ประโยชน์ของตอซังฟางข้าว

ท้องทุ่งนาไทยแต่โบราณกาลนานมามักจะเห็นตอซังฟางข้าวที่ถูกปล่อยทิ้งร้างให้แห้งเหี่ยวเปื่อยยุ่ยผุพังอยู่กลางท้องนา ผ่านฝนผ่านหนาวผ่านแดดเป็นระยะเวลาหลายเดือน ทำให้เศษซากของอินทรีย์วัตถุต่างๆได้มีเวลาให้จุลินทรีย์ได้ทำงานย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยคืนแร่ธาตุและสารอาหารที่ต้นข้าวดูดมาปล่อยกลับคืนไปสู่ผืนดินหรือธรรมชาติดังเดิม ธรรมชาติจึงสมดุลจะเพาะปลูกกี่รอบก็ยังทำให้ข้าวสามารถเจริญเติบโตงอกงามได้อย่างสมบูรณ์ โดยมักไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับโรคแมลงเหมืองดังสมัยนี้ ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ได้จากตอซังฟางข้าวที่เปื่อยผุนั่นเอง

สถาบันข้าวนานาชาติ. IRRI ได้เคยวิจัยให้ข้อมูลไว้ว่าในฟางข้าวที่ให้ผลผลิต 100 ถังจะมีไนโตรเจนอยู่ 7.6 ก.ก. ฟอสฟอรัส 1.1 และโพแทสเซียมอีก28.6 ก.ก. นอกจากนี้ยังมีธาตุรองธาตุเสริมอีกเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแคลเซีย แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี นิกเกิ้ล โบรอนฯลฯ ที่เอาข้อมูลนี้มาอ้างก็เพื่อให้ท่านผู้อ่านตระหนักถึงความสำคัญของตอซังฟางข้าวให้มากๆครับ ที่สามารถทำให้พี่น้องชาวไร่ชาวนาประหยัดต้นทุนลดการซื้อและใส่ปุ๋ยลงไปได้มากเพราะอาหารจากตอซังฟางข้าวนั้นช่วยให้ข้าวสมบูรณ์เจริญเติบโตเป็นพื้นฐานเป็นตัวเสริมที่ดีอยู่แล้ว

แต่จะทำอย่างไรให้ตอซังฟางข้าวเปื่อยยุ่ยผุพังโดยเร็ว ท่านอ่านคงยังไม่ลืมสูตรการทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย จุลินทรีย์จากขี้ควาย จุลินทรีย์จากขุยไผ่กันนะครับ เพราะสูตรการทำจุลินทรีย์เหล่านี้ช่วยทำให้เราไม่ต้องไปเสียเงินซื้อจากหัวเชื้อจุลินทรีย์ญี่ปุ่น ไม่ต้องไปเสียเวลารอจุลินทรีย์ที่ภาครัฐแจกเพราะอาจจะไม่เพียงพอ ถ้าลืมสูตรลืมวิธีทำผมจะไม่บอกซ้ำในที่นี้ แต่ให้ไปหาอ่านกันเอาเองในเว๊บไซด์ www.thaigreenagro.com. นะครับ เพราะจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยทำให้ตอซังฟางข้าวของเราเปื่อยผุพังย่อยกลายเป็นปุ๋ยให้เราโดยง่าย

การใช้ประโยชน์จากตอซังฟางข้าวจึงมีความสำคัญมากในห้วงที่ข้าวยากหมากแพงเศรษฐกิจฝืดเคือง เพราะช่วยลดต้นทุนการใส่ปุ๋ย ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมีในปริมาณที่มากเกินไป ยิ่งใช้หินแร่ภูเขาไฟ (พูมิช, พูมิชซัลเฟอร์) ใส่เสริมเติมเข้าไปในบางครั้งแทบไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงก็สามารถที่จะทำให้ข้าวแทงช่อห่อรวงออกมาให้เราได้ไม่แพ้กัน จากที่มาของเนื้อแร่หินภูเขาไฟที่เป็นส่วนหนึ่งของแมกมา ลาวา ที่หลอมเหลวหินแร่ธาตุต่างๆ ในอุณหภูมิหลายร้อยหลายพันองศาจึงเป็นประโยชน์ต่อพืชอย่างมากมาย เมื่อผสมผสานกับตอซังฟางข้าวจึงทำให้ข้าวโตและแข็งแรงจนแทบไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมีและฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชแต่อย่างใด

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ข้าว

คำสำคัญ (Tags)#เกษตรปลอดสารพิษ#เกษตรอินทรีย์#เกษตรสมดุล

หมายเลขบันทึก: 575959, เขียน: 09 Sep 2014 @ 13:36 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)