เขียนวันที่ 14 สิงหาคม 2557
MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care
: เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทย์ฯ ศิริราช และกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
เพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่ากับงานของคณะแพทย์ มอ. ในอนาคต
โดย รศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ และภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์
ดิฉันฟังอาจารย์ ธีรวัฒน์ เล่าประสบการณ์ทำงานที่คณะแพทย์ ฯ ศิริราช ท่านเล่าถึงการทำงานที่ผ่านมาซึ่งดิฉันฟังแล้วทึ่งมากว่า ทำไมคนหนึ่งคนถึงสามารถทำอะไรได้มากเพียงนี้ งานที่ท่านรับผิดชอบทั้งในฐานะแพทย์ ฯ ในฐานะผู้บริหารองค์กร ท่านต้องนำพาองค์กรที่มีบุคลากรเป็นจำนวนนับหมื่นคน ถ้าเปรียบเทียบคงเหมือนกับท่านเป็นกัปตันเรือที่พาลูกเรือ ฝ่าลมมรสุมต่าง ๆ บางครั้งแค่ลมแรง แต่บางครั้งอาจจะเป็นมรสุมพายุใหญ่ ท่านเล่าว่าท่านได้ทำงานอะไรบ้าง ใช้กลยุทธ์การทำงานอะไรบ้าง
ส่วนหนึ่งที่ท่านเล่าคือการได้ถวายการดูแลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะที่พำนักรักษาพระวรกายในศิริราช ดิฉันน้ำตาซึมเมื่อฟังสิ่งที่อาจารย์เล่า งานขณะนั้นคงงานที่เป็นความรับผิดชอบที่สูงมากแต่ท่านไม่ได้บ่นว่าเหนื่อย หรือท้อแท้ ในงานที่หนักฟังแล้วดูท่านมีความสุขผสมผสานอยู่เสมอ สิ่งที่ได้จากเรื่องเล่า ได้แก่
1.ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาบุคลากรหรือทุนมนุษย์ ท่านได้ชื่นชมการจัดหลักสูตรให้กับคณะแพทย์ ฯ สงขลานครินทร์กับบุคลากรได้เรียน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ
2. การยึดเอาพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิต เช่น
2.1 ให้อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร บุคลากรทางการแพทย์ต้องให้เกียรติผู้ป่วยเสมอ เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และยุติธรรม
2.2 นักเรียนใหม่ต้องตั้งใจทำงาน หมายถึง เราต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และตั้งใจทำงาน
2.3 อุปสรรคทำให้เกิดปัญญา ปัญหาทำให้เกิดบารมี
3.สิ่งที่เป็นข้อเด่นอีกอย่าง คือ การทำงานบริหารแบบประสานรอบทิศ ท่านสามารถสร้าง connection กับบุคคลในหลาย ๆ วงการ มีความสามารถในการเจรจาต่อรอง เพื่อประโยชน์ของศิริราชและประชาชน เห็นตัวอย่างจากการจัดหาทุนเพื่อสร้างศูนย์การแพทย์ศิริราชเกื้อการุณย์จนสำเร็จ รวมทั้งการบริหารจัดการจราจรภายในและรอบ ๆ ศิริราช
4.การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งเพื่อให้บรรลุ Vision & Mission
กรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์แผนไทยในอาเซียน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อการเกษตรอินทรีย์และการแพทย์แผนไทยของอาเซียน โรงพยาบาลมีการพัฒนาให้ล้ำหน้า มีการให้บริการสปาไทย การแพทย์แผนไทย การผลิตสมุนไพรและการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งโครงการพวกนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียนในเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและการให้บริการทางการแพทย์
การบริการของอภัยภูเบศร มีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพความต้องการของประชาชนและปัจจัยต่าง ๆ ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป สมุนไพรภายใต้แบรนด์ของโรงพระยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์มีการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นและประเทศอินเดีย โดยมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 300 ล้านบาทต่อปีและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี การนำมาปรับใช้กับสงขลานครินทร์เราคงต้องสืบหาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรภาคใต้ ถ้าสามารถผลิตสินค้าหรือบริการภายใต้แบรนด์ “ สงขลานครินทร์ ” โดยอาจเอาปัจจัยการผลิตที่หาได้จากในท้องถิ่นภาคใต้ หรือถ้าจำเป็นก็อาจใช้ outsource มาเพื่อผลิตให้สินค้ามีมาตรฐาน อาจประสานกับคณะแพทย์แผนไทยประยุกต์มาช่วยเรา การสร้าง 3 V ของคณะแพทย์เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก หากทำสำเร็จจะประสบความสำเร็จมาก เราอาจสามารถส่งออกได้มาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ สร้างโอกาสและสร้างมูลค่าให้กับคณะแพทย์ ฯ ได้ในอนาคต
MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care Intensive Workshop: CSR
: Social Innovation : คณะแพทย์ มอ. กับการพัฒนาสังคม/ชุมชน ในสายตาของประชาชน
โดย นายพงศา ชูแนม หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร (ปราชญ์ชาวบ้าน)
นายดือราแม ดาราแม หรือ “เปาะจิ” ปราชญ์ชาวบ้านแห่งตำบลปาลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
การแก้ไขปัญหาและพัฒนาสุขภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องทำให้สอดคล้องกับวิถีชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยใช้วิถีชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อนสู่การพัฒนาระดับชุมชนที่ยั่งยืน “เปาะจิ” ชาวบ้านอาวุโสที่ชอบหาความรู้ ช่างคิดและช่างสังเกต ร่าเริง เปาะจิได้นำเสนอแนวคิดและวิธีการมองความเปลี่ยนแปลงผ่านสายตาของมุสลิม ผู้ศรัทธาต่ออัลเลาะห์และเคารพต่อธรรมชาติ ถือว่าเป็นบุคคลที่จะเป็นคนเชื่อมระหว่างภาครัฐและประชาชน สิ่งที่ “เปาะจิ” ให้คำแนะนำคือการพัฒนาสุขภาพโดยผ่าน อสม. เนื่องจาก อสม. จะสามารถทำงานเชิงรุก ทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรครวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของชุมชน โดยใช้กลยุทธ์ศาสนานำการพัฒนา อสม.จะมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ถ้า project ที่คณะแพทย์ ฯ คิดทำเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ท่านก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ
คุณพงศา ชูแนม มองสงขลานครินทร์ในมุมมองประชาชนชาวใต้ ว่าปลายทางที่มอ.ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ประชาชนให้ความเชื่อมั่นและวางใจต่อความเป็น “ มอ. ” ถ้า Project หรืองานวิจัยของคณะแพทย์ ฯ ที่เกี่ยวกับ อสม. นำเสนอแนวทางของ Preventive เรื่องการส่งเสริมสุขภาพ
กล่าวโดยสรุป หลังจากเรา learn share care กับปราชญ์ชาวบ้านทั้งสองท่าน เรามองเห็นโปรเจคที่จะทำเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และถ้ามอ. สามารถลงมือทำและทำต่อเนื่องอาจนำไปสู่การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำอย่างที่หนังสือ Execution บอก คือ ต้องลงมือศึกษาอย่างลุ่มลึก และกัดไม่ปล่อย ความสำเร็จไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน


