Knowledge Management )

ชื่อนางอัมพรนามสกุลนันทะเสนาเลขที่57D0103122

รหัสวิชา102611 การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้

ปริญญาโทภาคพิเศษรุ่น13หมู่ 1 สาขาวิชาครุศาสตรมหาบัณฑิตโปรแกรมวิชาหลักสูตรและการสอน

อาจารย์ผู้สอนผศ. ดร.อดิศรเนาวนนท์

.......................................................................................................................................................................................

วันที่17สิงหาคม2557

ความคาดหวังในการเรียนรู้เรื่อง KM(Knowledge Management )

เรื่องKnowledge Managementนำไปประยุกค์ใช้ในด้านใดได้บ้าง

ได้เรียนรู้อะไรรู้แล้วคิดอย่างไรต่อ

การจัดการความรู้(KnowledgeMannagment หรือ KM) คือการจัดการความรู้มีความสำคัญในและมีความจำเป็นในองค์เพราะปัจจุบันโลกเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามีการแข่งขันกันมาก ทั้งในด้านภาคอุตสาหกรรมไม่จะขนาดใหญ่หรือขนาดย่อยรวมไปถึงระบบการศึกษาที่ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จึงต้องมีการสร้างนวัตกรรมใหม่และและมีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่องสิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่บนพื้นฐานของการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาปัจจัยที่ส่งผลให้มีการแข่งขันกันมากขึ้นในด้านธุรกิจคือ

1.สภาวะภายนอกองค์กรที่เป็นคู่แข่งในการจัดการเช่น กลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ธนาคารและโทรคมนาคมทำให้เราต้องมีการแข่งขันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้องค์กรจึงต้องปรับเปลี่ยนให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกความรู้จะเพิ่มมากขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็วและเศรษฐกิจยุกใหม่จะเน้นทั้งความรู้ (Knowledge) และความรวดเร็ว(Speed) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เราเรียกว่าโลกาภิวัตน์ (Globalization)ฉะนั้นเศรษฐกิจนั้นต้องใช้ความรู้เป็นฐาน(Knowledge-based Society)ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชนผู้บริหารจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ปฏิบัติงานองค์กรจะประสบความสำเร็จและมีคุณภาพนั้นจะต้องให้ความสำคัญการพัฒนาบุคลากรและใครที่มีความสามารถต้องสามารถดึงศักยภาพของบุคคลนั้นออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่และคุ้มค่า

2.สภาวะแวดล้อมภายในองค์กรมีการทำงานผิดพลาดเยอะและไม่มีการปรับปรุงแก้ไขผู้ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญเมื่อลาออกไปความรู้ก็ไปพร้อมๆกับบุคคลนั้นด้วยทำให้องค์กรขาดความรู้ในส่วนที่สำคัญไปการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice)มีดีอยู่ในองค์กรไม่นำมาจัดการให้เกิดประโยชน์ ความคิดที่เกิดเป็นแต่แบบซ้ำๆไม่มีการพัฒนาให้ดีขึ้น

กล่าวโดยสรุปว่าสภาวะแวดล้อมภายนอกและภายในส่งผลทำให้องค์กรนั้นมีการเปลี่ยนแปลงทุกองค์กรจำเป็นจะต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงแต่ละองค์กรต้องให้ความสำคัญกับความรู้ (Knowledge)

และการจัดความรู้ (KnowledgeMannagment หรือ KM) นำมาใช้ในการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learningorganizationหรือ LO)

ลักษณะของความรู้ROMER,PAUL เป็นความรู้มีมากไม่มีขีดจำกัด เมื่อนำความรู้ใหม่มาผสมผสานกับความรู้เดิมที่มีอยู่ในตัวคนก็เกิดความรู้ใหม่มามากขึ้นไปอีก เป็นการสร้างความรู้จากการงานที่ทำและต้องเกิดจากการสังเกตหมุนเวียนกลายเป็นความรู้ไม่จบสิ้น

ประเภทของความรู้ได้จำแนกความรู้ที่สำคัญเป็น2ประเภทใหญ่ๆคือ

1. ความรู้แจ้งชัด(Explicit Knowledge ) เป็นความรู้ที่เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมเป็นความรู้ที่อยู่ในหนังสือตำราเช่นหลักวิชาหรือทฤษฎีได้มาจากการวิเคราะห์สังเคราะห์ผ่านกระบวนการพิสูจน์ผ่านกระบวนการวิจัยเรามักเรียกกันทั่วๆไปว่าเป็น ความรู้แจ้งชัด(Explicit Knowledge )

2.คือความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน(Tacit Knowledge ) เป็นสิ่งที่เห็นได้ไม่ชัดเป็นความรู้ที่เกิดจาก

