จากประสบการณ์.ในวงการพระเครื่อง ผมได้รวบรวมความรู้ และนำมาจำแนกประเภทของความคิดของคนที่นับถือพระพุทธรูป ได้หลายกลุ่ม ตามระบบความคิด ได้ดังนี้
1. ระดับนับถือพระพุทธรูป พระแท้ คือ พระที่มีรูปของพระพุทธรูป ถ้าไม่มีพระพุทธรูปถือเป็นพระเก๊
2. ระดับนับถือบรรพบุรุษ พระของพ่อ ของปู่ ของตา ของทวด คือพระแท้ นอกนั้นไม่ทราบ ไม่แน่ใจ
3. ระดับนับถือพระสงฆ์ นับถือวัด พระแท้คือพระที่รับมาจากวัด รับมาจากพระ (กับมือ) นอกนั้นไม่ทราบ ไม่แน่ใจ
4. ระดับนับถือบ้าน นับถือหิ้งพระ พระแท้ คือพระที่นำออกมาจากบ้าน หรือจากหิ้งพระของบ้านต่างๆ นอกนั้นไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ
5. ระดับนับถือผู้ใหญ่ เจ้านาย ลูกน้อง พระแท้ คือพระที่ผู้ใหญ่ เจ้านายให้ นอกนั้นไม่แน่ใจ แม้แต่ลูกน้องให้ก็ไม่ค่อยแน่ใจ
6. ระดับนับถือประสบการณ์ พระแท้คือพระที่เมื่อพกพาแล้ว เกิดผลดี ไม่ว่าด้านใดก็ตาม เช่น งานสำเร็จ รถชนกันก็ไม่ตาย เครื่องบินตกก็ยังรอด (โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาว่าผลดีเกิดจากอะไรได้บ้าง) ถ้าพกพาไปแล้ว ก็ยังโดนยิงตาย หรือประสพอันตรายอยู่ ถือว่าพระเก๊
7. ระดับคนขายพระ พระแท้ คือพระที่ขายได้ (หรือมีคนถามซื้อ) ถ้าขายไม่ได้ก็เป็นพระเก๊
8. ระดับนักจับพลัง พระแท้คือพระที่จับแล้วมีพลัง ถ้าจับพลังไม่ได้ ก็คือพระเก๊
9. ระดับคนใช้หูดูพระ พระแท้ คือพระที่คนดูที่ผ่านมา (จะมีความรู้หรือไม่ก็ตาม) ทุกคน บอกว่าแท้ ถ้ามีใครสักคนบอกว่าเก๊ พระนั้นก็คือพระเก๊ (ที่มักจะสับสนในชีวิต เพราะคนบอกไม่ตรงกัน)
10. ระดับปากคาบคัมภีร์ พระแท้ คือพระที่มีตำราบอกว่าแท้ ถ้าไม่มีในตำรา ก็คือพระเก๊
11. ระดับถือใบรับรองเป็นพระเจ้า พระแท้ คือ พระที่มีใบรับรอง ถ้าไม่มีใบรับรอง ก็คือพระเก๊
12. ระดับนับถือคนมีเงินเป็นพระเจ้า พระแท้ คือพระราคาแพง พระเก๊คือพระราคาถูก หรือขายไม่ได้
13. ระดับนับถือ “เซียน” เป็นพระเจ้า พระแท้ คือพระที่เซียนบอกว่าแท้ พระเก๊ คือพระที่เซียนบอกว่าเก๊
14. ระดับ “ศิลปิน” พระแท้คือพระที่ “กรมศิลป์” บอกว่าแท้ หรือ มีศิลปะตรงตามตำรา นอกนั้นเป็นพระเก๊
15. ระดับนักวิชาการเทียม (Pseudo scientist) พระแท้คือพระที่เครื่องมือวัดบอกว่าแท้ ถ้าเครื่องมือวัดบอกว่าเก๊ ก็คือพระเก๊
16. ระดับนักโบราณคดี พระแท้ คือ พระที่มีความเก่า พระที่ไม่มีความเก่า ก็คือพระเก๊
17. ระดับนักเรียน พระแท้ คือ พระที่มีลักษณะตามหลักการทางวิชาการ ทางมวลสาร และพัฒนาการตามอายุและสิ่งแวดล้อมของแต่ละสถานที่ ถ้าไม่เป็นไปตามหลักการดังกล่าว ก็คือพระเก๊
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
ชัดเจนครับอาจารย์ ระดับความคิดและความรู้ในการแยกพระแท้ เก๊ ไม่ใครก็ใครรวมทั้งตัวผมด้วยต้องเป็นหนึ่งในสิบเจ็ดข้อตามที่อาจารย์แจกแจง อ่านข้อเขียนของอาจารย์แล้วได้ทั้งข้อคิด ความรู้และยังได้ธรรมะอีกด้วย อาจารย์ตรงไปตรงมาดี ผิดถูกว่าไปตามนั้น ไม่ต้องเกรงใจใคร(ฮ่าๆ) อีกอย่างอาจารย์สอนมือใหม่อย่างพวกเราให้ดูพระโดยทางเนื้อ(หา)ก่อนนั้นน่าจะตรงความหมายอย่างที่สุด เป็นการดูตามหลักอิทัปปัจจยตา(ดูเพื่อให้ได้ธรรมด้วย) ว่าสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมีตามหลักเหตุปัจจัย เมื่อทุกอย่างมีก็อนุมานได้ว่า"แท้" ซึ่งพระเก๊เป็นการก้าวกระโดดจะเป็นไปตามเหตุปัจจัยของพระเก๊เท่านั้น...ผมคิดว่าคนโบราณเขาไม่ได้แค่สร้างพระเพื่อสืบพระศาสนาแบบลอยๆ แต่เป็นกุศโลบายให้คนรุ่นหลังได้พิจารณาธรรมด้วยอย่างน้อยก็เรื่องความเพียร องค์พระที่เราเห็นนั่นเป็นเรื่องความเพียรของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปางสมาธิ หรือมารวิชัย พระสมเด็จทั้งสามวัดเป็นเรื่องราวตามพุทธประวัติล้วนๆ หลวงพ่อโตท่านฝากเป็นมรดกธรรมไว้ให้คนรุ่นหลัง แต่มีสักกี่คนที่สนใจธรรมะที่ซ่อนอยู่ในงานของท่าน เราเอามาปั่นเป็นพุทธพาณิชย์จนบดบังธรรมแทบไม่เหลือซาก บรรยายถึงความหนึกนุ่ม แล้วตบด้วยราคาเกินกว่าคนธรรมดาจะเอื้อมถึง...และนี่คือเหตุผลที่เราต้องใช้ความเพียรไม่ว่าเราจะยินยอมหรือไม่เพื่อที่จะได้พระแท้ภายใต้กฏที่ว่าไม่มีอะไรที่จะได้มาโดยไม่ผ่านความยากลำบาก แม้แต่การเรียนรู้เรื่องง่ายๆก็ยังกลายเป็นเรื่องยาก สำหรับคนที่ไม่ต้องการจะใฝ่รู้
สุดยอดความเห็นประจำปีเลยครับ นับถือๆๆๆๆๆๆ
ดีมากเลยครับอาจารณ์ สามารถรู้ตัวเองได้เลยครับว่าหลักการจำแนกความคิดที่จะเล่นพระอยู่ในระดับไหน อิอิอิ