สวัสดีชาวBlog และลูกศิษย์ทุกท่าน
วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2557 ผมได้รับเกียรติจากศูนย์บริการวิชาการ เนื่องจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้จัดโครงการฝึกอบรม 21st Century Leadership: Concept and Experience เพื่อพัฒนาภาวะผ้นูำในปัจจุบัน เน้นความสําคัญไปที่การดึงศกยภาพหรือ
จุดแข็งที่มีอย่ในตัวของบุคลากรออกมาใช้ในการทํางานทุกวัน และ การที่จะเป็นผ้นูำในศตวรรษที่ 21 จะต้องมี
ปัจจัยความสําเร็จหลายประการที่จะสนับสนุนเสริมสร้างจุดแข็งและช่วยให้ผ้นู ําเหล่านี้ทํางานรับผิดชอบได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเชิญให้ผมบรรยาย21st Century Leadership เพื่อให้ความร้แก่ผู้เข้าอบรม ในวันที่ 14 มิถุนายน 2557 เวลา 9.00 ถึง 12.00 น ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒชั้น 15 อาคารบริการ ศาสตราจารย์ ม.ล. ปิ่น มาลากุล (อาคาร300ล้าน)
21st Century Leadership: Concept & Experience
ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
วันเสาร์ที่14 พฤษภาคม 2557
อ.จีระ: วันนี้จะให้ทำ Workshop 2 เรื่อง
1. หลังจากดูเทปคุณสมพร ไทยซัมมิทแล้ว ได้รับความรู้อะไร
2. เปรียบเทียบ จีระ+Peter Druckers ว่ามีข้อแตกต่างและเหมือนอย่างไร
สมัยเรียนเด็กชอบเรียนพิเศษ แต่เวลาทำงานจริงก็ต้องใฝ่รู้ ความรู้ที่ได้ต้องเอาไปประยุกต์ใช้ ต้องเผชิญกับความจริง
คุณพิชญ์ภูรี: วันนี้สิ่งที่ได้รับความรู้จะได้ 3 อย่าง คือ
องค์ความรู้ แนวความคิด ได้เครื่องมือที่สำคัญที่จะเอากลับไปใช้ได้ สามารถรวมความรู้เพื่อที่จะทำให้เข้มแข็งขึ้นได้
การที่จะเรียนอะไรต้องมีกรอบความคิด ต้องมีทฤษฎี เรียกว่า Learn Share and Care
เครื่องมือ คือ Learning how to learn และเครื่องมือที่ต้อง Share และ Care ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ
เมื่อคนเรามีโอกาส โอกาสจะอยู่ในทฤษฏี 4L’s และจะต้องมีการ Execute คือทำให้สำเร็จ
ความเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่สำคัญในการเรียนเรื่องผู้นำ
อ.จีระ: วิธีการเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญ อินเตอร์เนต มีไว้เพื่อ Learn share and care
Peter Drucker: “Managing is doing things right , Leadership is doing the right things.” การเป็นผู้จัดการเพียงอย่างเดียวแตกต่างจากการเป็นผู้นำ
ผู้นำ นอกจากจะเน้นเรื่องความถูกต้องก็ต้องทำให้เกิดประโยชน์ด้วย มีการวางแผนล่วงหน้า มีการกำหนดวิสัยทัศน์
George S. Patton: ผู้นำเป็นศิลปะ ที่ทำให้คนอื่นอยากทำเพราะอยากทำ
ผู้นำ ไม่ใช่แค่การสั่งการเพียงอย่างเดียว ต้องรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องด้วย
-การเป็นผู้นำที่ดี ต้องทำให้คนมีความศรัทธา(trust)
Napoleon: ผู้นำต้องทำให้คนอื่นมีความหวัง
Leadership Overview
1)Why Leadership is important.
2)Leadership is a part of human capital development and management.
