
การสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดผลสำเร็จ สิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ การสื่อสาร ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ
รับรู้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเรา โดยหวังผลจะกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว ความตระหนัก การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และสุดท้ายการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามมา
รูปแบบการสื่อสารที่ผ่านมา ได้แก่ กิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมอบรม ศึกษาดูงาน และ การจัดทำ
สื่อนิทรรศการ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ หรือสื่อเผยแพร่ ข้อมูล และบทความทางวิชาการ
เมื่อทบทวนการดำเนินงานสร้างการมีส่วนร่วมที่ผ่านมา พบว่า
- การจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งด้านประชาสัมพันธ์ รณรงค์ และอื่นๆ ไม่ต่อเนื่อง ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ และบุคลากร
- การจัดกิจกรรม เป็นการใช้รูปแบบเดิมๆ สำหรับการใช้ช่องทางสื่อสารใหม่ๆมีค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้การส่งเสริม สนับสนุน สร้างการมีส่วนร่วม เพื่อขยายในกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น ทำได้น้อย
- การจัดทำสื่อ ประเภทต่างๆ เช่น สื่อนิทรรศการ สื่อเอกสาร มีประเด็นเนื้อหาค่อนข้างน้อย ไม่หลากหลาย และเนื้อหาบางอย่างใช้ภาษาด้านวิชาการ ทำให้เข้าใจยาก และไม่น่าสนใจ
เมื่อวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2557 กรมควบคุมมลพิษได้จัดอบรม “การสื่อสารกับงานจัดการมลพิษ”
โดยคณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
สิ่งที่ได้เรียนรู้ การกำหนดเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องชัดเจน จะช่วยให้การเลือกวิธีการสื่อสารได้เหมาะสม
เกิดผลสำเร็จอย่างที่หวัง ..:และมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่เรื่องสื่อสารเท่านั้น แต่มันใช้ได้...สำหรับทุกเรื่องในชีวิต
จากผลการทบทวนการดำเนินงานสร้างการมีส่วนร่วมที่ผ่านมา กับสิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติม เกิดแนวทางที่จะปรับ
เปลี่ยนการทำงาน เพื่อลดจุดอ่อน ดังนี้
1.การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Social Network Social Media เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งข่าวสารถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะต้องมีระบบจัดการเนื้อหา เพื่อเลือกใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม เพราะเทคโนโลยีแต่ละประเภทมีข้อดี ข้อจำกัดต่างกัน
2.กิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ควรมีแผนงานโครงการ กำหนดเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ผลลัพธ์ที่ต้องการ จะช่วยให้การดำเนินงานเป็นระบบและชัดเจนมากขึ้น การติดตามประเมินผลง่ายขึ้น สามารถนำไปปรับปรุงการทำงานครั้งต่อไป
3.การเขียนบทความ หลายคนที่เคยเขียน คงจะรู้ว่าการเขียนบทความสักเรื่องไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก ปัญหาที่พบในการเขียนบทความ คือ การลงมือเขียน โดยไม่ได้วางแผนการเขียน ไม่กำหนดโครงเรื่อง ทำให้เนื้อหาไร้ทิศทาง หรือไม่ลำดับต่อเนื่อง ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนบทความ ได้แก่
- การเลือกเรื่อง ที่ผู้อ่านสนใจ อยู่ในกระแส
- การเลือกกลุ่มผู้อ่าน
- กำหนดจุดมุ่งหมายการเขียน เพื่ออะไร เช่น ให้ความรู้ ให้แนวคิด หรือสอนวิธีทำ
- ค้นคว้าข้อมูล ประมวลผลความรู้ให้เพียงพอ
- วางโครงเรื่องและแนวคิดสำคัญ
- การเขียน ใช้โครงสร้างการเขียนทั่วไป =ชื่อเรื่อง -----คำนำ----เนื้อเรื่อง----สรุป
- การใช้ภาษา เนื่องจากภาษามีหลายระดับ ทางการ ไม่ทางการ ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและประเภทบทความ
สุดท้าย การสื่อสารเพื่อให้ได้ผล จะต้องมีการคิด วางแผน หาข้อมูลทำรายละเอียดสิ่งต่างๆให้มากกว่า
ที่เคยทำมา
สำหรับการเขียน ใครบางคนกล่าวไว้ว่า Practice Makes Perfect (การฝึกฝนสร้างความสมบูรณ์แบบ)
ฉะนั้น ต้องลงมือทำ เขียน เขียน และเขียน


การมีส่วนร่วม ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เร็วและดีแบบยังยืน นะคะ
ขอบคุณค่ะ