คำว่า "block" เป็นที่รู้จักของคนทั่วๆไป จนผู้ป่วยหลายคนเข้ามาในห้องผ่าตัดยังสามารถบอกเราได้ว่า "ไม่เอาblockนะคะ เพื่อนบ้านบอกว่ามันจะปวดหลัง"...จริงไหม

เมื่อวันก่อนมีการทำหัตถการ Spinal Block  หลังเสร็จผ่าตัดย้ายผู้ป่วยขึ้นรถเปลขนย้ายไปนอนห้องพักฟื้น  เมื่อถึงห้องพักฟื้นวิสัญญีพยาบาลผู้รับผู้ป่วยทักว่าทำไมผู้ป่วยนอนหัวสูง... (“.อือ...พนักงานปรับเตียงหัวสูงเมื่อไหร่หนา...ไวจริงๆ เราแอบคิดในใจ)   วิสัญญีพยาบาลห้องพักฟื้นจึงปรับเตียงราบ แล้วให้นอนหมอนเตี้ยๆ

 เย็นวันเดียวกัน   ขณะเดินผ่านบริเวณส่งผู้ป่วยกลับหอผู้ป่วยพบเหตุการณ์แบบเดียวกันแต่เป็นผู้ป่วยคนละคน  ปรับเตียงสูงประมาน 45 องศาจึงถามพยาบาลรับส่ง....เขาไม่ทราบเพราะวิสัญญีไม่ได้บอก..และผู้ป่วยรายนี้ร้องขอให้ทำ......เดินไปหาผู้ป่วยแล้วให้คำแนะนำทั้งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่......จากนั้นเดินกลับมาที่วิสัญญีพยาบาลห้องพักฟื้นคนเดิม  เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง(ทั้งๆที่ผู้ป่วยรายนี้ไม่ใช่ของเธอ)   เธอสั่งการกับพนักงานห้องพักฟื้นทันทีว่าวันหลังจะกำชับว่ารายไหนให้นอนราบ

เมื่อจะเดินกลับ...อดคิดไม่ได้ว่า  นอนราบหรือไม่ต้องนอนราบหลังทำ Spinal Block   ที่จำได้บางคนก็ว่าต้อง...บางคนว่าไม่จำเป็น...

นั่งพักห้องอาหาร...ถามdentsหลายคนตอบตรงกันว่า   เดี๋ยวนี้เขาไม่เชื่อว่าอาการปวดศรีษะจะเพิ่มมากขึ้นถ้านอนศรีษะสูง...จึงกลับมาทบทวนแผ่นพับคำแนะนำที่ให้ผู้ป่วยหลังทำ Spinal Block   

แล้วจะยังไงดี....คำตอบว่ายังไงก็ได้...อาจไม่เหมาะสมกับกรณีนี้  เพราะทำให้ผู้ปฏิบัติสับสน   คงต้องกลับมาทบทวนกันใหม่

                  จากแผ่นพับแจกผู้ป่วย

จะปฏิบัติตัวอย่างไร หลังได้รับการฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลัง  

      วิธีการดูแลตนเอง...หลังได้รับการฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลัง             

การฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลังเป็นเทคนิคที่วิสัญญีแพทย์จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่เจ็บขณะผ่าตัด  โดยผู้ป่วยจะมีอาการชาตั้งแต่บริเวณเอวลงไปถึงปลายเท้า (อาจจะสูงหรือต่ำกว่านั้น ขึ้นกับตำแหน่งที่ผ่าตัด) ในบางกรณีวิสัญญีแพทย์จะใส่ยาระงับปวดร่วมกับยาชาเข้าทางช่องไขสันหลังเพื่อลดอาการปวดหลังผ่าตัด          

      หลังได้รับการฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลัง วิสัญญีแพทย์และวิสัญญีพยาบาล จะให้การดูแลท่านตลอดการผ่าตัด และดูแลต่อเนื่องในห้องพักฟื้น จนท่านปลอดภัยดีจึงส่งกลับหอผู้ป่วย

ในการผ่าตัดครั้งนี้

ท่านได้รับการฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลังเวลา..................น. / ครบ 6 ชั่วโมงเวลา...................น. 

