ผมฟังบรรยายจากคุณหมอเวชศาสตร์ครอบครัวท่านหนึ่ง...ทำให้ผมตระหนักรู้ทันทีว่า เหตุที่ผมป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ คือ โรคนำจากไทรอยด์เป็นพิษทำให้ผมรู้สึกกระหายน้ำหวานถึงน้ำอัดลมมากๆทุกครั้งหลังทานอาหารกลางวันในช่วง 1 เดือนก่อนที่ผมจะมีอาการอัมพาตเฉียบพลัน...ประสบการณ์นี้ทำให้ผมอยากบันทึกไว้เพื่อเป็นบทเรียนเตือนกััลยาณมิตรที่รักของผมทุกท่าน
You are Well...What You Eat Well
ทุกวันนี้มี 4 โรคเรื้อรังยอดนิยม ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคปอด ที่เกิดขึ้นจาก 4 ปัจจัย ได้แก่ อาหารขยะ ขาดการออกกำลังกาย ดื่มเหล้า และสูบบุหรี่
บันทึกนี้ขอย้ำว่า "พยายามลดอาหารที่มีน้ำตาล เกลือ และข้าวขัดสี "เพราะส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูง ตัวอย่างอาหารได้แก่ น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำเชื่อม อาหารใส่ผงชูรส โดยเฉพาะอาหารเร่งด่วน อาหารที่ผ่านกระบวนการผลิต อาหารที่ไม่มีใยอาหาร และอาหารที่ไม่ค่อยมีผักผลไม้สดฯลฯ โปรดศึกษาตัวอย่างอาหารเพิ่มเติมที่เวปไซด์เหล่านี้
"พยายามลดอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว" เพราะส่งผลให้เกิดปริมาณคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดีสูง (LDL Cholesterol) การสะสมเป็นชั้นไขมันในหลอดเลือด ถือเป็นไขมันที่มีการแปรรูปด้วยการเติมโฮโดรเจน เรียกว่า Trans Fat หรือ Hydrogenated Fat ซึ่งสังเกตได้จากสลากผลิตภัณฑ์อาหาร และมีมากในอาหารทอด (น้ำมัน) อาหารอบ (เนยเทียม) อาหารขบเคี้ยว อาหารแช่แข็งแล้วอุ่นด้วยไมโครเวฟ อาหารใส่ครีม-ไอศครีม อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ฯลฯ โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่เวปไซด์นี้ (อาหารที่ควรเลี่ยง 22 ชนิด)
ดังนั้นคนไทยทุกคนควรพัฒนาความรู้เพื่อบริโภคอาหารที่ทำให้สุขภาพดีทุกเพศทุกวัย ควรศึกษาเพิ่มเติมที่เวปไซด์เหล่านี้
นอกจากบริโภคอาหารเพื่อความสุขแล้ว ร่างกายและจิตใจของเราต้องมีชีวิตชีวาด้วยการทำกิจกรรมทางกายในหลายรูปแบบ (Physical Activity) ซึ่งสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกำลังทำวิจัยเพื่อคัดเลือกรายการกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับคนไทยในรูปแบบ TPAG หรือ Thai Physical Activity Guidelines นำโดยดร.ชุติมา อาจารย์นักกายภาพบำบัด ซึ่งดร.ป๊อปก็ได้มีส่วนร่วมวิจัยด้วยครับดังนั้นเชิญกัลยาณมิตรทุกท่านศึกษาความรู้เบื้องต้นจาก Siamhealth.net และ CDC - Centers for Disease Control and Prevention: Division of Nutrition, Physical Activity, and Obesity (DNPAO)
กินอย่างรู้ อยู่อย่างระวัง เดินทางอย่างรอบคอบ น้อมนอบต่อธรรมชาติ นะครับหมอป๊อบ
ขอบคุณครับคำเตือนดีๆ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ
ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าปัญหาการทานไม่เลือกนั้นเป็นเรื่องที่แก้ได้ยากเพราะปากมันอยาก
แต่เรื่องที่แก้ได้ยากกว่ามากคือทานในปริมาณที่มากๆ
ดังนั้นหากเราจะทานไม่ถูกหลักบ้างก็อาจยังไม่มีโทษมากเท่ากับที่เราทานในปริมาณที่มากนะครับ
ขอบพระคุณมากครับคุณ ส.รตนภักดิ์ คุณหนูรี คุณยายธี คุณ rojfitness ดร.จันทวรรณ และพี่นงนาท
ขอบพระคุณมากค่ะ
ขอบพระคุณมากครับคุณ tuknarak
พี่เจอคนไข้โรคเรื้อรังทุกวันที่ไม่สามารถควบคุม "ปาก" ตัวเองได้ทั้งที่รู้ทุกอย่าง น่าสนใจน่าวิจัยว่าพฤติกรรมแบบนี้เกิดจากอะไร ขาดแรงจูงใจ? ขาดวินัย? ที่เป็นปัจจัยภายใน หรือ จากปัจจัยภายนอกอะไร??
ผมว่าเป็นจากปัจจัยภายใน (ใจ) ที่ส่งผลให้นำพาปัจจัยภายนอก (ปาก) เพิ่มปัญหาขึ้นมาพร้อมๆกัน เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ขอบพระคุณมากครับพี่ nui