ผมได้พบกับ webboard ที่สอบถามความคิดเห็นเรื่อง ข้อเสนอนโยบายสุขภาพ และได้ร่วมแสดงความคิดเห็นไว้ ก็จะขอคัดลอก (เฉพาะส่วนที่ผมนำเสนอไว้) มาลงไว้ที่นี่ด้วย เพื่อกันลืม
     จากโจทย์ที่ว่า “การเข้าถึงบริการสุขภาพ หมายถึงการที่ประชาชนจะสามารถใช้บริการเพื่อสุขภาพไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือโดยผู้อื่น กระดานสนทนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าชมแสดงความคิดเห็นและเสนอข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเข้าถึงบริการสุขภาพเพื่อเป็นแนวทางกำหนดนโยบายในด้านนี้โดยเฉพาะซึ่งจะนำเสนอต่อผู้บริหารต่อไป” ผมจึงได้นำเสนอไว้ดังนี้ครับ

     การเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน ขอเสนอมุมมองของผม โดยมองจากสาเหตุที่ประชาชนเข้าไม่ถึงฯ ดังนี้
          1) หากพิจารณาในแง่เรื่องของค่าใช้จ่ายหรือการเงิน
               ส่วนที่ 1 ค่าใช้จ่ายทางตรงนั้นไม่เป็นห่วงนักในปัจจุบัน (เพราะเกือบจะเป็นรัฐสวัสดิการ 100% แล้ว) เพียงแต่ขอให้ประชาชนได้รับรู้สิทธิ (ทั้ง 3 สิทธิหลัก) คำสำคัญคือ "การรับรู้สิทธิ" ว่าประชาชนต้องได้รับรู้ อันนี้ก็เป็นภาระหน้าที่ของรัฐและของประชาชนเองทั้ง 2 ฝ่าย
               ส่วนที่ 2 ค่าใช้จ่ายทางอ้อม คือค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่ใช่ค่ายา หรือ ค่าบริการฯ แต่เป็นค่ารถ ค่ากิน ค่าไม่ได้ทำงาน (กลุ่มที่ไม่ได้รับเงินเดือนประจำ) ยังน่าเป็นห่วง แต่ถ้าดูการกระจายตัวของหน่วยบริการฯ แล้ว ก็ถือว่าดี (มีสถานีอนามัยครอบคลุมทั่งทั้งประเทศ) แต่ต้องพัฒนาให้สามารถใช้ระบบการส่งต่อให้มีประสิทธิภาพขึ้น คำสำคัญต่อมาคือ "ระบบส่งต่อ" กล่าวคือประชาชนจะเลือกใช้บริการที่ใกล้บ้านอยู่แล้ว และเขาก็จะเข้าสู่ระบบการส่งต่อที่ดี ถ้าเขาเชื่อถือ ก็เลยต่อด้วยคำสำคัญที่ว่า "ความเชื่อถือ" นั่นหมายถึงคุณภาพเชิงสังคม หรือคุณภาพของหน่วยบริการในสายตาของประชาชนครับ

          2) ประเด็นที่ไม่ใช่การเงินครับ เช่น เรื่องของคนที่ยังไม่มีเลข 13 หลัก เรื่องของการไม่รู้สิทธิตนเอง เรื่องจริยธรรมของผู้ให้บริการ (การลดบริการลงในกลุ่มผู้ที่มีค่าหัว เช่นบัตรทอง) เรื่องคุณภาพบริการ ที่เป็นสาเหตุของความเชื่อถือ ไว้วางใจ และนำไปสู่ระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ การไหลออกของกำลังคนในระบบสาธารณสุข และนำไปสู่สิ่งกีดขวางการเข้าถึงฯ ทางด้านการเงินต่อ เพราะไปอยู่เสียในภาคเอกชน ความแตกต่างของวัฒนธรรมระหว่างคนให้บริการและคนรับบริการก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นอุปสรรคครับ ฉะนั้นคำสำคัญของประเด็นนี้ รวม ๆ ก็คือ ถึงว่าไม่เป็นปัญหาด้านการเงินแล้ว ก็ "ไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิ" และ "รู้ว่ามีสิทธิแต่ไม่อยากไปรับบริการ" ครับ