เก่งอย่างเดียวไม่พอ ขอให้เป็นคนดี และมีความสุขกับการทำงาน
วันศุกร์ที่ผ่านมา ช่วงบ่ายๆ ได้เข้าร่วมพูดคุยกับคณะทำงานของ อ.เสาวรัตน์ ที่มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความสุขให้กับคนทำงาน "ทุกระดับ"
ในครั้งนี้ได้รับฟัง พี่มาริษา ซึ่งไปฝึกอบรมเกี่ยวกับเรื่อง "จิตตปัญญาศึกษา" เป็นเวลาสี่วัน ได้นำเรื่องราวมาถ่ายทอดให้พวกเราฟัง นับว่าเป็นโอกาสที่ได้เรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง....
ประเด็นสำคัญที่พี่เม่ยจับได้จากเรื่องเล่าของพี่เค้าก็คือ เป็นการศึกษาตนเอง เพื่อให้รู้จักตัวตนเองจากภายใน จุดประสงค์ก็เพื่อให้ปรับตนให้สามารถปฏิบัติภาระกิจต่างๆได้แบบ "เก่ง..ดี..มีสุข"
พี่มาริษา ได้ขยายความคำว่า เก่ง ดี มีสุข ไว้ดังนี้ค่ะ....
- เก่ง ก็หมายถึงการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ของงาน (out come) ออกมาคุ้มค่า
- ดี หมายถึงคนทำงานนั้นเป็นคนดี มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี มีมิตรภาพกับผู้อื่น
- มีสุข ก็คือคนๆนั้นมีความสุขกับการทำงาน ด้วยความพอเพียง
พี่เม่ยจึงปิ๊งประโยคหลัก (Theme) ของทีมงานที่จะจัดทำโครงการสร้างความสุขให้กับคนทำงาน จนต้องรีบนำมาบันทึกไว้ก่อนที่จะนำไปเสนอกับ อ.เสาวรัตน์ ต่อไปค่ะ ....
ถูกใจจังค่ะ แต่ที่ตรงตัวก็น่าจะเป็น
2 ข้อก็ OK น๊ะค๊ะ พี่เม่ย
พี่เม่ยค๊ะ เก่ง ดี มีสุข หายากมาก ๆ ในปฐพี หากจะมีก็คงมีอยู่ไม่มากในโลกนี้ แต่ประเภทขาด ๆ เกิน ๆ มีเยอะ ผู้เขียนขออยู่ในชนหมู่มากดีกว่าค่ะ
ยืนยันค่ะ 2 ข้อก็พอเพียง -อิ อิ ถึงไม่สนใจช่วยดูเบอร์นายดำไงค๊ะ --เดี๋ยวเชียร์มากกลัวจะต้องช่วยออกตังค์--อิ อิ เป็นงั้นไป
ยังไม่เก่ง เข้าโครงการนี้ได้หรือเปล่าคะ พี่เม่ย (แซวนะ)
เสียดายจัง ติดประชุม เลยไม่ได้ฟังคุณมาริษาเล่าให้ฟัง
ขอเติมนิดนะคะว่า รู้สึกโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ข้อต้นๆว่า ต้องการให้คนรู้คุณค่าของตัวเอง รู้ว่าตัวเองมีดี มีค่า รู้จักตนเองและเข้าใจผู้อื่น จึงจะทำให้เราทำงานอย่างเห็นอกเห็นใจกัน เข้าใจกันและมีความสุขในการทำงาน
สำหรับความเก่งนี่เราไม่เน้นใช่ไหมคะ เราเน้นที่รู้จักตนเอง รู้ว่าตัวเองมีดีอะไร เข้าใจว่าผู้อื่นเป็นอย่างที่เป็นเพราะอะไรมากกว่า สำหรับเก่ง พี่เม่ยคงหมายถึงประเด็นที่พี่มาริษานำมาเล่าให้ฟังเป็นหลักมากกว่าที่จะหมายถึงโครงการที่อ.เสาวรัตน์ตั้งใจจะทำทั้งหมด เพราะฉะนั้น เก่ง ไม่เก่งก็เกี่ยวหมดค่ะ อ. ปารมี ถูกต้องไหมคะ พี่เม่ย...คนเก่ง คนสวย คนดี ของเรา