โรงเรียนแห่งความสุข : ทบทวนหมุดหมายชีวิต (ก่อนการออกเดินทางในครั้งใหม่)

ผมพลิกสถานการณ์การเรียนรู้ขึ้นมาเพิ่มเติม จากการเขียน (ภายในโลกเงียบ) ของแต่ละคนไปสู่การ “บอกเล่า” (เล่าเรื่อง) ให้กันฟัง โดยแบ่งเป็น ๘ กลุ่มๆ ละ ๕ คนเป็นหลัก ซึ่งนั่นคือหนึ่งในกระบวนการของการละลายพฤติกรรม –นำพาพวกเขาก้าวออกมาจากโลกส่วนตัว ฝึกการสื่อสาร แบ่งปัน –อยู่ร่วมกัน

ในเวที “ครูดี คนดี พลเมืองดี” ภายใต้โครงการหลักที่ชื่อ โครงการ“ผลิตและพัฒนาครูสู่ความเป็นเลิศ” เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๗  ที่ผ่านมา ผมและ ดร.ขจิต ฝอยทอง เปิดเวทีด้วยการชักชวนให้ “นักศึกษา ได้ทบทวน "หมุดหมาย" อันเป็น  “ปณิธาน”  หรือ “จุดมุ่งหมาย”  ของการเข้ามาสู่โครงการดังกล่าวอีกครั้ง หลังจากผ่านพ้นมาแล้ว ๒ ปีเต็มๆ

การถามทักในประเด็นดังกล่าว  ผมมุ่งเน้นให้แต่ละคนได้หวนกลับไปทบทวนอารมณ์ความรู้สึกในวันแรกที่สมัครเข้ามาสู่โครงการผลิตและพัฒนาครูสู่ความเป็นเลิศ  ซึ่งประกอบด้วยคำถามสำคัญๆ ๓ คำถาม  โดยดร.ขจิต ฝอยทอง เรียกชื่อกิจกรรมนี้ว่า “ตะกร้าสามใบ”   แต่ผมกลับประยุกต์ให้กิจกรรมนี้มีตะกร้าเพิ่มมาอีกหนึ่งใบ-   รวมเป็น ๔ใบ  (เพิ่มไม่เท่าไหร่ แต่ไม่ยอมปริปากเฉลยต่ออาจารย์ขจิตว่าใบที่เพิ่มมานั้น มีไว้เพื่ออะไร)

กรณีคำถามที่อยู่ในตะกร้า ๓ ใบนั้น ประกอบด้วยประเด็นคำถามที่แต่ละคนต้องตอบ ดังนี้

  • ตะกร้าใบที่ ๑ : ปณิธาน หรือความมุ่งหมายในวันแรกของการสมัครมาเข้าร่วมโครงการฯ คืออะไร
  • ตะกร้าใบที่ ๒ : ปณิธาน หรือจุดมุ่งหมายเดิมยังคงอยู่หรือไม่ ถ้ายังคงอยู่-อยู่เพราะอะไร
  • ตะกร้าใบที่ ๓ : ปณิธาน หรือจุดมุ่งหมายเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนแปลง-เปลี่ยนแปลงเพราะอะไร



ครับ, คำถามที่ไม่ซับซ้อนนัก แต่เป็นคำถามที่ผมและดร.ขจิต ฝอยทอง ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดในเช้าอันสดชื่นของการจัดกระบวนการการเรียนรู้ในวันนั้น เพราะเราต่างเชื่อร่วมกันว่า ก่อนการเดินทางจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง นักศึกษาเหล่านี้ ควรต้อง “ทบทวนตัวเอง” อีกรอบ -ทบทวนถึงหมุดหมายของวันแรกที่ก้าวเข้ามา เพื่อให้รู้ “สภาวะปัจจุบัน” ว่าคงอยู่ หรือเปลี่ยนไป

ทันทีที่ ดร.ขจิต ฝอยทอง  ให้สัญญาณเสียง “นกหวีด” เพื่อให้นักศึกษาได้ทบทวนตัวเอง และเขียนบอกเล่าผ่านกระดาษที่มีอยู่ในมือของแต่ละคน  ผมก็เริ่มทำการ (เฝ้ามอง)  สังเกตอาการแต่ละคนอย่างเงียบๆ   

  • บางคนละเลงถ้อยคำอย่างไหลลื่น 
  • ขณะบางคนดูยังใคร่ครวญครุ่นคิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป 
  • ขณะบางคนดูเหมือนจะนิ่งงัน ราวกับจดจำมันไม่ได้ 



