เมื่อคืน เรื่มประมาณสามทุ่ม ถึงประมาณตีหนึ่งกว่า ๆ

มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ 10 กว่าท่าน และอยู่จนจบการสอน ประมาณ 7 ท่าน
เนื่องจากมีนักเรียนใหม่ ยังไม่เข้าใจหลักการดูเนื้อดินดิบ จึงจำเป็นต้องย้อน ไปทบทวน ถึงจำนวนชั้นของดินดิบ โดยเฉพาะ จำนวน ๘ ชั้นทั้งหมด การหลักการจำแนก 123 4+8 สำหรับพระดินดิบ
หลังจากนั้นจึงกลับมาวิเคราะห์ระบบการงอก ของน้ำว่าน ปูน และคราบต่างๆ ที่อยู่ในพระเนื้อดินดิบ โดยใช้พระที่ได้มาใหม่ 3 องค์ นำทาง คือพระกำแพงซุ้มกอ และพระบ้านกร่าง ต่อจากนั้น ก็ใช้พระกำแพงซุ้มกอที่จัดไว้เดิม


จากนั้นก็เป็นการย้อนกลับไปดูพระที่มี ลักษณะของเนื้อเหี่ยว พระสภาพใช้ พระโดนขัดแต่งมา และพระผิวเดิม ๆ ทีมีลักษณะการดูง่าย ยากแตกต่างกัน
เราก็จะดูพระผิวปิด ที่อาจจะดูชั้นทั้ง 8 ได้ครบถ้วน หรือชั้นนอกๆมีครบ โดยอ่านผิวชั้นนอกๆเป็นหลัก แต่พระที่ผิวเปิดจะต้องดูเนื้อเหี่ยวเป็นสำคัญ

หลังจากวิเคราะห์พระกำแพงซุ้มกอแล้ว ก็ยกตัวอย่าง ของพระผงสุพรรณ ที่มีทั้งผิวเปิดและผิวปิดเปรียบเทียบกัน ทำให้เกิดความเข้าใจในการส่องพระ ทั้งในระดับผิวเดิม และระดับผิวกร่อน แบบต่างๆ ที่อาจพบได้ในตลาดล่าง โดยเฉพาะพระเนื้ออ่อน ทั้งอ่อนดิน อ่อนน้ำว่าน และอ่อนไฟ ที่นักเรียนทุกท่านจะต้องฝึกจนชิน เพื่อจะหยิบพระจากตลาดล่างให้ได้

การฝึกทักษะการวิเคราะห์และประเด็นนี้จะช่วยให้สามารถใช้แยกแยะพระเก๊ แท้ ออกจากกันได้ ทั้งระดับพระดูง่ายและพระดูยาก

ก่อนจบการสอนแนะนำเทคนิค การเดินตลาดเล็กน้อยเพื่อเป็นแนวทาง สำหรับนักเรียนที่ต้องการหัดเดินตลาด ในวันอาทิตย์ โดยเฉพาะตลาดที่สะพานควาย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีพระมากมาย เหมาะแก่การเดิน สำหรับนักส่องมือใหม่ ที่จะต้องดูเป็น เพื่อจำแนก ประเภทของผู้ขาย และระดับการเล่นพระ รวมทั้ง ความสามารถในการหาพระ ที่เราอาจพึ่งพาเขาได้ การทำความรู้จัก การต่อรองและระบบการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ที่จําเป็นต้องมี มิฉะนั้นจะไม่สามารถหาพระแท้จากตลาดๆ ได้

สุดท้ายผมยังได้แนะนำระบบการเหมาพระ ที่เราจำเป็นจะต้องเข้าใจในการหาพระแท้ โดยการจัดระบบสนับสนุนการเหมาพระของสายเดินพระต่างๆ ที่จะทำให้เขามาเป็นเพื่อนเราและสนับสนุนให้เราได้พระแท้ๆ ราคายุติธรรม ในระยะยาว ที่เป็นหลักการสำคัญ ของการ "เห็นทาง" ที่จะสอนต่อไปครับ

ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกท่านครับ