"ติโต" (Tito) หนังสือในหลวงทรงแปล

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ผมใช้เวลาประมาณ ๑ อาทิตย์ ตอนที่ภรรยา (อาจารย์ก้อย) ให้ผมคอยนั่งเฝ้า "น้องข้าว" ลูกสาววัย ๔ เดือน แล้วคอยเตือนตอนเธอตื่น อ่านหนังสือเรื่อง "ติโต" หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงแปลจากเรื่อง "Tito" ของฟิลลิส ออตี (Phyllis Auty) ในปี ๒๕๑๙ อ่านแล้วประทับใจมาก จึงอยากนำมาแบ่งปันครับ

"ติ โต" เป็นมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ประเทศยูโกสลาเวีย ซึ่งประกอบด้วยชนชาติที่แตกต่างกันทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ สามารถรวมกันได้เป็นปึกแผ่น สามารถรักษาความสมดุล และเพิ่มพูนความเจริญของประเทศตลอดชีวิตของเขา ก่อนจะสิ้นชีวิตไปตามอายุไขในวัย ๘๘ ปี และ ไม่มีใครทำได้อย่างเขาอีก ... ประเทศยูโกสลาเวียค่อยๆ เสื่อมและแตกแยกนับจากนั้น ยากที่จะประสานกันได้อีก... (จากการสืบค้น บทสรุปย่อที่ดีมากๆ จาก อ.สมเกียรติ อ่อนวิมล ที่นี่ครับ)

ผมอ่านแล้วประทับใจ ในประเด็นสำคัญๆ ต่อไปนี้

  • ผม รู้สึกว่า "บันทึก" ต่างๆ ที่ผมเขียนใน G2K เป็นแบบ "ลิเก" และอ่านยาก เมื่อเทียบกับ "คำ" ที่ในหลวงทรงนำมาเรียงกัน ที่ สั้น ตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย ...
  • ผมคิดว่า ที่ในหลวงทรงเลือกแปลหนังสือเล่มนี้ เพราะ บริบทพื้นฐานคล้ายกับประเทศไทยมาก คือ "ความแตกต่างกันของประชาชน" ทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ การทำให้ผู้คนที่แตกต่างรวมเป็น "ชาติ" ได้ ต้องใช้จุดศูนย์รวมของจิตใจ ...
  • ติ โต เป็นจุดศูนย์รวมของจิตใจคนยูโกสลาเวีย (ที่แตกต่างดังกล่าวแล้ว) หากเปรียบกับคนไทย ติโตเปรียบเหมือน "ในหลวง" เป็น "กษัตริย์ที่แท้จริง" ของชาวยูโกสลาเวีย แม้ว่าติโตจะเป็นผู้ปฏิวัติระบบกษัตริย์เดิมของเซอร์เบีย..
  • จุด เด่นที่สุดของ โยซิป โบรซ (ติโต) คือ ทักษะการ "การวางแผนระยะยาวสู่ความฝัน" "การจัดระเบียบอย่างเฉียบแหลม" และ "การอดเปรี๊ยวไว้กินหวาน รู้ว่าอะไรเป็นแก่นสำคัญขั้นพื้นฐาน" มีหลายครั้งหลายตอนที่ติโตไม่เห็นด้วยหรือถูกหักหลังเอาดื้อๆ แต่เขาก็ไม่ถือโกรธ ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างไม่อิดออด ไม่โต้แย้ง เช่น ครั้งที่ถูกทหารเยอรมันไล่บี้ให้ถอยร่นจนจะเกือบจนตรอก ติโตเขียนบอกขอความช่วยเหลือไปยังคอมมิเทินน์ (องค์กรคอมมูนิสต์รัสเซีย) จนแล้วจนรอดก็รอเครื่องบินเก้อ ไม่ส่งอาวุธและสิ่งของมาช่วยเหลือตามที่รับปากไว้ แต่ต่อมา ติโตเลือกที่จะไปทำสัญญาข้อตกลงกับสตาลินของรัสเซีย มากกว่าไปพึ่งพาเชอร์ชิลล์ของอังกฤษ เป็นต้น
  • การจะเป็นรัฐบุรุษ และผู้นำที่ดีและเก่งได้นั้น จะต้องมีพื้นฐานทางด้าน "วิชาช่าง" คือต้องทำอะไรๆ ด้วยตนเองได้มาก่อน ..... ข้อนี้ ผมจะนำไปเป็นแนวทางในการเลี้้ยงลูก ...
  • ผมถูกปลูกฝังว่า "คอมมูนิสต์" ไม่ดี มาตั้งแต่เด็กๆ พอโตขึ้นเริ่มศึกษาจึงรู้ว่า คอมมูนิสต์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่หลังจากอ่านหนังสือเรื่อง ติโตแล้ว ผมจึงรู้ว่า คอมมูนิสต์ที่แท้จริงๆ นั้นเขาทำเพื่อประชาชน เหมือนกับหลักประชาธิปไตยที่แท้จริงที่ว่า "โดยประชาชน เพื่อประชาชน ของประชาชน" นั่นเอง ..... สรุป ประชาธิปไตยที่แท้จริง = คอมมูนิสต์ที่แท้จริง = ธรรมธิปไตย นั่นเอง .... น่าเสียดาย ธรรมาธิปไตยที่แท้จริงได้ตายไปแล้วจากสังคมไทย ....ความหวังใหม่อาจกำลังก่อตัว .....
  • ติโตมีความเชื่อและยึดมั่น ว่า "การแต่งตัวดี ทำให้บุคคลมีสง่า และเป็นส่วนสำคัญทำให้บุคลิกของตนเด่นต่อผู้อื่น" .... อันนี้จะพยายามปรับตัวครับ...ฮา
  • กระบวนการรบแบบ "กองโจร" ของ "ปาร์ติซาน" (กองกำลังของติโต ชื่อเรียกฝ่ายคอมมูนิสต์ของกระบวนการติโต) เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ประการหนึ่งของติโต อีกสองประการคือ การได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากประชาชนทุกกลุ่ม และการได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
  • ฯลฯ

ผมพยายามค้นว่า มีการนำประวัติศาสตร์ของ "ติโต" ไปทำเป็นหนังหรือยัง ... ค้นไม่เจอ... ท่านที่เจอหรือมีความรู้ โปรดสงเคราะห์ด้วยครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มุมมองเชิงชื่นชมสำหรับ Best Practices



ความเห็น (0)