ชุมชนบางลี่ใต้เมืองโอ่งรวมตัวสร้างผลิตภัณฑ์จากเส้นพลาสติก จักสานให้เป็นของใช้กระเป๋า กระบุง ที่เก็บของสีสันสวยงาม สืบสานภูมิปัญญาคนเฒ่าคนแก่ เพิ่มรายได้ สร้างความสัมพันธ์ในชุมชนเติมความแน่นแฟ้น
นางยุพา บาลี ผู้รับผิดชอบโครงการ “จักสานพลาสติกเพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาบ้านบางลี่ใต้” ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่าชุมชนบางลี่ใต้ซึ่งมีบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง และมีรับราชการอยู่บ้าง แต่เดิมในถิ่นนี้มีการจักสานเครื่องใช้ต่างๆจากไม้ไผ่แต่ระยะหลังได้สูญหายไปตามกาลเวลา คนเฒ่าคนแก่ที่เคยจักสานได้เหลือน้อยและขาดการสืบต่อจากคนรุ่นหลัง ขณะเดียวกันวัสดุคือไม้ไผ่ก็เริ่มหายาก หากปล่อยไปภูมิปัญญาชาวบ้านคงสูญหาย จึงได้รวมกลุ่มคนในชุมชนคิดทำผลิตภัณฑ์จากพลาสติกจักสานขึ้น เริ่มตั้งแต่การประชุม การฝึกอบรม การดูงาน และสามารถผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายสร้างรายได้แก่ชุมชน
“พวกเราส่วนใหญ่ก็เป็น อสม. (อาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนคนในชุมชนเป็นประจำและเห็นว่าชุมชนของเรามีภูมิปัญญาเรื่องการจักสาน แต่คนรุ่นหลังๆไม่ค่อยมีใครทำได้กันแล้ว จึงได้รวมกลุ่มชักชวนคนในชุมชนที่สนใจประมาณ 30 กว่าคน เชิญผู้ที่มีความรู้มาฝึกหัดจนเป็น มีการไปดูงานในที่ต่างๆด้วย ออกแบบเองด้วย จนขณะนี้บางคนเอาไปทำเป็นอาชีพสร้างรายได้อย่างจริงจัง” ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าว
แกนนำจักสานพลาสติกเพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาบ้างบางลี่ใต้ เปิดเผยอีกว่าโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำนัก6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในเบื้องต้น ตั้งแต่การฝึกอบรม การจัดซื้ออุปกรณ์อบรม โดยมีสมาชิกชุมชนเข้าร่วมหลายระดับตั้งแต่เยาวชน และผู้สูงอายุที่มีเวลาว่าง ขณะเดียวกันก็ได้รับการสนับสนุนจาก อบต.ประธานชุมชน กำนันและผู้ใหญ่บ้าน เพราะเห็นว่านอกจากจะเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน สร้างอาชีพ และสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนให้เกิดขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน
“เราได้ทุนส่วนหนึ่งจาก สสส.มาอบรม ดูงานบ้าง เมื่อผลิตงานได้บางส่วนก็ให้ผู้ผลิตงานไป บางส่วนนำมาเข้ากลุ่มแล้วออกจำหน่าย สร้างทุนหมุนเวียนเพื่อนำเงินไปซื้อพลาสติก ซึ่งตกม้วนละ 700-800 บาท บางคนที่เก่งๆก็ลงทุนทำเป็นอาชีพส่วนตัวมีกไรพอสมควร ส่วนช่องทางในการขายคือการออกร้านตามงานต่างๆในจังหวัดราชบุรี ซึ่งบางแบบก็ขายดีจนผลิตไม่ทัน และเราก็จะทำแบบใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ”
นางยุพาย้ำว่ากิจกรรมของโครงการนี้นอกเหนือจากรายได้ การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว สิ่งสำคัญก็คือการรวมกลุ่มของชุมชน การมีส่วนร่วม สร้างความสามัคคีในชุมชนนั่นเอง




เป็นกำลังใจและขอให้กิจการเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้้นไป ครับ จากคนเมืองโอ่งเช่นกันครับ