กระทั่งเวลาผ่านไปซักระยะ  ผมจึงเริ่มประเมินสถานการณ์  พร้อมๆ กับผ่อนคลายบรรยากาศในทำนองว่า “เขียนเท่าที่อยากเขียน-นึกคิดอะไรไม่ออก สามารถข้ามไปยังตะกร้าใบที่ ๔ ได้”   (ตามอำเภอใจ : โดยย้ำว่า  ตะกร้าใบที่ ๔ นั้น สามารถเขียนบอกเล่าเรื่องอะไรก็ได้)    ซึ่ งพอผมเปิดเวทีเช่นนั้น   เห็นได้ชัดว่า หลายต่อหลายคน ได้พาความคิดของตัวเองกระโจนไปยังตะกร้าใบที่ ๔ อย่างคึกคัก  ต่างคนดูเหมือนจะร่ำระบายลงไปอย่างต่อเนื่อง  ที่สุดแล้วก็เห็นได้ชัดเช่นกันว่า  ทุกคนสามารถกลับเข้าสู่ตะกร้าใบอื่นๆ  ได้อย่างไม่ติดขัด    และนั่นคือเหตุผลที่ผมพยากรณ์ล่งหน้าว่าจำเป็นต้องมีตะกร้าใบที่ ๔ …

แน่นอนครับ ผมประยุกต์ พลิกสถานการณ์อย่างเงียบๆ   โดยไม่ได้บอกกล่าวอาจารย์ขจิตล่วงหน้า แต่มั่นใจว่า  ดร.ขจิต ฝอยทอง (มองตารู้ใจ) มิได้กังขาต่อกระบวนการที่ผมหนุนเสริมขึ้นมาแบบเงียบๆ –ไม่มีปี่มีขลุ่ย




และถัดจากนี้ไป คือส่วนหนึ่งของ “ข้อมูล” จากตะกร้าใบที่ ๑

  • อยากเป็นนักศึกษาทุน
  • อยากเป็นคุณครูเหมือนคุณพ่อและคุณแม่ (ครอบครัวเป็นครู)
  • อยากเป็นคุณครู เพราะมีแรงบันดาลใจจากครูต้นแบบในสมัยเรียนชั้นประถมฯ
  • เชื่อและศรัทธาว่าการเป็นครูจะทำให้ชีวิตดีขึ้น
  • คุณพ่อคุณแม่อยากให้เป็นครู
  • อยากเป็นครูที่ดี เพื่อกลับไปรับใช้บ้านเกิด
  • อยากเป็นครูดอย
  • อยากเรียนใกล้บ้าน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว
  • อยากเป็น ผอ.
  • อยากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชาติ

</p><p>


ส่วนหนึ่งของ “ข้อมูล” จากตะกร้าใบที่ ๒

               ส่วนใหญ่ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ   หากแต่ บางคนจากที่เคยจำเป็นต้องมาเรียนครูตามที่พ่อแม่ต้องการ   เริ่มรู้สึกรักและผูกพันกับอาชีพนี้ขึ้นเรื่อยๆ   รักและผูกพันกับเพื่อนๆ มากขึ้น  เริ่มอยากเรียนต่อในระดับปริญญาโท






ส่วนหนึ่งของ “ข้อมูล” จากตะกร้าใบที่ ๓

             ส่วนใหญ่คล้ายตะกร้าใบที่ ๓ นั่นก็คือ  เกือบร้อยทั้งร้อยยังคงหนักแน่นกับปณิธานและจุดมุ่งหมายเดิมทุกประการ หากแต่ก็มีบ้างที่ใช้พื้นที่ในตะกร้าใบที่ ๓ สะท้อนความรู้สึกต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา เช่น การใช้ชีวิตเหมือนนักเรียนประจำ (กินนอน) ทำให้ไม่มีอิสรเสรีเท่าที่ควร     สวัสดิการยังไม่ดีนัก    การเป็น ครู คศ.4 ยากเกินไป ตอนนี้อยากเป็นแค่ครู คศ.3      อดทน อดกลั้นมากขึ้น     เริ่มไม่แน่ใจว่ายังอยากเป็นครูดอย เพราะกลัวปรับตัวไม่ได้



ส่วนหนึ่งของ “ข้อมูล” จากตะกร้าใบที่ ๔


  • ครู ไม่ใช่แค่อาชีพ แต่เป็น จิตวิญญาณ
  • ทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด เข้าใจผู้อื่น ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
  • สุขและทุกข์ผ่านเข้ามา มีทั้งคงอยู่และหายไป
  • ผมจะไม่เป็นครูหัวโบราณ
  • การได้เจอเพื่อน ๔๑ คน คือของขวัญอันล้ำค่าของชีวิต
  • บางครั้งก็เหนื่อยจนท้อใจ แต่มีเพื่อนคอยให้กำลังใจ จึงฮึดสู้ตลอดเวลา
  • บางครั้งท้อ แต่พอได้ยินเสียงพ่อกับแม่ ก็มีพลังใจ
  • อะไรคงอยู่ควรถนอมไว้ อะไรสูญหายก็ควรศึกษา
  • อยากให้ฝนหยุดตก อยากหายจากการเป็นหวัด อยากได้ยาแก้ไอ
  • อยากเรียนจบไวๆ จะได้ดูแลพ่อกับแม่ และนักเรียนตัวน้อยๆ
  • อยากกลับบ้าน คิดถึงพ่อ-แม่-พี่สาว 
  • ยากให้เพื่อนๆ จบพร้อมกัน และผูกพันกันตลอดไป
  • ขอโทษที่ทำให้เพื่อนเสียน้ำตา
  • ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้นำ แต่ก็ช่วยเพื่อนๆ ทำงานอย่างเต็มความสามารถ
  • ดีใจ (ที่ อ.พนัส) กลับมาสร้างพลัง และเยียวยาความสัมพันธ์ของเพื่อนๆ ในรุ่น




