มองดอกหญ้าผ่านเลนซ์เห็นมุมมอง


หน้าฝน หญ้าขึ้นรก...น้ำฝนตกชะโลมดินไม่กี่ครั้ง ดอกหญ้าก็งอกเงยสะพรั่ง

บ้างก็แตกช่อ ชูดอกเล็กๆ อย่างเริงร่า

เหมือนจะรอโอกาสเกิดมาเป็นไม้ประดับโลก รับความชุ่มชื้นไม่เท่าใดก็รีบแผ่พันธุ์

หนาแน่น... ลุกลาม... จนรกใจมนุษย์หลายคนที่ไม่ต้องการ

ผมอาจคิดต่างกับหลายคน ที่ปฏิเสธในความต่ำต้อยด้อยค่าของดอกหญ้า...วัชพืช

การขึ้นผิดที่ผิดทาง...ย่อมเป็นที่รำคาญใจ นำไปสู่การถากถาง ถอนรากถอนโคน

หรือไม่ก็โดนสารพิษฉีดพ่น ...ไร้ประโยชน์ ...แล้วพิพากษาว่า ควรสาบสูญพันธุ์


ใช่ว่าผมจะวิปริตคิดอนุรักษ์เผ่าพันธุ์ดอกหญ้า ที่มนุษย์ตีค่าเป็นวัชพืชนั้น

หากแต่...ผมกำลังมองเข้าไปดูพวกเขาอย่างใกล้ชิด รู้จักพวกเขาให้ถ่องแท้

ถึงรูปลักษณ์ อัตลักษณ์ สีสัน ในมุมมองที่สายตาคนปกติไม่คุ้นเคย

นั่นคือ ....การมองผ่านเลนซ์...กล้องถ่ายรูป..ที่สามารถถ่ายทอดสื่อสารออกมาได้

ผมมั่นใจ...ในวงจรชีพของดอกหญ้า มีมุมมองที่สวยงาม... สะท้อนสัจธรรมชีวิต...

เฉกเช่นเดียวกับมวลดอกไม้นานาพันธุ์...ที่เป็นที่พึงใจของมนุษย์ในสีสันสวยงาม


ผมถ่ายชัดตื้นภาพดอกหญ้าเท่าที่เวลาอำนวยจากงานหลัก ควบคู่ไปกับกางตำราพฤกษศาสตร์

เราควรรู้จักชื่อและภูมิหลังของพวกเขา..ไม่ติดอยู่เพียงได้รับความรื่นรมย์ในสีสันและความงาม

รู้สึกเป็นสุขเมื่อได้สื่อสาร ถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเขาผ่านช่องทางสื่อที่เลือกได้

จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า...ดอกหญ้าหรือวัชพืชหลายชนิดเป็นยารักษาโรคมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย

หลายชนิดอยู่ในห้องวิจัย...กำลังทดลองหาคำตอบว่า...ต่อต้าน ควบคุมมะเร็งหรือเอดส์ได้จริงหรือไม่?...ถึงเวลานั้นมนุษยชาติต้องเป็นหนี้บุญคุณ


จะมีผู้สอนสักกี่คนที่สามารถจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าพืชที่ฟ้าส่งมาเกิดนี้ อย่างเห็นกระบวนการศึกษาที่ปฏิรูปถึงเนื้อใน...ไม่ปฏิรูปแค่รูปแบบเช่นทุกวันนี้ ....

อีกอย่าง..การเกิดในที่สภาพจำกัด ขาดแคลน ย่อมหล่อหลอมให้มีพลังความอดทน การปรับตัว

ก็เป็นสัจธรรมที่ควรเรียนรู้ มิใช่หรือ?

ถึงตอนนี้ ..แว่วเสียงเพลง “ดอกหญ้า” (สุเทพ วงศ์คำแหง) “ดอกหญ้าในป่าปูน” (ต่าย อรทัย) แทรกเข้ามาในจินตนาการของผมแล้ว

ดอกหญ้าบานอยู่ในหัวใจผมเสมอ...