ถ้าเราจะอยู่ในธุรกิจ จุดที่จะทำให้เราสำเร็จ คือต้องเน้นไปที่คุณภาพของทุนมนุษย์ และอีกเรื่องที่สำคัญ คือ ต้องเน้นเรื่อง Competency ที่เริ่มตั้งแต่ Functional หากเราทำงานต้องมีทักษะให้ตรงกับการทำงาน เช่น หากทำงานในบริษัทโฆษณา มีความคิดสร้างสรรค์อย่างเดียวไม่พอต้องมีภาวะผู้นำด้วย คือเรื่อง Leadership competency ต้องทำงานให้สำเร็จ เพราะฉะนั้นเรื่องที่สำคัญคือ Execution กับ Competency
ที่สำคัญ คือเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดความสำเร็จ และป้องกันความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้น คือ HR Execution
ทุนมนุษย์ต้องเริ่มจากพื้นฐาน ตัวผู้นำต้องมีคุณธรรมจริยธรรม และผู้นำต้องทำให้ลูกน้องมีปัญญา คือ 2R’s คือทำให้มีปัญญา คิดเป็น วิเคราะห์เป็น ประเทศไทยต้องทำให้หลุดจาก Middle income trap
ต้องเริ่มพัฒนาทผู้นำระดับองค์กรก่อนที่จะไปพัฒนาระดับประเทศ
3)There are so many approaches and theories of leadership.
- Leadership style
ประเภทบ้าอำนาจ ส่วนใหญ่มักจะอยู่ไม่ได้นาน
- Leader & Manager
- Trust & Authorities จะเป็นผู้นำได้ต้องสร้างศรัทธาในองค์กร
- Transformation & Transactional
- Charismatic Leadership ความสามารถของคนดึงเอาความสนใจ หรือความอบอุ่นของเพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้องมาอยู่กับเรา
- Situation Leadership ใช้ประสบการณ์ถามตัวเองว่าได้อะไร เพราะสถานการณ์เป็นตัวกระตุ้นให้ก้าวไปข้างหน้า
- Born to be or trained to be
4) Purposes of 3 hours are to discover yourself and to find the ways to develop leadership in yourself. Do not learn & copy leadership lessons.
วัตถุประสงค์วันนี้ คือ ค้นหาตัวเอง ถามตัวเองว่า Where areyou ในเรื่อง Leadership อย่าไปเรียนว่า Leadership คืออะไร ต้องจับประเด็นให้ได้ สามารถมีอิทธิพลต่อคนในองค์กร หรือนอกองค์กร
อนาคตของคนไทยขึ้นอยู่กับทุกคน เพราะยุคต่อไปของสังคมไทยคือยุคของปัจเจกบุคคล ทุกคนต้องสะสางวิธีการคิดของตนเอง
อย่าเรียนเพื่อที่จะลอกเลียนแบบ ใครจับประเด็นได้ จะเห็นช่องทางที่จะทำงานร่วมกัน ต้องพัฒนาตัวเองให้ฝังอยู่ในตัวเราเลย
คำถาม: ขอให้อาจารย์ช่วยแชร์ประสบการณ์การปิดGap ระหว่างผู้นำและฝ่าย HR
คำถาม: ทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้จัดการทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี
อ.จีระ: คำถามแรก คือ ทุกคนรู้ดีว่าเราอยู่อันดับสุดท้ายในอาเซียน บางครั้งหลักสูตรก็ไม่ตรงประเด็น ขอแนะนำว่า ถ้าเบอร์ 1 ขององค์กรมองHR เป็นยุทธศาสตร์ว่าองค์กรนั้นขับเคลื่อนด้วยคน องค์กรนั้นอย่างไปพึ่ง HR manager เพราะมันแคบ บางครั้ง HR รู้เรื่องเฉพาะทาง
ผู้นำขององค์กรต้องกล้าเข้าไปสู่ 3V โดยทำให้มีมูลค่าเพิ่ม value added
ให้มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ และมีนวัตกรรม value creation หรือ Blue ocean ต้องมีความคิดนอกกรอบ
ลักษณะผู้นำในองค์กรเป็นแบบ Transactional leadership
คุณพิชญ์ภูรี:เครื่องมือของอ.จีระ เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจ
อ.จีระ: การพัฒนาคนผู้นำต้องสร้าง
-sustainability+
-wisdom+
-creativity+
-Innovation+
-Intellectual capital.