ครับ, ขอยืนยันว่า ข้อมูลทั้งปวงนั้นเป็นจริงทุกประการ ผมไม่ได้โม้  หรือขีดเขียนมันขึ้นเอง  ทุกอย่างเป็นสิ่งที่นักศึกษา (ครูเป็นเลิศ) ได้สะท้อน  หรือร่ำระบายลงในตะกร้าทั้ง ๔ ใบ…(รวมถึงประเด็นที่พูดพาดพิงถึง “ผม” ด้วย…555)

เช่นเดียวกันนี้ – เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเขียน หรือระบายความรู้สึกลงในตะกร้าทั้ง ๔ ใบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมพลิกสถานการณ์การเรียนรู้ขึ้นมาเพิ่มเติม  จากการเขียน (ภายในโลกเงียบ) ของแต่ละคนไปสู่การ “บอกเล่า” (เล่าเรื่อง) ให้กันฟัง โดยแบ่งเป็น ๘ กลุ่มๆ ละ ๕ คนเป็นหลัก   

ซึ่งนั่นคือหนึ่งในกระบวนการของการละลายพฤติกรรม –นำพาพวกเขาก้าวออกมาจากโลกส่วนตัว ฝึกการสื่อสาร แบ่งปัน –อยู่ร่วมกัน (ขณะหนึ่งการซ่อนทักษะการพูด การฟัง การจับประเด็น การสังเกตพฤติกรรม  ฯลฯ ไปในตัวอย่างเงียบ) 






แน่นอนครับ ผ่านมา ๒ ปีเต็มๆ จังหวะการก้าวเดินบนถนนแห่งการเรียนรู้ที่จะเป็นครูที่ดีในปีที่ ๓ นั้น ยังคงยาวไกลนัก ระฆังแห่งการเริ่มต้นกำลังกังวานขึ้นอีกรอบ  ผมได้แต่หวังใจว่าพวกเขาจะเกาะกลุ่มรักและผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งในกันและกัน -ร่วมใจเรียนรู้และฝ่าข้ามไปสู่ปณิธานฝั่งฝันได้อย่างที่วาดหวังไว้

เช่นเดียวกับการหวังใจว่า การได้ชวนพวกเขาได้ทบทวนตนเองเช่นนี้ จะเป็นการปลุกเร้า เยียวยา และเสริมพลังให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดี…

กระบวนการดังกล่าวนี้  ถือเป็นการทบทวน “หมุดหมายชีวิต”  ในอีกมิติหนึ่ง  ทบทวนเพื่อสร้างความตระหนักให้กับตัวเองว่า “มาจากที่ใด-จะไปหนแห่งใด”  และจากวันนั้น ถึงวันนี้  มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้างแล้ว -






๖ สิงหาคม ๒๕๕๗
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
(สะลวง-ขี้เหล็ก)  อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

เยี่ยมเลยค่ะอาจารย์ จะได้มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ดีเยอะๆ

เขียนเมื่อ 

เดินทางถึงบ้านด้วยความปลอดภัยนะครับ

เขียน ... ทุกอย่างได้ชัดเจน

ทุกอย่างจะเกิดการต่อยอดอย่างแน่นอนครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

เป็นการจัด .... กระบวนการการเรียนรู้ ....ที่เป็นกิจกรรมที่ ..มีความสุข  นะคะ ...มีรอบยิ้ม ก่อนจาก นะคะ

เขียนเมื่อ 

ชอบๆๆๆครับ

เขียนเมื่อ 

เป็นอะไรที่อยากบอกว่า "ยอดเยี่ยม" ค่ะ 

เป็นกำลังใจให้น้องชายคนดี และผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกท่าน ได้สำเร็จในทุกๆ ภาระกิจนะคะ

เขียนเมื่อ 

"ครู ไม่ใช่แค่อาชีพ แต่เป็น จิตวิญญาณ" บาดใจจังครับ

เขียนเมื่อ 

ชอบใจ

แค่มองตาก็รู้ใจ

เพราะกิจกรรมต่างๆ วิทยากรกระบวนการปรับได้

ชอบใจที่น้องแผ่นดินปรับกระบวนการ

ได้เรียนรู้ไปด้วยเลย

มาแจ้งว่าถึงมหาวิทยาลัยแล้วครับบบ

เขียนเมื่อ 

<p>มีปลาทูเมืองสามอ่าวมาฝากคนทำงานจ้าา</p>

หมายเลขบันทึก

574144

เขียน

09 Aug 2014 @ 08:06
()

แก้ไข

10 Aug 2014 @ 08:09
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 11, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง