ชัดเจนครับอาจารย์ ระดับความคิดและความรู้ในการแยกพระแท้ เก๊ ไม่ใครก็ใครรวมทั้งตัวผมด้วยต้องเป็นหนึ่งในสิบเจ็ดข้อตามที่อาจารย์แจกแจง อ่านข้อเขียนของอาจารย์แล้วได้ทั้งข้อคิด ความรู้และยังได้ธรรมะอีกด้วย อาจารย์ตรงไปตรงมาดี ผิดถูกว่าไปตามนั้น ไม่ต้องเกรงใจใคร(ฮ่าๆ) อีกอย่างอาจารย์สอนมือใหม่อย่างพวกเราให้ดูพระโดยทางเนื้อ(หา)ก่อนนั้นน่าจะตรงความหมายอย่างที่สุด เป็นการดูตามหลักอิทัปปัจจยตา(ดูเพื่อให้ได้ธรรมด้วย) ว่าสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมีตามหลักเหตุปัจจัย เมื่อทุกอย่างมีก็อนุมานได้ว่า"แท้" ซึ่งพระเก๊เป็นการก้าวกระโดดจะเป็นไปตามเหตุปัจจัยของพระเก๊เท่านั้น...ผมคิดว่าคนโบราณเขาไม่ได้แค่สร้างพระเพื่อสืบพระศาสนาแบบลอยๆ แต่เป็นกุศโลบายให้คนรุ่นหลังได้พิจารณาธรรมด้วยอย่างน้อยก็เรื่องความเพียร องค์พระที่เราเห็นนั่นเป็นเรื่องความเพียรของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปางสมาธิ หรือมารวิชัย พระสมเด็จทั้งสามวัดเป็นเรื่องราวตามพุทธประวัติล้วนๆ หลวงพ่อโตท่านฝากเป็นมรดกธรรมไว้ให้คนรุ่นหลัง แต่มีสักกี่คนที่สนใจธรรมะที่ซ่อนอยู่ในงานของท่าน เราเอามาปั่นเป็นพุทธพาณิชย์จนบดบังธรรมแทบไม่เหลือซาก บรรยายถึงความหนึกนุ่ม แล้วตบด้วยราคาเกินกว่าคนธรรมดาจะเอื้อมถึง...และนี่คือเหตุผลที่เราต้องใช้ความเพียรไม่ว่าเราจะยินยอมหรือไม่เพื่อที่จะได้พระแท้ภายใต้กฏที่ว่าไม่มีอะไรที่จะได้มาโดยไม่ผ่านความยากลำบาก แม้แต่การเรียนรู้เรื่องง่ายๆก็ยังกลายเป็นเรื่องยาก สำหรับคนที่ไม่ต้องการจะใฝ่รู้