ทุกๆ ครั้งของการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ผมมักเลือกเข้าพักในสถานที่ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ “ตลาด” ให้มากที่สุด
คำว่า “ตลาด” ในที่นี้หมายถึง “ตลาดสด” ด้วยหมายใจว่า เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาจะได้มีโอกาสเดินทอดเท้าเปลือยอารมณ์ไปกับตลาดสดอย่างไม่ต้องรีบเร่ง
ด้วยความสัตย์จริง ผมหลงรักบรรยากาศเช้าๆ ในตลาดสดเป็นยิ่งนัก ตลาดสดในแรกเช้าเต็มไปด้วยสีสันหลากชีวิต จนอดที่จะเรียก “ตลาดชีวิต” ไม่ได้
คำว่า “ตลาดชีวิต” ในมิติของผม ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะ “ชีวิตที่เป็นชีวิตของมนุษย์มนา” อย่างเราๆ ท่านๆ เท่านั้น หากแต่หมายรวมถึง “ภาพที่มีชีวิต” ซึ่งฉายฉานอย่างชัดแจ้ง หรือซ่อนงำอยู่ในปลา กบ เขียด เนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ปู แมงดา จิ้งหรีด สัตว์ป่า น้ำผึ้งหวาน ฯลฯ ซึ่งมีทั้งที่ยังมีลมหายใจ เคลื่อนไหวเต้นดิ้นอย่างตรงไปตรงมา หรือแม้แต่นิ่งงันเบิกตามองผู้คนด้วยนัยย์อันสำคัญบางอย่าง ขณะหนึ่งก็มีลมหายใจอันรวยริน หรือไม่ก็สิ้่นลมแน่นิ่งไม่รู้หนาวรู้ร้อนใดๆ รวมไปถึงพืชผักนานาชีวิตที่มีทั้งเขียวงามหมดจด หรือไม่ก็มีริ้วรอยกัดแทะจากมดจากแมลง...
สิ่งเหล่านี้มันชวนให้ผมได้เห็นถึง “มิติชีวิต” ที่เหมือนและต่างจากบ้านเกิดเมืองนอนของผมเอง หลายต่อหลายสิ่งสะกิดเตือนให้ผมทบทวนชีวิตกลับสู่ความทรงจำหลากเรื่องราวในห้วงวัยที่ล่วงผ่านมาว่าผมเคยคุ้นชินสัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นในสถานะใด -
... สถานะแห่งการเป็นผู้บริโภค หรือสถานะของการบ่มเพาะทรัพยากร ซึ่งสถานะเหล่านั้นได้ปลูกสร้างตัวตนของผมมาเช่นใด
หรือแม้แต่การกระตุ้นต่อมคิดว่าหลายต่อหลายสิ่งในตลาดสด (ตลาดชีวิต) ได้ทำหน้าที่เชื่อมร้อยทะลุเข้าสู่มิติยุคสมัยของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง
แน่นอนครับ, ลึกๆ ผมอาจกำลังสื่อสารถึงเรื่องราวหลากเรื่อง แต่ที่แน่ๆ หนึ่งในนั้นก็คือปรากฏการณ์ของการหาอยู่หากิน (ทำมาหากิน > แบ่งปัน) และการซื้ออยู่ซื้อกิน รวมถึง “แย่งอยู่แย่งกิน” ไปในตัว รวมถึงสถานะของ "ทรัพยากร" ที่ยังคงอยู่ในท้องที่เหล่านั้นว่ามาจากต้นเค้าธรรมชาติ หรือมาจากโรงนาและโรงงานเล็กใหญ่หลากรูปลักษณ์ –
