ฮักนะเชียงยืน 35

ค่ายเรียนรู้ร่วมกัน โรงเรียนวันสุข

ค่ายเรียนรู้ร่วมกัน "ฮักเเพงร่วมใจลดใช้สารเคมี"


        กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฮักเเพงร่วมใจลดใช้สารเคมีที่ฮักนะเชียงยืนได้ร่วมกับ สสส.(โครงการโรงเรียนวันสุข)จากการที่ได้สร้างหลักสูตรร่วมกันนำมาซึ่งกิจกรรมนี้ที่มีชื่อว่า ค่ายเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งเป็นค่ายกิจกรรมที่ปรับฐานการคิดของเด็กๆกลุ่มเป้าหมายเเละเครือข่ายให้มีฐานคิด เเบบโครงงานบนฐานชีวิตจริง เเละหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มเป้าหมายในที่นี้ของเรา คือ เด็กน้อยประถมบ้านเเบก 10 คน เด็กน้อยมัธยมบ้านเเบก 20 คน เเละเด็กน้อยประถมบ้านหนองกุง 10 คน รวมเป็น 40 คน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักเรา คือ เด็กบ้านเเบกที่จะเน้นห้ลดการใช้สารเคมีลง ให้มีความต่อเนื่องจากโครงการปลูกใจรักษ์โลก ของมูลนิธิกองทุนไทย คราวนี้มีฮักนะเชียงยืน ในชุมนุมรวมทั้งสิ้น 30 กว่าชีวิต ถือว่าปีนี้พลังเด็กเริ่มขึ้นมาเเล้ว เเละคณะพี่ๆจำนวนนับ 10 ชีวิตที่มาช่วยกันพัฒนาน้องๆ คณะพี่ๆได้เเก่ เเสน เเซม ก๊อต ส้ม เจมส์ เเอน ป๊อป เกมส์ ก๊อต ฯ

        ค่ายกิจกรรมนี้เป็นค่ายเเรกของโครงการฮักเเพงร่วมใจลดดใช้สารเคมีที่มีความมุ่งหวังว่าอยากให้เด็กๆ ไปเรียนรู้ที่ชุมชนของตนเอง เเล้วเอาข้อเรียนรู้นั้นมาพัฒนาเพื่อเเก้ไขปัญหาในชุมชนของตนเอง ค่ายนี้พามามองปัญหาในชุมชนให้ลึกลงไปอีกขั้น 

        ค่ายกิจกรรมนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม - 1 มถุนายน 2557 เป็นเวลา 3 วัน 2 คืนด้วยกัน จัดขึ้น ณ หอประชุมดงทองโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม ซึง่กิจกรรมหลักๆมีดังนี้ ได้เเก่

- กิจกรรมทำความรู้จัก ตามฉบับฮักนะเชียงยืน เริ่มต้นด้วย เเตะอะไรดีจ๊ะ เเล้วก็มาเเนะนำชื่อ หลังจากนั้นมาละลายพฤติกรรมเข้าหากัน ด้วยเกมต่างๆ

- การตั้งกฏร่วมกัน ซึ่งในค่ายเราก็ต้องมีกติการ่วมกันในการอยู่ค่ายเพื่อความสงบเรียบร้อยต่อทุกๆคน / อันนี้ขาดอยู่นิดนึง คือ การทวนกฏกันเมื่อตื่นนอนหรือเมื่อจะนอน 

- กิจกรรมแผนภาพชุมชน ที่เป็นการวาดแผนที่หมู่บ้านของตนเองลงไป เเล้วบอกว่า

1.ในชุมชนของเรานั้นมีรูปร่างยังไงบ้าง / ถ้าเด็กไม่รู้จะเริ่มยังไงให้บอกว่า "วาดถนนเป็นโครงร่างก่อนเเล้วค่อยเเยกเป็นรายละเอียด"

2.ในชุมชนเรามีสถานที่สำคัญอะไรบ้าง

3.ในชุมชนของเรามีทรัพยากรณ์ทางธรรมชาติอะไรบ้าง

4.บุคคลสำคัญในชุมชนของเรานั้น มีใครบ้างเเล้วเขาเป็นใครบ้าง เเละ เขามีจุดไหนของชุมชน

        จากการเปิดตลาดนัด พบว่าอันนี้เด็กสะท้อนชุมชนของตนเองได้ค่อนข้างเหมือนกัน เพราะอยู่ในชุมชนเดียกัน เเต่ข้อมูลยังไม่ลึกเท่าที่ควร เเต่วิธีการของตลาดนัด เด็กมีความสนใจมากยิ่งขึ้นที่จะเข้าไปถาม

