น้ำ - ธรรมะ

"น้ำ - ธรรมะ"

"น้ำ" ให้ความชุ่มชื่นแก่ทุก "สรรพสิ่ง"

"ธรรมะ" ให้ความเย็นใจ...แด่..."ผู้มีธรรมะ" ทุกคน

...

...

ในช่วงเวลาที่ฉันเกิดมาบนโลกมนุษย์ใบนี้...

สิ่งที่ฉันเห็น ฉันได้เห็นถึงความแตกต่าง...

ของความเป็นมนุษย์ ๆ แต่ละคนมีความแตกต่างกัน

บนความเหมือน...

สิ่งที่แตกต่างกัน นั่นคือ "จิตใจ"

สังเกตได้ว่า...บางคนมีจิตใจดี งดงาม

คิดดี พูดดี และทำแต่ในสิ่งที่ดี ๆ...

คนประเภทนี้ เหมือนผู้ที่มี "ธรรมะ" ในจิตใจ...

...

...

บางคนมีจิตใจที่มุทะลุ ดุดัน...

พูดจา กระโชก โฮกฮาก...

บางครั้งทำสิ่งที่ให้คนรอบข้างไม่พอใจ...

ไม่รับรู้ ไม่สนใจผู้อื่น นอกจากตัวของตัวเอง...

คนประเภทนี้ เหมือนผู้ที่ไม่มี "ธรรมะ" ในจิตใจ

ถ้าเปรียบเทียบ ไฟกับน้ำ ประเภทแรกน่าจะเป็นน้ำ

ส่วนประเภทหลังน่าจะเป็นไฟ...

ความฉ่ำเย็นของน้ำ ใคร ๆ เห็น ใคร ๆ ก็ต้องการที่จะ

อยู่ใกล้ เพราะทำให้สบายใจ สบายกาย...

สำหรับไฟ...ใคร ๆ ก็ไม่ต้องการที่จะเข้าใกล้...

เพราะเวลาเข้าใกล้แล้วทำให้ร้อนทุกที...

ฉันใด "ธรรมะ" ก็เปรียบเหมือน "น้ำ"

มีความชุ่มฉ่ำ เย็นใจเสมอ...สำหรับคนที่ปฏิบัติ "ธรรมะ"

ถ้าใช้จิต พิจารณาดูจริง ๆ.

แต่ทำไม? มนุษย์เราจึงไม่ลองใช้จิตตนเอง

พิจาณาดูเองบ้างล่ะ? ว่าระหว่างน้ำกับไฟ

เราควรเลือกอะไร?...

...

...

...

ผู้ใดหมั่นพิจารณาจิต

ผู้นั้นจะพบธรรมแท้ สุขแท้

นั่นคือ ที่สุดของผู้หยุดวัฏฏะ...

วัฏฏะ คือความวน หรือความเวียน ตามหลักธรรมในพุทธศาสนา มีสามอย่างคือ

  • กิเลสวัฏฏะ วนคือกิเลส
  • กรรมวัฏฏะ วนคือกรรม
  • วิบากวัฏฏะ วนคือวิบาก ผลของกรรม

อันหมายความว่า กิเลสก็เป็นเหตุให้ทำกรรม กิเลสจึงเป็นเหตุ กรรมจึงเป็นผลของกิเลสและกรรมนั้นเอง ก็เป็นตัวเหตุ ให้เกิดวิบากคือผล กรรมจึงเป็นเหตุ วิบากจึงเป็นผล และวิบากนั้นเอง ก็เป็นตัวเหตุ ก่อกิเลสขึ้นอีก เมื่อเป็นดังนี้ วิบากนั้นก็เป็นเหตุ กิเลสก็เป็นผลของวิบาก

เพราะฉะนั้นกิเลส กรรม วิบาก จึงวนอยู่ดั่งนี้ ก็โดยที่บุคคลนี้เอง หรือจิตนี้เองที่วนอยู่ในกิเลส กรรม วิบาก แล้วก็กลับเป็นเหตุก่อกิเลส กรรม วิบากขึ้นอีก สัตว์และบุคคลจึงวนเวียนอยู่ในกิเลส กรรม วิบาก ทั้งสามนี้ เป็น วัฏฏะ

กิเลส(แปลว่าสิ่งเกาะติด) และตัณหา(หมายถึงความติดใจอยาก) เป็นสิ่งที่แฝงติดอยู่ในใจ แล้วทำให้ใจเศร้าหมองขุ่นมัว ตัณหาเป็นต้นเหตุทำให้เกิดทุกข์ เมื่อดับตัณหาเสียได้ ก็เป็นอันว่าหักวัฏฏะดังกล่าวได้ ดับกิเลส ดับทุกข์ทางจิตใจในปัจจุบัน และเมื่อดับขันธ์ในที่สุด ไม่เกิดอีก ดับรอบสิ้นทุกข์ด้วยประการทั้งปวง

...

...

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๗