นอกจากมิติชีวิตข้างต้นแล้ว "มิติชีวิตของผู้คน" ถือเป็นอีกรสชาติหนึ่งที่ผมหลงรักที่จะเข้าไปสัมผัสให้ใกล้ชิดในตลาดสด เพราะมันเต็มไปด้วยชีวิตจริงๆ
ผมชอบฟังการสนทนาของพ่อค้าแม่ขาย รวมไปจนถึงการสนทนาของเหล่าผู้มาจับจ่ายใช้สอยในตลาดสดเป็นที่สุด หลงรักเหมือนแฟนคลับยังไงยังงั้น แต่ด้วยความที่เป็นคนต่างถิ่น แปลกหน้าจึงมักเขินอายกับการเฝ้าฟังอย่างใกล้ชิด
ถึงกระนั้นก็พลอยได้รู้เห็นถึงรสชาติและบรรยากาศที่ออกรสออกชาติจากการพบปะเหล่านั้นอยู่เนืองๆ เป็นต้นว่า
ถามถึงฝนฟ้าทุ่งนาป่าโคก
ถามทักถึงละครทีวีที่เพิ่งโลดแล่นในค่ำคืนที่ผ่านมา
แลกเปลี่ยนปัญหาบ้านเมืองอย่างจริงจังๆ ซึ่งมักมีทั้งสมหวังและผิดหวังต่อผู้นำของพวกเขาเอง ถามไถ่ถึงบุตรหลานและงานบุญประจำปีของกันและกัน
หรือไม่ก็ก้องระงมไปด้วยการตัดพ้อต่อว่าในเรื่อง “ข้าวยากหมากแพง”
ครับ- ผมชอบซื้อกินอยู่แบบสดๆ ในตลาดสด หลายต่อหลายที่ (หลายต่อหลายครั้ง) ผมนั่งซดข้าวต้มร้อนๆ ก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ขนมจีนสดๆ กาแฟโบราณ ไข่ลวก ฯลฯ ....รวมไปถึงตักบาตรเช้าในตลาดสด
ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเบื้องลึกของผมนั้น ทำไมถึงหลงรักชีวิตในตลาดสดแรกเช้าเป็นยิ่งนัก ทั้งๆ ที่ในชีวิตจริง ผมก็ไม่ได้เติบโตและเติบใหญ่มาจากครอบครัวค้าขายแม้แต่น้อย แต่ทำไมกลับหลงรักวิถีชีวิตเช่นนี้เป็นหนักหนา (ก็ไม่รู้)
ครับ-หลงรักจริงๆ
หมายเหตุ
ภาพจากตลาดสดใกล้บ้านเกิด
(เมื่อสงกรานต์ ๒๕๕๗)
เป็นบรรยากาศที่เป็นวิถีชีวิตไทย ๆ นะจ๊ะ ขอบคุณจ้ะ
ตลาดสดเป็นคำตอบที่ตรงกับความเป็นจริง
ตรงกับชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนนั้น
ผู้คนในชุมชนนั้นสุขภาพดี มีความสุขหรือไม่
ดูได้ที่ตลาดสด
...ตอนเด็กๆถ้าอยากไปตลาดกับแม่ต้องตื่นเช้า ...เคยถามแม่ว่าทำไมต้องไปตลาดแต่เช้าค่ะ...แม่บอกว่าถ้าไปสายตลาดก็วายสิลูก...ก็ปล่อยให้ตลาดวายไปเลยสิแม่...อ้าว...ตลาดวายก็ไม่มีของให้ซื้อ คนขายของเขาก็เก็บของกลับบ้านไปหมด แล้วจะเอาอะไรมาทำกับข้าวละลูก... อ๋อค่ะ
ครับ คุณมะเดื่อ
ตลาดสดยามเช้า เป็นการบอกเล่ามิติการเริ่มต้นของชีวิตคนเราดีๆ นั่นเอง รวมถึงการสื่อสะท้อนไปถึงฤดูกาลของทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ โดยส่วนตัวผมชอบตลาดที่จำหน่ายสินค้าในเชิงท้องถิ่นเสียมากกว่า เพราะมันทำให้เราได้สัมผัสถึงกลิ่นอายอันเป็นความเรียบง่าย แต่มีพลัง...
