบ่นของพ่อแม่ที่สูญเสียลูกนั่นแหละว่า

"คนหัวหงอกมางานศพคนหัวดำ"

มันเป็นคำพูดที่ช้ำใจปน ๆ ความเสียใจ
ของคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า

...

...

แต่ล่าสุด คือ เพิ่งทราบข่าวเมื่อวานนี้ (๑๓ ต.ค.๕๗)
ขณะที่สอนตอนเย็นจากลูกศิษย์ปัจจุบันว่า
มีรุ่นพี่เอกคอมพิวเตอร์ศึกษาเสียชีวิต ๑ คน
โดยการแขวนคอตาย

ผมพยายามถามเด็กปี ๑ คนนั้นว่า ชื่อจริง ชื่ออะไร
แต่เด็กก็จำไม่ได้ รู้สึกแต่ชื่อเล่น
ซึ่งผมไม่รู้จักชื่อเล่น
ใจกลัวจะเป็นลูกศิษย์ที่เราสอนมา

วันนี้ (๑๔ ต.ค.๕๗) เพื่อนอาจารย์ร่วมห้องอ่านข่าวออนไลน์
ตรงกับข้อมูลที่เด็กบอกเมื่อวาน
จึงวิ่งรี่ไปดูข่าว เพื่อหาชื่อว่า คือใคร ชื่อ นามสกุลอะไร
ปรากฎว่า

เป็นลูกศิษย์ที่เคยสอนมาจริง ๆ ด้วย
แถมยังสอนเขาถึง ๒ คอร์ส

รู้จักเขาพอสมควร

ไม่อยากเชื่อว่า เขาจะตัดสินใจแขวนคอตายที่หอพัก
เพราะประชดรักแฟนหนุ่มที่อยู่ด้วยกัน

และอีกกระแสข่าว ตำรวจยังรอผลการชันสูตรจากนิติเวชอยู่

...

...

เป็นข่าวเศร้าที่สุดในรอบ ๑๐ ปีที่สอนหนังสือมา
เพราะเวลาที่ผมสอน ผมจะใส่ภูมิคุ้มกันให้เขาคิดได้เอง
แต่การตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบแบบนี้
มันไม่มีภูมิคุ้มกันเลย เหมือนผมสอนเขาไม่ดี

พ่อแม่เขาจะอยู่กันยังไง
พ่อแม่เขาจะหัวใจสลายแค่ไหน

ไม่อยากจะคิด

...

...

แต่ด้วยบุคลิกภาพของเขาที่พอคาดเดาและสันนิษฐานนั้น
เขามีโอกาสอัตวิบาตกรรมตัวเองจริง ๆ

นักศึกษาทุกคนที่เรียนกับผม
ผมจะเก็บประวัติของเขาไว้ทุกคน

ปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่องนี้
เหตุผลหนึ่งน่าจะมาจากปัญหาครอบครัวที่ไม่อบอุ่น
ซึ่งร้อยละ ๕๐ ของเด็กสมัยนี้
เกิดจากปัญหาครอบครัวทั้งนั้น
พ่อแม่แยกทางกัน
เหลือพ่อคนเดียว
เหลือแม่คนเดียว
ปู่ ย่า เลี้ยงมา

...

...

รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้เขาได้เต็มที่
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นที่สุด

เมื่อต้นปี ๕๗ ผมก็ยังสอนเขาอยู่เลย
ส่งเขาออกไปศึกษาสังเกตที่โรงเรียนมัธยมฯ ที่อำเภอฝาง

เขายังมานำเสนอความรู้สึกอยู่เลย
ผมยังจำมันได้ดี

อยู่ปี ๔ แล้ว อีกปีเดียวก็จะเรียนจบปริญญาตรีแล้ว
เอกคอมพิวเตอร์ศึกษา 

น่าเสียดายมาก ๆ
อีกนิดเดียว ๆ จริง ๆ

...

...

ขอแสดงความเสียใจกับคุณพ่อ คุณแม่ของนักศึกษาด้วยนะครับ
ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องนี้แน่ ๆ

...

...

ผมไม่ได้เชื่องมงาย แต่ผมเป็นคนชอบดูรายการ "คนอวดผี" มาก
โดยเฉพาะช่วงศูนย์บรรเทาทุกข์ผี

หลายครั้ง หลายตอน เราจะเป็นคนที่ตายไป แล้วเหมือนยังมีห่วงอยู่
โดยเฉพาะห่วงที่เกิดจากความรัก ความห่วงหาอาทร
ที่ตอนมีชีวิตอยู่ แต่ยังไม่เคยได้ทำ

เช่น บอกรักพ่อแม่ กอดพ่อแม่ เลี้ยงดูพ่อแม่ให้สบาย

เรื่องเหล่านี้คือ ห่วงแห่งความรู้สึกผิดไม่รู้กี่เคสต่อกี่เคส

ยิ่งหากใครปาณาติบาตตัวเองจนถึงความตาย
เขาจะมีความเชื่อว่า หากยังไม่ถึงอายุขัย
จะต้องทำแบบนั้นไปจนหมดอายุขัย

ซึ่งถือเป็นกรรมหนักมากที่ต้องชดใช้

หากนักศึกษาคนใดน้อยเนื้อต่ำใจอะไรบางอย่างแล้ว
สิ่งที่ควรจะคิดถึงมากที่สุด คือ หน้าพ่อแม่ของตัวเอง

เพราะไม่มีใครรักเราเท่าพ่อแม่ของเราอีกแล้ว

...

...

คนเป็นครูไม่เคยคิดอยากจะสูญเสียลูกศิษย์ก่อนวัยอันควรสักคน
ถึงแม้จะฟาดฟันกันมาแค่ไหนก็ตาม

สอน ด่า ว่า กล่าว
แต่ก็ไม่มีเลยสักครั้งจะคิดร้ายต่อลูกศิษย์ของตัวเอง

ขอให้ไปสู่สุคติในที่ดี ๆ ครับ

...

...

ทุกอย่างเป็นบทเรียนสำคัญของคนที่ยังมีชีวิตอยู่

บุญรักษา ทุกท่านครับ

...

...

............................................................................................................................................................................

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ...