โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน..วางทุกงานอ่านทุกคน

เราสร้างกิจกรรมให้เด็กรักการอ่านแล้วหรือยัง...ถ้าสร้างแล้ว...เด็กอ่านดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน สังเกตหรือประเมินด้วยเครื่องมือตัวใด คณะกรรมการประเมินฯเขาจะดูอะไร ก็เป็นเรื่องของเขา เรื่องของเรา คือ ดีใจที่เขามาเยี่ยมเยือน และเขาจะเห็นร่องรอยโรงเรียนขนาดเล็ก ว่ากว่าจะเอาดีด้านผลสัมฤทธิ์จะต้องใช่เวลาฝ่าฟัน ด้วยกิจกรรมการอ่านที่จริงจังและต่อเนื่อง มิใช่ทำแบบไฟไหม้ฟางวูบๆวาบๆ...

บางครั้ง..ครูไม่เข้าใจ ครูจะยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ไม่ใช่ความผิดของครู แต่เป็นวัฒนธรรมทางความคิด ที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาไทย ที่หยั่งรากฝังลึกมานาน เราในฐานะผู้บริหารต้องคิดนำและทำให้เห็นเป็นแบบอย่างที่ดีให้ได้

อย่างเช่นการอ่าน..ที่ผมออกแบบให้ครู..และขอร้องให้ครูช่วยสนับสนุนและทำให้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างบรรยากาศองค์กรที่รักการอ่าน อาจจะเห็นผลในระยะยาว..เราก็ต้องอดทน..รอ ทำทุกวันให้เป็นวันแห่งการอ่าน โดยทุกเช้า หลังจากนักเรียนเก็บกวาดทำความสะอาดแล้ว จะมีเวลาก่อนเข้าแถว ราวๆ ๒๐ นาที นักเรียนจะหอบหิ้วกระเช้าหนังสือบันเทิงคดี ที่มีเรื่องและภาพ ไปนั่งอ่านกันอย่างมีความสุข สลับด้วยกิจกรรมพี่สอนน้องและเล่านิทานให้น้องฟัง

นักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งก็ซ้อมดนตรีกันไป ประกอบด้วยเพลงง่ายๆ ไปจนถึงเพลงปลุกใจ และท้ายที่สุดหยุดอยู่ที่เพลงพระราชนิพนธ์(ใกล้รุ่ง) ผมเองขันอาสาขอสอนซ่อมเสริม ป.๓ ที่ยังอ่านไม่คล่อง โดยใช้เครื่องมือฝึกทักษะการอ่านแบบง่ายๆ เริ่มจากการอ่านบ่อยๆ อ่านซ้ำๆ เชื่อว่าถ้าเด็กอ่านได้ เขาจะอยากอ่าน แล้วจะอ่านคล่องได้ในที่สุด

ช่วงเวลาเที่ยงวัน ไปจนถึงเที่ยงครึ่ง ผมจะตวบคุมและกำกับนักเรียนให้อ่าน ในรายการเสียงตามสาย โดยเน้นที่นักเรียน ป.๖ สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป แต่ต้องซ้อมอ่านบทความมาก่อนออกอากาศ เพื่อความถูกต้องชัดเจน ในเวลาเดียวกัน นักเรียนชั้นอื่นทุกคน จะอยู่กับครูที่จะช่วยสอนซ่อมเสริม เริ่มตั้งแต่สะกดตัวผสมคำ ไปจนถึงบันทึกการอ่านกันเลยทีเดียว

เรียกบรรยากาศแบบนี้ว่า..วางทุกงานอ่านทุกคน..ซึ่งก็เคยเป็นนโยบายทางการศึกษาของชาติมาบ้างแล้ว แต่ก็เลิกลาไปตามวาระของผู้นำ ผมคิดว่า..กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จริงๆแล้ว ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน และไม่ต้องคิดใหม่ทำใหม่ อลังการงานสร้างไปเรื่อย มันสร้างงานให้น่าเบื่อ จนที่สุดก็(อาจจะ)เหลือแต่ครูและเด็กนี่แหละที่ไม่อยากอ่านหนังสือ สู้ทนทำอะไรย้อนยุคแบบง่ายๆ เหมาะสม ไม่ต้องลงทุนสูงจะดีกว่า

วันก่อน..บอกครูว่า..ผอ.จะส่งประกวดโรงเรียนขนาดเล็ก..ที่จัดกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน(ดีเด่น) ครูบรรณารักษ์..บอกว่า..ผอ.จะส่งได้อย่างไรคะ..ห้องสมุดเราก็ไม่มี..หลักฐานหนูก็ไม่ได้ทำ ดูเกณฑ์แล้ว..คงไม่ผ่านหรอกค่ะ...