ศรัทธา มี 4 ระดับ
4 E’s Leadership ( Jack Welch)
-Energize สามารถกระตุ้นให้คนอื่นมีพลัง
-Edge เด็ดขาด กล้าตัดสินใจ
Leadership Roles (Chira Hongladarom style)
1.Crisis management การจัดการภาวะวิกฤต
Crisis management การจัดการภาวะวิกฤต สมัยนี้มาแล้วมาอีก และเป็นวิกฤติขนมชั้น
2.Anticipate change การมีส่วนร่วมในความเปลี่ยนแปลง
3.Motivate others to be excellent การกระตุ้นผู้คนสู่ความยอดเยี่ยม
4.Conflict resolution การแก้ไขความขัดแย้ง
5.Explore opportunities การสร้างโอกาสแก่ผู้อื่น
6.Rhythm & Speed รู้จักใช้จังหวะ ความรวดเร็ว และความพอดี ในการตัดสินใจ
7.Edge ( Decisiveness ) กล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
8.Teamwork การบริหารการทำงานเป็นทีม
9.การบริหารความไม่แน่นอน
ภาวะผู้นำของ Peter Drucker
1.Ask what needs to be done ต้องถามตัวเองว่าอะไรสำคัญที่สุดในองค์กร
2.Ask what’s right for enterprise บทบาทขององค์กรที่เหมาะสมในอนาคต
3.Develop action plans แผนปฏิบัติการอย่างไร
4.Take responsibility for decision มีความรับผิดชอบในการตัดสินใจ
5.Take responsibility for communicating ต้องมีการสื่อสารให้ชัดเจน
6.Focus on opportunities not problems มองโอกาสมากกว่าปัญหา อย่าตำหนิคนในองค์กร
7.Run productive meetings เวลามีประชุมต้องประชุมอย่างสร้างสรรค์
8.Think and say We not I พูดว่าเราควรทำงานร่วมกัน
workshop
1.หลังจากดูเทปแล้ว
1) ยกศักยภาพผู้นำ 3 ข้อที่นำมาใช้ได้และให้เหตุผล
2) ยกตัวอย่างอีก 3 ข้อที่ไม่ปรากฏในเทป แต่สำคัญและให้เหตุผล
3) จะนำเอาที่วิเคราะห์ไปปฏิบัติได้อย่างไร
2. เปรียบเทียบ จีระ+Peter Druckersว่ามีข้อแตกต่างและเหมือนอย่างไร
- จะนำเอาแนวคิดและวิธีการของ 2 คนไปใช้กับตัวท่านและองค์กรของท่านในฐานะผู้นำอย่างไร ยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว 1 เรื่อง
Workshop
กลุ่ม 1 หลังจากดูเทปแล้ว
1) ยกศักยภาพผู้นำ 3 ข้อที่นำมาใช้ได้และให้เหตุผล
- มีการองภาพรวม รู้ว่าองค์กรมีอะไร ขาดอะไร
- มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ขยันอดทน
- ทำงานเป็นทีม มองผู้อื่น คุณสมพรพูดว่าขอบคุณทีมงาน
2) ยกตัวอย่างอีก 3 ข้อที่ไม่ปรากฏในเทป แต่สำคัญและให้เหตุผล
- คิดเชิงบวก มองปัญหาแล้วสู้ต่อ
- กล้าตัดสินใจ
- สร้างบารมีให้คนในองค์กรยอมรับ
3) จะนำเอาที่วิเคราะห์ไปปฏิบัติได้อย่างไร
ปรับที่วัฒนธรรมองค์กร ต้องสร้างเป้าหมายที่ทำร่วมกันได้ทั้งตัวพนักงานและผู้บริหาร โดยมีเป้าหมายร่วมกัน ให้คนที่เป็นลูกน้องกล้าตัดสินใจ
กลุ่ม 2 หลังจากดูเทปแล้ว
1) ยกศักยภาพผู้นำ 3 ข้อที่นำมาใช้ได้และให้เหตุผล
- วางเป้าหมาย
- กล้าเปลี่ยนแปลง
- พลิกวิกฤติเป็นโอกาส
- ขยัน อดทน
2) ยกตัวอย่างอีก 3 ข้อที่ไม่ปรากฏในเทป แต่สำคัญและให้เหตุผล
- มีภาพลักษณ์ที่ดี คือแก้ไขในอดีตทำปัจจุบันให้ดี
- มีpartnerที่ดี เช่น ญี่ปุ่น
- ต้องมีทีมงานที่ดีในบริษัท และมีการสื่อสารที่ดี
- ปัจจัยภายนอกจากรัฐบาล
- จริยธรรมในองค์กรที่ดี
3) จะนำเอาที่วิเคราะห์ไปปฏิบัติได้อย่างไร
- คุณนุสรา เรื่องการตัดสินใจ
- เรื่อง life balance
- การสร้างศรัทธาให้ทีมงาน
- การวางแผนระยะใกล้ กลาง ไกล
- การมีคู่ธุรกิจที่ดี
- ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม
-เรื่องความสามารถการบริหารการเปลี่ยนแปลง
อ.จีระ: ทั้ง 2 โต๊ะ ขอชมเชย ที่สำคัญได้เรียนรู้ และเข้าใจทั้ง 2 กลุ่ม
การเรียนในปัจจุบันการบกกรณีศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ การเรียนยุคใหม่คือการประทะกันทางประสบการณ์ ต้องมุ่งเรื่องการพัฒนาผู้นำจะทำอย่างไร
ทฤษฎี 5E’s
1. Example คือ เป็น/สร้างตัวอย่างที่ดี
2. Experience คือ สะสม/ถ่ายทอดประสบการณ์
3. Education คือ ให้การศึกษา ให้ความรู้
4. Environment คือ สร้างบรรยากาศที่ดีหรือ วัฒนธรรมองค์กร
5. Evaluation คือ มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องหากทำดีก็ต้องให้รางวัล
กลุ่ม 3 เปรียบเทียบ จีระ+Peter Druckers ว่ามีข้อแตกต่างและเหมือนอย่างไร
- จุดเหมือนคือ องค์กรมองเป็น WE
- การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยการสื่อสาร
สิ่งที่ต่างกัน
- การบริหารความเสี่ยง อ.จีระ มองเป็นระยะยาว มองอนาคตรับมือกับปัญหา แต่Peter มองเป็นระยะสั้น
มุมมองภาพรวม
Peter ผู้นำที่ดีมีบทบาทอย่างไร แต่อ.จีระเน้นการสร้างบทบาทขององค์กร สร้างทีมให้ดีอย่างไร
- จะนำเอาแนวคิดและวิธีการของ 2 คนไปใช้กับตัวท่านและองค์กรของท่านในฐานะผู้นำอย่างไร ยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว 1 เรื่อง
