เช้าตรู่วันจันทร์ที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๗ ผมออกจากโรงแรมเซนทารา ดวงตะวัน เลี้ยวขวา แล้วเลี้ยวซ้าย วิ่งไปตามถนนช้างคลาน ผ่านไน้ท์บาซาร์ ที่เงียบสงบในยามเช้า ไปเข้าวัดอุปคุต ๑, ๒, ๓ วันนี้ผมตั้งใจเที่ยววัดเดียว สำรวจและถ่ายรูปให้ละเอียด
ตามชื่อเสียง วัดนี้ก็เคยรุ่งเรืองในการสอนวิชาธรรมกาย สายหลวงพ่อสดวัดปากน้ำภาษีเจริญ และเป็นวัดเก่า สมัยพม่าปกครองล้านนา และยังมีประเพณีตักบาตรกลางคืนอยู่ที่เดียวในประเทศไทย ผมเข้าไปแล้ว ก็เห็นว่าเป็นวัดเพื่อขอพร จากความขลัง ไม่ใช่เพื่อความหลุดพ้นกิเลสตามแนวพุทธบริสุทธิ์
ผมจึงเน้นดูศิลปะ ที่เขาบอกว่าได้รับอิทธิพลจากพม่า
เชียงใหม่ ร่ำรวยวัฒนธรรมและศิลปะ ประวัติศาสตร์ที่เคยอยู่ใต้อำนาจพม่ากว่าสองร้อยปี มีคุณค่าอย่างยิ่ง แต่เรายังไม่ได้ค้นคว้าโบราณคดีและประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับพม่า สร้างเรื่องราวเพื่อสร้างความเป็นอาเซียน ที่มีคุณค่าต่อการท่องเที่ยวร่วมกัน
ผมวิ่งออกจากวัดอุปคุตทางประตูฝั่งถนนท่าแพ วิ่งเข้าไปดูพุทธสถานเชียงใหม่ที่สถานที่กว้างขวาง แต่ทรุดโทรมด้านการจัดการ ไปออกถนนเจริญประเทศ ไปเข้าซอย ๕ ออกถนนช้างคลาน กลับโรงแรม
วัดอุปคุตในปัจจุบัน เป็นวัดสายสนองกิเลสมนุษย์ เหมือนวัดส่วนใหญ่ ไม่ใช่วัดสายลดกิเลส
วิจารณ์ พานิช
๘ก.ย. ๕๗




ยิ้ม ยิ้ม กับความสุขของอาจารย์ครับ
..
โลกทัศน์ และสุขภาพ เป็นสิ่งที่เข้าคู่กันได้ดีมากมายเลยนะครับอาจารย์
..
ด้วยความเคารพรัก
งดงามและมีสีสันมากค่ะอาจารย์
ชอบมากค่ะ สำหรับคำจำกัดความของอาจารย์ เป็นคำที่ถูกใจที่สุด เพราะคิดแบบนี้มาเสมอเวลาพบเห็นวัดแบบนี้แต่ยังไม่รู้จะอธิบายยังไง พอเห็น "สายสนองกิเลสมนุษย์" ของอาจารย์แล้ว บอกตัวเองว่าใช่เลย นี่แหละคำที่ค้นหาในใจอยู่ค่ะ