ชีวิตประจำวันในมักกะ (1)
นอกจากการทำอุมเราะห์ ทุกวันที่อยู่ในมักกะเราต้องไปละหมาดในมัสยิดอัลฮารอม ที่เป็นที่ตั้งของบัยตุลลอฮ์การเดินทางจากโรงแรมที่พัก ไปมัสยิดใช้เวลาประมาณ15-20 นาที เดินสบายๆไม่รีบผู้คนหลากหลายมากนานาประเทศ นานาชาติพันธ์ เป็นลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธ์นั้น จริงๆไม่ว่าจะเป็นเอเซีย (อินโดฯไทยมาเลย์ฟิลิปปินส์ฯลฯ) ตุรกีจีนอินเดียอัฟกันซึ่งแต่ละชนชาติก็มีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกัน เช่น ชาวตุรกีเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีมากๆเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มาก
สิ่งที่ทำประจำในมัสยิดฮารอม คือการที่นั่งอ่านกรุอ่าน และที่ที่ชอบนั่งอ่านมากที่สุดก็คือ ชั้นใต้ดิน เพราะแอร์เย็นสบายคะ หรือไม่ก็ลานสะแอ ถ้าคนไม่เยอะมากนักคะ
นั่งอ่านหนังสือเจอน้องชาวซีเรียคะ
น้ำซัมซัมบริการในมัสยิด อยู่ที่ชั้นดาดฟ้าคะ
ดื่มน้ำซัมซัม ชื่นใจคะ มีทั้งที่เย็นและไม่เย็นคะ
ภายในมัสยิดฮารอมคะ ทางลงจากชั้นดาดฟ้า
เราไปละหมาดซุบฮ์ประมาณตี 4 คะ จากนั้นก็ไปละหมาดอัสรี มัฆริบ อีซาที่เดียวเลยคะ เราจะไปละหมาดที่ฮารอมทุกวัน ไปดื่มน้ำซัมซัม ไปดูบัยตุลลอฮ์ทุกวัน ที่ดิฉันไปมัสยิดต้องไปดูบัยตุลลอฮ์ต้องไปละหมาด แล้วลุกจากสูยูดแล้วเห็นบัยตุลลอฮ์ จะมีความสุขมากเพราะตลอดเวลา24 ชม. ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ก็มีคนเดินเตาวาฟเดินวนรอบอยู่ตลอดเวลาเราไม่เคยเห็นลานเตาวาฟว่างหรือปราศจากผู้คนเลยนอกจากเวลาละหมาดที่เบาบางลงบ้างเท่านั้นเอง
หากวันไหนไม่เหนื่อยมากเราก็เตาวาฟสุนัต ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเวลาก่อนละหมาดมัฆริบหรือก่อนละหมาดอีซา แต่คนเยอะมากคะ จริงๆ การเข้าไปในมัสยิดฮารอม อย่างแรกก็ต้องไปเตาวาฟก่อนทุกครั้งเหมือนเอาเข้ามัสยิดอื่นๆ และเราละหมาดเคารพมัสยิดนั่นแหละคะ แต่ในความเป็นจริง ทุกๆ เวลา คนเต็มตลอดเวลารอบอัลกะบะฮ์ หรือบัยตุลลอฮ์
