เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :
กว่าจะรู้ตัวว่า...อยากเป็น "นายแพทย์"
หลายวันก่อนผมได้ไปร่วมอบรมเกี่ยวกับ "นักบริบาลชุมชน" ที่โรงพยาบาลสันกำแพง ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่อยากให้มีนักบริบาลชุมชนอยู่ทุกหมู่บ้าน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยระยะสุดท้ายในชุมชนต่างๆ เป็นการแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่หรือทางโรงพยาบาลอีกทางหนึ่ง
การอบรมครั้งนี้มีทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติ ซึ่งทำให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริบาลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยระยะสุดท้ายอย่างถูกวิธีและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง โดยบรรยากาศของการอบรมเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเฮฮาตลอดเวลา
ผมเป็น อสม.มาแล้วหลายปี ผ่านการอบรมมาแล้วเป็นร้อยครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะรู้สึกเฮฮา สนุกสนาน และประทับใจเท่ากับการอบรมในครั้งนี้ เนื่องจากทำให้ผมได้รู้จักวิธีการดูแลคนไข้ การได้บริการชุมชน ได้ทำประโยชน์ต่อสังคม และทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
วันนั้น ผมได้ค้นพบว่า แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่ผมใฝ่ฝันอยากจะเป็นมากที่สุดก็คือ "หมอ" หรือ "นายแพทย์" แต่กว่าผมจะรู้ตัว อายุก็ล่วงเลยมาถึง 45 ปี ซึ่งสายเกินไปเสียแล้ว....กลับไม่ได้ ไปก็ไม่ถึงแล้วจริงๆ 5 5 5
ไม่มีใครแก่เกินเรียน ไม่ใช่หรือครับพี่หนานอักขณิช ยังไหว ๆ สู้ ๆ ครับ
สวัสดีครับ
"พี่หนาน"
อายุปูนนี้แล้ว คงไม่มีคณะแพทยศาสตร์ที่ไหนรับเข้าไปเรียนแล้วละครับ พี่หนาน 555
คิดว่ายังไม่สายนะจ๊ะ เป็นแพทย์แผนปัจจุบันไม่ได้ ก็เป็นแพทย์แผนไทย หรือแพทย์ทางเลือกก็ได้นี่นา ไม่จำกัดอายุนี่จ๊ะ
ตอนนี้เป็น "หมอในใจ" ... ให้ผู้ป่วยก็ได้ค่ะ ....คือ ให้คำแนะนำ ... ใส่ใจแทนใส่ยา(ให้ยาใจนะคะ) ... ผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางคน ... ต้องการยาใจ ... จากผู้ใกล้ชิด มากกว่ายาเม็ดนะคะ ขอบคุณค่ะ
แนะนำว่าว่าแพทย์แผนโบราณเหมาะกับคุณอักขณิชมากครับ
55555
หมอชาวบ้านก็เยี่ยมนะคะ
-สวัสดีครับท่าน
-ตามมาอ่านความฝัน..
-ไม่แก่เกินเรียนนะครับท่าน
-เป็นผู้ช่วยนายแพทย์ไปพลาง ๆ ก่อนก็แล้วกันนะครับ
-ด้วยความระลึกถึงนะครับท่าน
-ขอบคุณครับ