การปฏิบัติบ้างก็จัดว่าเป็น "เคล็ดวิชา" เป็น "ภูมิปัญญา" เป็นสิ่งที่มาจากการใช้วิจารณญาณปฏิภาณไหวพริบเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของผู้ปฏิบัติแต่ละท่านถึงแม้ความรู้ประเภทที่สอง นี้จะเห็นไม่ชัดเหมือนความรู้ประเภทแรก แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำงานให้งานบรรลุผลสำเร็จได้เช่นกัน

ผลจากการวิจัยในต่างประเทศเคยสรุปสัดส่วนของความรู้ ที่เป็นหลักวิชาต้องผ่านการพิสูจน์หรือเขียนออกมาเป็นทฤษฎีนั้นถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวคน หากเปรียบกับภูเขาน้ำแข็ง ความรู้ส่วนที่เป็น Explicit Knowledge นั้นจะเห็นได้ง่าย คล้ายกับส่วนยอดกับภูเขาน้ำแข็งที่อยู่พ้นน้ำแต่ความรู้ส่วนที่เป็น Tacit Knowledge นั้นแฝงอยู่ในตัวคนทำให้มองไม่เห็น เปรียบได้กับส่วนของภูเขาน้ำแข็งที่จมอยู่ใต้น้ำซึ่งถ้านำมาเทียบกันแล้วจะพบว่ามีปริมาณมากกว่าส่วนที่พ้นน้ำค่อนข้างมากจะเห็นได้ว่าความรู้ที่เกิดขึ้นจากการศึกษาเอกสารตำราเรียนจะอยู่ที่20% ความรู้ที่เกิดจากปฏิบัติตัวบุคคลจะอยู่ที่ 80%

จากการศึกษาต้องการจัด Knowledge Management เพราะปัญหาจากการปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชนมีดังนี้

1.เจ้าหน้าที่ที่ทำงานตรงนี้แล้วย้ายไปทำที่อื่นแล้วคนที่อยู่ทำอะไรต่อไม่ได้

2.ทำงานในส่วนนี้ไม่ได้จะถามใครดี

3.เจ้าหน้าที่ไม่มาตามงานไม่ได้

4.ทำแบบเดิมๆไม่มีการพัฒนา

5.คู่มือไม่มีในการใช้งานแต่จะอยู่ในสมอง

จะเห็นได้ว่าเกิดจากการลาออกของบุคลากรเราจำเป็นต้องนำKMมาจัดการในองค์กรให้มีการถ่ายทอดงานในหน้าที่ต่างๆเมื่อบุคคลนั้นไม่ได้อยู่หรือย้ายไปที่อื่น

ความหมายของKnowledge ManagementRYOKO TOYAMAหมายถึงการจัดการให้เกิดความรู้ใหม่โดยใช้ความรู้ที่มีอยู่และประสบการณ์ของคนในองค์กรอย่างมีระบบเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่จะทำให้มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งทางการธุรกิจ

ความหมายของKnowledge ManagementWORLD BANK ธนาคารโลกหมายถึงการรวบรวมวิธีปฏิบัติขององค์กรและกระบวนการที่เกี่ยวกับการสร้างการนำมาใช้การเผยแพร่ความรู้และบริบทต่างที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการธุรกิจ

สรุปความหมายของKnowledge Managementเป็นกระบวนการในการนำความรู้ที่มีอยู่ที่ได้จากการเรียนรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร โดยกระบวนการคือ

1.การสร้าง คือ การสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์หรือสร้างสรรค์

2.รวบรวมคือ เมื่อมีงานหรือชิ้นงานแล้วให้มีการเก็บรวบรวมอย่างเป็นระบบ

3.จัดเก็บคือจัดการกับเอกสารต่างๆให้เป็นระบบง่ายต่อการนำไปใช้ได้สะดวก

4.แลกเปลี่ยนคือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้นำความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนนำไปพัฒนา

5.การนำไปให้เกิดประโยชน์สูงสูงในองค์กรหรือหน่วยงาน

ความรู้ที่ได้จากการเรียนนำไปคิดทำอะไรต่อ

ถ้ากล่าวถึงในด้านธุรกิจนั้นถ้าในห้างร้านหรือบริษัทนั้นนำเรื่อง Knowledge Managementมาใช้ในองค์กรของตนเองถ้าคิดออกมาเป็นผลกำไรนั้นมีมูลค่ามากส่วนการนำมาใช้ในโรงเรียนคือ เรื่องตัวบุคคลากรที่มีคุณภาพในโรงเรียนที่มีความชำนาญในด้านต่างๆให้มีการถ่ายทอดความรู้หรือประสบการณ์ต่างที่ตนเองมีอยู่อาจจะถ่ายทอดในการปฏิบัติร่วมกันหรือจัดทำเป็นเอกสารไว้เผื่อคนที่จะสานงานต่อนั้นจะได้ทำได้อย่างมีคุณภาพงานจะไม่ล่าช้าเป็นผลดีต่อทางโรงเรียน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าเร้าพลัง



ความเห็น (0)