ที่ห้องสมุดไม่มี เพราะห้องเรียนไม่พอ ผมปรับห้องสมุดเล็กๆ เป็นห้องเรียนชั้น ป.๕ แล้วนำหนังสือบางส่วน ไปใส่กระเช้า ไปวางตามร่มไม้ชายคา..จึงบอกครูไปว่า ถ้าดูเกณฑ์มาตรฐานและหวังแต่รางวัลชนะเลิศ ชาตินี้ก็ไม่ต้องส่งประกวดประชันขันแข่งอะไรกันแล้ว

ผมจึงตัดสินใจส่งใบสมัครเข้ารับการประเมินฯ โดยไม่ต้องเสียเวลาดูเกณฑ์ฯ แต่เอาเวลาไปอ่านหนังสือกับนักเรียน ครูไม่ต้องจัดแฟ้ม ไม่ต้องสร้างหลักฐาน และไม่ต้องจัดป้ายนิทรรศการอะไรให้ใหญ่โต แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่า....

เราสร้างกิจกรรมให้เด็กรักการอ่านแล้วหรือยัง...ถ้าสร้างแล้ว...เด็กอ่านดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน สังเกตหรือประเมินด้วยเครื่องมือตัวใด คณะกรรมการประเมินฯเขาจะดูอะไร ก็เป็นเรื่องของเขา เรื่องของเรา คือ ดีใจที่เขามาเยี่ยมเยือน และเขาจะเห็นร่องรอยโรงเรียนขนาดเล็ก ว่ากว่าจะเอาดีด้านผลสัมฤทธิ์จะต้องใช่เวลาฝ่าฟัน ด้วยกิจกรรมการอ่านที่จริงจังและต่อเนื่อง มิใช่ทำแบบไฟไหม้ฟางวูบๆวาบๆ...

และแน่นอนอีกไม่เกิน ๒ ปี เราก็จะมีห้องสมุดหลังใหม่ ถึงเวลานั้น กิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมาก็จะยั่งยืนบังเกิดผลเป็นรูปธรรม ...เกณฑ์มาตรฐานที่ว่า..ก็คงทำไม่ยากแล้ว..พัฒนาการมันอยู่ตรงนี้

วันนี้ประกาศผลแล้ว โรงเรียนได้รับรางวัลชมเชย..ผมกับครูดีใจ ที่ได้เห็นเกียรติบัตร ผมได้เงินรางวัล ๑,๐๐๐ บาท ส่งให้ครูไปจัดอาหารกลางวันเลี้ยงนักเรียนในการสอนวันเสาร์ชั้น ป.๒ - ป.๖

สอนพิเศษ(ฟรี)กันแบบนี้..อ่านไม่ออกก็ให้มันรู้ไป...

 

                                                                ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

                                                                ๑๙ กันยายน ๒๕๕๗





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

ห้องสมุดที่บ้านหนองผือ....เป็นห้องสมุดมีชีวิต เนาะ  

แต่ห้องสมุดของคุณมะเดื่อมัน...สิ้นชีวิตไปแล้ว !!!



เขียนเมื่อ 

น่าจะมีรางวัล ผ.อ โรงเรียนยอดเยี่ยมมอบให้ด้วย



เขียนเมื่อ 

ต้องบอกว่าการสร้างนิสัยรักการอ่านให้เด็กๆที่มาจากหลากหลายที่ได้นี่เป็นมหากุศลเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ท่านผอ.นะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านผอ. 

คุณยายมาเยี่ยมค่ะ

ขอขอบคุณครับ

อิ  อิ   เก่งเนาะ

เขียนเมื่อ 

อยากให้ทำให้เป้นนิสัยของเด็ก

ว่างแล้วหาหนังสืออ่านครับ

ขอบคุณมากๆครับ