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมยามถามข่าวและเสริมกำลังใจกันนะครับ
ครับ ลุงชาติ
ตลาดสด เป็นดัชนีการบ่งชี้ความสุข-สุขภาวะชุมชนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียวครับ
ด้วยเหตุนี้ตลาดสด จึงเป็นตลาดชีวิตที่หลากรสชาติ หลากเรื่องราว หลากสุขภาวะ...
ถึงแม้บางครั้งคราวจะเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ก็ยังมีความสุขกับการเดินทอดเท้าไปเรื่อยๆ
พลอยได้หวนคิดถึงตลาดในหมู่บ้านต่างๆ ที่นำสินค้าที่ผลิตขึ้นเองมาจำหน่ายแลกเปลี่ยนกันและกัน พืชผักมัดละ 5 บาท เป็นต้น....
ครับ พี่Pojana Yeamnaiyana Ed.D.
คนไปตลาดเช้า ไปกันตั้งแต่ตีสาม กลับเข้าบ้านอีกทีก่อน 6 โมงเช้าโดยเฉพาะชาวบ้านที่เปิดร้านค้าในชุมชนต้องเป็นไปตามครรลองเช่นนั้น...
ทุกวันนี้ วัฒนธรรมซื้ออยู่ซื้อกินทรงพลังมากมหาศาลเลยทีเดียว อาหารถุงกลายเป็นขวัญใจของชาวบ้าน ชีวิตที่เร่งรีบในแต่ละวัน นำพาอะไรๆ มาทักทายทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว ครับ
ชอบตลาดสดมาก ไปต่างจังหวัดต้องออกไปเดินตลาดสดเช้า ๆสักครั้ง ได้เห็นภาพชีวิตของผู้คน ชิมอาหารประจำถิ่น ผักผลไม้จากสวน ภาษา การแต่งกาย การปฎิสัมพันธ์ของผู้คน การต่อรองซื้อสินค้า ตลาดสดเดี๋ยวนี้เห็นไกด์พานักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเล็ก ๆไปชม มากขึ้น
ตลาดสดคือวิถีชีวิตที่ต้องไป
สวัสดีครับ อ.GD
เมื่อคราวไปเป็นวิทยากรที่ มรภ.เชียงใหม่
.มีครั้งสองครั้งที่ได้เดินตลาดในแรกเช้า
ได้ถ่ายรูป-ได้เห็นหมอกหนาวที่ไม่เหงา
ได้เห็นวัฒนธรรมหลากมิติ
และที่สำคัญ ได้ทานข้าวเหนียวและเนื้อย่่างร้อนๆ ครับ
พลอยให้มีพลัง เพราะขาดข้าวเหนียว ไม่ได้่
สวัสดีครับ อ.ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
โดยปกติไปไหน-ที่ไหน ผมมักแวะริมทางที่เป็นท้องทุ่ง จากนั้่นก็คือร้านหนังสือ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์...
ที่คล้ายคลึงกับตลาดสด ผมก็หลงรักกลิ่นอายถนนคนเดินครับ
แต่ชอบถนนคนเดินที่ไม่ฟู่ฟ่า เห็นกลิ่นอายพื้นถิ่นมากกว่ากลิ่นอายของโรงงาน....
กาดกองต้า-ลำปาง เป็นอีกที่ที่ผมรักที่จะไปเดินทอดเท้า ครับ
ครับ อ.เดชา
... คิดถึงห้วงเวลาบุญทานในบ้านเกิด
ตอนนั้นผมยังเด็กๆ รู้ว่าแม่ต้องตื่นตีสามตีสี่ไปตลาดเพื่อจับจ่ายข้าวของมาร่วมงานบุญ
บางอย่างพอได้เห็นวัฒนธรรมดั้งเดิมเช่นทำขนมจีนด้วยมือ...เพาะถั่วงอก ...
แต่หลายๆ อย่างมาจากตลาด ซึ่งก็ช่วยให้เราเห็นสายทานของการเปลี่ยนแปลงอันเป็นพลวัตนั่นเอง ครับ