ปล.ถ้าเด็กไม่รู้จะวาดยังไง ให้เราบอกว่า "สิ่งนั้นอยู่จุดๆไหนของชุมชน"

- กิจกรรมประวัติชุมชน เป็นเครื่องมือที่ให้เห็นความเป็นมาในชุมชนของตนเอง ในด้านต่างๆทั้งก่อนเเละปัจจุบันอันได้เเก่ เศรษฐกิจชุมชน บุคคลสำคัญ วัฒนธรรม สังคม ฯ หรือให้เด็กได้เห็นมิติ 4 มิติ ในหมู่บ้านของตนเอง อันนี้เช่นเดียวกับเเผนภาพชุมชนที่เด็กที่เด็กยังไม่เห็นภาพ เพราะยังไม่ได้ลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่อย่างจริงจัง สิ่งที่เด็กๆสะท้อนออกมาที่จะเห็นได้ชัดที่สุด คือ มิติทางวัฒนธรรมที่เขาเคยร่วมได้เห็นในหมู่บ้านเหตุที่ให้ก่อนเพราะให้เด็กๆมองเห็นหัวข้อที่จะลงไปศึกษา ในวันพรุ่งนี้

- กิจกรรมเสริมพลังกลุ่ม(ลวดไฟฟ้า) อันนี้ถือว่ายาก เพราะในระดับของเด็กนี้ ทำยาก เเต่เป็นกิจกรรมที่เสริมพลังกลุ่มได้ดีอย่างยิ่ง เพราะได้เเรงเเห่ง ศีล หรือกาย เยอะ เมื่อกายเยอะก็จะพ่วง สมาธิ คือ ใจไปด้วยกัน กายเเละใจไปด้วยกัน ส่วนปัญญา จะมาเมื่อได้คิดร่วมกัน จึงเป็นกิจกรรมที่เสริมพลังกลุ่มได้เป็นอย่างดี เด็กบอกว่ารู้สึกมีความท้อมากที่สุด คือ ตอนที่ทำไท่ผ่านเเล้วกลับไปเริ่มต้นใหม่ มีกำลังใจที่สุด คือ ตอนที่ข้ามไปได้เเล้ว เเล้วสิ่งที่ทำให้ข้ามไปได้ คือ ความเชื่อใจกัน ความสามัคคี ความให้เกีตริกันเเละกัน ฯ

- กิจกรรมร้องเพลงร่วมกัน อันนี้อยากจะให้น้องๆที่เขินอายกล้าเเสดงออกมากยิ่งขึ้นโดยการให้ร้องเพลงร่วมกันทั้งหมดโดยเพลงที่มาให้ร้องนี้ ได้เเก่  เด็กดั่งดวงดาว  รักน้อง  ฮักนะเชียงยืน เเละฮักเเพงฮักสูข(เเต่งเอง) ผล คือ น้องๆกล้าที่จะออกเสียงมาพร้อมกัน พร้อมทำท่าที่พี่พาทำด้วย เเสดงว่าการร้องเพลงร่วมกันช่วยเสริมให้น้องๆกล่าที่จะร้องเพลงมากยิ่งขึ้น โดยอันนี้ ก่อนที่จะร้องเราเน้นย้ำว่า เสียงของทุกๆคนนั้นเรพาะหมด เเต่เพราะคนละเเบบ ร้องออกมาเลย 

- กิจกรรมลงพื้นที่เป็นกิจกรรมในเช้าวันที่ 2 ของค่ายกิจกรรม โดย เเบ่งเป็น 3 ทีมคละกัน ทุกๆคน เเล้วเเบ่งทีมออกไปลงพื้นที่บ้านเเบก เพื่อทดลองเก็บข้อมูลเพื่อที่จะนำมาถ่ายทอดเเละวิเคราะห์ร่วมกันอีกครั้ง โดยหัวข้อในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้เเก่ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สุขภาพของคนในชุมชน ฯ เมื่อเด็กๆลงเก็บข้อมูลเเล้ว ก็มาสะท้อนกันด้วย ประวัติชุมชนอีกครั้ง คราวนี้ชัดกว่าเดิมเเต่เก็บข้อมูลได้ไม่ลึก

