ต่อจากบันทึก "เก่ง..ดี..มีสุข"  พี่มาริษายังเล่าให้ฟังว่า  อาจารย์(หมายถึงผู้ดำเนินการให้ความรู้เรื่องจิตตปัญญา ซึ่งท่านเรียกตนเองว่า "กระบวนกร") ยังบอกว่า....บางครั้งคนเรา ได้มีโอกาสเข้าไปรับรู้เรื่องราวที่เป็นทุกข์ของคนอื่น ก็เกิดความเห็นอกเห็นใจ ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ได้ของแถมกลับมาก็คือมีความรู้สึกสลดหดหู่กับเขาไปด้วย...
และในที่สุด  หากไม่สามารถหลุดออกจากความทุกข์นั้นๆได้ ผลสุดท้ายก็คือกลายเป็นคนที่ไม่มีความสุข เศร้าสร้อย อาจหนักจนถึงขั้นที่ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ก็มี...
ท่านกระบวนกรจึงแนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดก็คือ เมื่อต้องรับรู้เรื่องทุกข์ใดๆ ของผู้อื่น (เช่นความทุกข์ของคนไข้...)  ก็ให้ทำเหมือนกับการเอาใจเราใส่ลงในน้ำ ต้องควบคุมจิดใจเราให้จุ่มลงไปให้หมด เพื่อให้รับรู้ถึงความทุกข์ของเขาอย่างแท้จริงและพร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่  แต่ต้องไม่จม  คือเมื่อผ่านพ้นเรื่องราวนั้นแล้วก็สามารถลอยขึ้นมาเหนือน้ำได้อีกครั้งหนึ่ง
 จุ่ม แต่ไม่จม....ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งค่ะ ที่จะควบคุมให้ใจเรามีความสุขได้ ถึงแม้ว่าจะต้องพานพบกับเรื่องทุกข์ๆ ที่เราต้องเข้าไปสัมผัสและช่วยเหลือมากมายเพียงใดก็ตาม.....