ภูมิปัญญาท้องถิ่น "เสื่อใบเตยป่า สู่ชีวิตที่พอเพียง"

โอริ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

หลักการและเหตุผล

                  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจสติปัญญาความรู้ คุณธรรม จริยธรรมและวัฒนาธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (มาตรา 6) รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติรวมทั้งส่งเสริมศาสนาศิลปวัฒนธรรมของชาติการกีฬาภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและความรู้อันเป็นสากลตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเองมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ใฝ่เรียนด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง (มาตรา 7) การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนสำคัญที่สุดและสามารถพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ (มาตรา 22) การเรียนการสอนต้องเป็นความรู้คู่คุณธรรมกระบวนการเรียนรู้บูรณาการตามความเหมาะสม ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพและสามารถดำรงชีพอย่างมีความสุข (มาตรา 27 (5)) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทยการเป็นพลเมืองดีของชาติการดำรงชีวิตการประกอบอาชีพตลอดจนการศึกษาเรียนต่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถิ่นคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชนสังคมประเทศชาติ (มาตรา 27) ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคลครอบครัวชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยการจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชนรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการรวมทั้งวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันระหว่างชุมชน (มาตรา 29) (กระทรวงศึกษาธิการ, 2545)หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้คุณธรรมมีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิตโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)

                 เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักปรัชญาและแนวคิดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานให้กับปวงชนชาวไทยในวโรกาสต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต การปฏิบัติตนของทุกฝ่ายและประชาชนทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐ นอกจากนี้ยังได้ทรงเน้นย้ำถึงคำว่า “พอเพียง”ว่า หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวพอสมควรต่อผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน โดยมีเงื่อนไขพื้นฐานที่จะก่อให้เกิดความพอเพียงคือ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ ความระมัดระวัง รวมไปถึงการเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติให้สำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต มีความรอบรู้ที่เหมาะสมและดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุลและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกว้างขวางทางด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอก(คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2551)

                การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 มีแนวคิดที่มีความต่อเนื่องจากแนวคิดของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8-10 โดยยังคงยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และ “คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” รวมทั้ง “สร้างสมดุลการพัฒนา” ในทุกมิติ และขับเคลื่อนให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกระดับ เพื่อให้การพัฒนาและบริหารประเทศเป็นไปบนทางสายกลาง เชื่อมโยงทุกมิติของการพัฒนาอย่างบูรณาการ ทั้งคน สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและการเมือง โดยมีการวิเคราะห์อย่าง “มีเหตุผล” และใช้หลัก “ความพอประมาณ” ให้เกิดความสมดุลระหว่างมิติทางวัตถุกับจิตใจของคนในชาติ ความสมดุลระหว่างความสามารถในการพึ่งตนเองกับการแข่งขันในเวทีโลก ความสมดุลระหว่างสังคมชนบทกับเมืองเตรียม “ระบบภูมิคุ้มกัน” ด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เพียงพอพร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในประเทศ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาทุกขั้นตอนต้องใช้ “ความรอบรู้” ในการพัฒนาด้านต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เป็นไปตามลำดับขั้นตอน และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย รวมทั้งเสริมสร้างศีลธรรมและสำนึกใน “คุณธรรม” จริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่และดำเนินชีวิตด้วย “ความเพียร” จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้พร้อมเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งในระดับปัจเจก ครอบครัวชุมชน สังคม และประเทศชาติ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2551 )

                สอดคล้องกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดำเนินการโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และ         ธรรมาภิบาลในสถานศึกษา“ป้องกันการทุจริต”ตามยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าด้วยการป้องกันการทุจริตซึ่งได้กำหนดคุณลักษณะของนักเรียนไว้5ประการได้แก่ มีทักษะกระบวนการคิดมีวินัยซื่อสัตย์อยู่อย่างพอเพียงมีจิตสาธารณะ โรงเรียนจึงเป็นหน่วยงานที่จะต้องส่งเสริมและจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมค่านิยมความซื่อสัตย์และต่อต้านคอร์รัปชั่นให้เกิดขึ้นในหมู่เยาวชน

                การจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช2551 เป็นกลุ่มสาระที่ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตการอาชีพ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์และแข่งขันในสังคมไทยและสากลเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพรักการทำงาน และมีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุข (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)

สถานศึกษามีภารกิจหลักในการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพสถานศึกษาจึงมีบทบาทในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและดำเนินการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนอย่างมีประสิทธิภาพโดยต้องสร้างความมั่นใจต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง และชุมชนว่าผู้เรียนจะมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด และเกิดสมรรถนะสำคัญตลอดจนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรเพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าวสถานศึกษาจะต้องออกแบบหลักสูตรให้ครอบคลุมส่วนที่เป็นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กระทรวงศึกษาได้ประกาศใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุถึงคุณภาพตามมาตรฐานอันเป็นความคาดหวังที่กำหนดไว้ร่วมกันในการพัฒนาเยาวชนทุกคนในชาตินอกจากนั้นหลักสูตรสถานศึกษายังต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชนและท้องถิ่นเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชนสามารถอยู่ในสังคม             สิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุขและเกิดความรักความผูกพันในบ้านเกิดเมืองนอน มีบทบาทในการร่วมพัฒนาชุมชน(กระทรวงศึกษาธิการ, 2553)

                      จากที่กล่าวมาข้างต้นโรงเรียนบ้านโคกสว่างได้เห็นความสำคัญจึงได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่น “เสื่อใบเตยป่า”มาพัฒนาเป็นหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชาเพิ่มเติมเรื่อง เสื่อใบเตยป่าชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6และจัดกิจกรรมชุมนุม รักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมชุมนุมของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่โรงเรียนเปิดสอนให้กับ  นักเรียนที่มีความสนใจในวิชาชีพท้องถิ่นเป็นการเพิ่มความรู้ทักษะชีวิตทักษะพื้นฐาน วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจและมีความสามารถเกี่ยวกับงานอาชีพในท้องถิ่น สามารถทำงานเป็นหมู่คณะ        มีคุณธรรม จริยธรรม สร้างค่านิยมที่เป็นพื้นฐานของคนดีเกิดความรักภาคภูมิใจเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสามารถดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอันส่งผลให้เกิดคุณลักษณะของโรงเรียนสุจริต        5 ประการ คือ มีทักษะกระบวนการคิดความมีวินัยความซื่อสัตย์ อยู่อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ และสอดคล้องกับปฏิญญาโรงเรียนสุจริต คือ การปลูกฝัง การป้องกัน และการสร้างเครือข่าย

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชาเพิ่มเติมเรื่อง เสื่อใบเตยป่า                        ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

2. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจอาชีพภูมิปัญญาทอเสื่อใบเตยป่าของท้องถิ่น

3. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะในการทอเสื่อใบเตยป่าและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากเสื่อใบเตยป่า

4. เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะ 5 ประการของโรงเรียนสุจริต

เป้าหมาย

เชิงปริมาณ

1) โรงเรียนมีหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชาเพิ่มเติม เรื่องเสื่อใบเตยป่า                         ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

2) นักเรียนร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจอาชีพภูมิปัญญาทอเสื่อใบเตยป่าของท้องถิ่น

3) นักเรียนร้อยละ 80 มีทักษะในการทอเสื่อใบเตยป่าและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากเสื่อใบเตยป่า

4) นักเรียนร้อยละ 80 มีคุณลักษณะ 5 ประการของโรงเรียนสุจริต

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Best Practice โรงเรียนสุจริต เรื่อง เสื่อใบเตยป่า สู่ชีวิตที่พอเพียง



ความเห็น (0)