- กิจกรรมทบทวนงานมองปัญหาเเล้วเราเอาปัญหานั้นมามองด้วย หลัก ปศพพ. โดยมีพี่ๆคอยเป็นพี่เลี้ยงเเนะนำให้ว่าเราจะถอองคืความรู้พอเพียงอย่างไรเป็นกิจกรรมที่เอาปัญหาของน้องๆเเต่ละกลุ่มมาเขียนเป็นโครงการ โดยให้เลือกปัญหา 1 อย่างมาจากแผนภาพชุมชนที่คิดว่าเราสามารถเเก้ไขได้ เเล้วเอาปัญหานั้นมาวิเคราะห์ด้วย เครื่องมือต้นไม้ปัญหา ที่มี ปัญหา สาเหตุ เเละผลกระทบ ซึ่งได้ประเด็นปัญหา ดังนี้ในเเต่ละกลุ่ม

-กลุ่มนครบ้านแบก ปัญหา สุขภาพของคนในชุมชนไม่ดี

-กลุ่มดาก้อนบอล ปัญหา ป่าอ้อยเป็นมลพิษ (ควันพิษ)

-กลุ่มลมพัดตึ่ง เนี่ย! ปัญหา การใช้สารเคมีในผัก

-กลุ่มหนองกุงซิตตี้ ปัญหา เพื่อนติดเกมส์

-กลุ่มรักษ์โลก ปัญหา สารเคมีในการทำเกษตร

-กลุ่มเด็กเชียงยืนพิท ปัญหา การใช้สารเคมีในแคนตาลูป

-กลุ่มอ้วนดำพิทักษ์โลก ปัญหา ขยะสารพิษ

-กลุ่มสายเขียวโครตหื่น ปัญหา ขยะของหมู่บ้าน

-กลุ่มนาฬิกาทราย ปัญหา สารเคมี

-กลุ่มเด็กหลังห้อง ปัญหา เงินไม่พอใช้จ่าย

เมื่อได้ปัญหาเเล้ว เราก็พาน้องๆเขียนโครงการ โดยเอา

ปัญหา --> เป้าหมาย

สาเหตุ --> วัตถุประสงค์ --> ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

ที่มาเเละความสำคัญ

- ย่อหน้าที่ 1 = เขียนจากเครื่องมือแผนภาพชุมชนของเรา ที่บอกถึงบริบททั้งหมดของชุมชน

- ย่อหน้าที่ 2 = เขียนจากเครื่องมือแผนภาพต้นไม้ของเรา บอกถึงสาเหตุ เเละผลกระทบ

- ย่อหน้าที่ 3 = เขียนจากตัวของเรา บอกถึงว่าเราเป็นใคร อยู่จดใดของชุมชน ที่เห็นปัญหานี้

        ในช่วงนี้เด็กงงๆ อยู่พักใหญ่ เเต่พอพี่เเนะไปเรื่อย ก็เริ่มที่จะเข้าใจในหลายๆคนในการเขียนเค้าโครงงาน เเต่ก็ใช้เวลานานอยู่พอสมควรที่จะดึงความคิดออกมาได้  ในช่วงจะปิดค่ายวันที่ 3 เด็กๆเเต่ล่ะกลุ่มเเละพี่เลี้ยงก็มานั่งวิเคราห์ช่วยกันเพื่อนำไปเขียนโครงการจริง  หลังจากค่ายนี้เเล้ว พี่เลี้ยงทุกโครงการต้องติดตามโครงการของเด็กเพื่อนำพัฒนาโครงการต่อไป  ทีนี้ที่ต้องทำต่อไป คือ การติดตาม เพื่อพัฒนาโครงการ  

.

.

.

.

.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมชีวิต

คำสำคัญ (Tags)#ฮักนะเชียงยืน 35

หมายเลขบันทึก: 570444, เขียน: 15 Jun 2014 @ 07:00 (), แก้ไข: 15 Jun 2014 @ 07:17 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 6, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

เก่งมากเลยครับ

มีกิจกรรมหลายหลาย

อยากให้กิจกรรมเหล่านี้อยู่ตลอดไปครับ

ตลอดแน่นอน อ.ขจิต ต้นกล้าเจริญเติบโต ต้องมีการสืบสานต่อ 

คือต้นกล้าเล็กๆ เหล่านี้แหละ เป้าหมายของฮักนะเชียงยืนคือ ตลาดเขียว

เห็นผังความคิดของเด็กที่เชื่อมถึงมิติทางประเพณีวัฒนธรรมแล้ว ชื่นชมและสุขใจเป็นที่สุดครับ