  หลังจากนั้นท่านควรดูแลตนเองหรือปฏิบัติตัวดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • ท่านสามารถนอนหนุนหมอนที่ไม่สูงมากได้ และไม่ลุกขึ้นนั่งจนกว่าจะครบเวลา 6 ชั่วโมง(ดูเวลาในช่องสี่เหลี่ยมข้างบน)
  • สังเกตว่าขาทั้งสองหายชาและมีกำลังเป็นปกติ ภายในเวลา 6 ชั่วโมงหรือไม่  ทดสอบด้วยการสัมผัสหรือหยิกเบาๆ   ถ้าไม่มีความรู้สึกแสดงว่ายังไม่หายชา   หรือทดสอบด้วยการ เคลื่อนไหวขาและเท้า   ถ้าสามารถยกขาโดยเข่าเหยียดตรง ขยับขาได้สะดวก และขมิบก้นได้ ถือว่าหมดฤทธิ์ของยาชาแล้ว
แต่...ถ้าครบ 6 ชั่วโมงแล้วขายังไม่กลับมามีกำลังเป็นปกติ    ต้องแจ้งให้พยาบาลทราบ เพื่อรายงานแพทย์อย่างรีบด่วน เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท
  • สังเกตอาการ หน้ามืด วิงเวียนขณะลุกนั่ง  ถ้ายังมีอาการดังกล่าว ให้ท่านนอนพักผ่อนอย่าเพิ่งลุกนั่งหรือเดิน  แต่หากไม่มีอาการท่านควรลุกนั่งช้าๆ และมีผู้ช่วยประคองในระยะแรก เมื่อรู้สึกสบายดีจึงลุกนั่งหรือเดินได้
  • สังเกตอาการ ปวดศีรษะหลังจากเปลี่ยนท่า  ถ้าท่านมีอาการปวดศีรษะตุ้บๆบริเวณขมับหรือท้ายทอย  หลังจากลุกนั่งหรือยืน แต่นอนราบแล้วอาการดีขึ้น ต้องแจ้งให้พยาบาลทราบ เพื่อรายงานแพทย์ต่อไป  หากไม่ดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง ต้องแจ้งพยาบาลเพื่อรายงานวิสัญญีแพทย์ให้การรักษาต่อไป
  • สังเกต อาการปัสสาวะคั่ง ถ้าปวดอยากถ่ายปัสสาวะให้ลองปัสสาวะเอง หลังจากฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลังแล้ว 6 ชั่วโมงถ้าไม่สามารถถ่ายปัสสาวะเองได้  ควรแจ้งพยาบาลเพื่อสวนปัสสาวะเป็นครั้งคราว
  • กรณีที่ท่านเริ่มปวดแผลผ่าตัด ให้ขอยาระงับปวดทันที
  • กรณีที่ท่านได้รับการใส่สายคาไว้ที่บริเวณช่องเหนือเยื่อหุ้มไขสันหลังเพื่อให้ยาระงับปวด    ท่านควรจะได้รับการเอาสายออกจากหลัง  ประมาณ 2-3 วันหลังผ่าตัด ถ้าเกินกำหนดจากนี้ต้องแจ้งพยาบาลเพื่อรายงานแพทย์ต่อไป

กรณีที่เป็นผู้ป่วยนอก  ถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหลังจากได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน หรือกลับบ้านไปแล้ว ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที  หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทั้งในและนอกเวลาราชการ

ภาควิชาวิสัญญีวิทยา  คณะแพทยศาสตร์  โรงพยาบาลศรีนครินทร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร. 043-348390 หรือ 043-363059-60 E-mail address : http//anaes.md.kku.ac.th/

จัดทำโดย  ผศ.พนารัตน์  รัตนสุวรรณ ยิ้มแย้ม,วินิตา  จีราระรื่นศักดิ์,สุทธินี  เฟื่องกระแสร์ และสมาชิกกลุ่มพัฒนาคุณภาพบริการห้องพักฟื้น ภาควิชาวิสัญญีวิทยา  คณะแพทยศาสตร์  โรงพยาบาลศรีนครินทร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น 40002