เป็นบริษัทโลจิสติกส์ ปัญหาคือเรื่องผู้ชุมนุม จากถ.แจ้งวัฒนะที่เป็นที่ชุมนุม ช่วงที่รุนแรงมากๆ สิ่งแรกคือ ถ้าลูกน้องเกิดความเสี่ยงจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นจึงย้ายให้ไปจอดรถและทำงานที่มีนบุรี เพราะฉะนั้นจึงขอผู้บริหารในเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับพนักงาน และมีการประชุมทีมกัน แน่นอนว่าการย้ายคลังเป็นเรื่องใหญ่ ต้องทำให้พนักงานคิดว่าการย้ายคลังไม่ใช่เรื่องใหญ่ ต้องปรับความเข้าใจ คุยกับทีมหลายครั้ง ซึ่งแน่นอนว่ามีวิกฤติซ้อนมาเรื่อยๆ
อ.จีระ: ต้องเผชิญกับปัญหาอย่าไปกลัวสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องมีทางออกมากกว่า 1 ทาง ใจต้องนิ่งๆ
กลุ่ม 4 เปรียบเทียบ จีระ+Peter Druckers ว่ามีข้อแตกต่างและเหมือนอย่างไร
สิ่งที่เหมือน
สิ่งที่แตกต่าง
- Drucker เหมือนฮิตเลอร์ เป็นความเผด็จการ
- Drucker เป็นลักษณะlead to lead แต่อ.จีระ เป็นลักษณะ serve to lead
- อ.จีระ เป็นลักษณะcompromise และ เป็น flat organize
- เรื่องเวลาที่เป็นเรื่องคนละยุคสมัย การจะร่วมมือกับลูกน้องต้องมีวีที่ต่างกัน
จะนำเอาแนวคิดและวิธีการของ 2 คนไปใช้กับตัวท่านและองค์กรของท่านในฐานะผู้นำอย่างไร ยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว 1 เรื่อง
Drucker เหมาะกับโรงงาน ออกคำสั่ง
อ.จีระเหมาะกับยุคใหม่ๆ ให้แสดงความคิดเห็นได้ ลูกน้องมีการศึกษา
อ.จีระ: ขอชื่นชมทั้ง 4 กลุ่ม มีศักยภาพมาก ดึงเอาความเป็นเลิศออกมาได้ดีมาก การทำอะไรต้องมีแรงบันดาลใจ และมีแรงจูงใจ
โต๊ะ 3 และ 4 สามารถวิจารณ์ได้ระดับปริญญาเอก ปริญญาเอกคือความเฉียบคมที่จะเอาบางประเด็นมาเขียนเป็นงานวิจัยได้
โต๊ะ 4 พูดเรื่อง Drucker ได้ดี ใช้คำว่า Executive อ.จีระ มาต่อยอด Drucker เพราะ Drucker เป็นพื้นฐาน พื้นฐานที่แน่นจะทำให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ ต้องรู้ว่า Gap ที่ดีอยู่ที่ไหน
คุณพิชญ์ภูรี: กลุ่ม 1 และ 2 ต่างกันเรื่องมุมมอง เรื่องผู้นำแยกเป็น 2 มิติ เรื่องคุณลักษณะของผู้นำ และองค์ประกอบของผู้นำที่ทำให้ประสบความสำเร็จ
กลุ่ม 1 คำว่ามองขาดทำให้เห็นอะไรหลายอย่าง
กลุ่ม 2 มองเรื่องมุมมอง เศรษฐกิจ การเมือง
กลุ่ม 3 และ กลุ่ม 4 วิเคราะห์ได้ดี
สิ่งที่เห็นว่าอ.จีระทำ คือ ภาวะผู้นำในโลกเปลี่ยน ทายอนาคตได้ มองเป็น Horizontal เน้นเรื่อง Networking และการให้โอกาส อีกเรื่องที่สำคัญ คือ Rhythm and speed จังหวะและความเร็ว
หัวใจที่เป็นประโยชน์คือ learning how to learn
มีพื้นฐานคือ 8K 5K ทุนมนุษย์
ต่อมาคือเรื่อง Learn share care
ทฤษฎี 4L’s
ทฤษฎี 2R’s
ทฤษฎี 3V
สิ่งที่ได้รับจากการอบรมสร้างบรรยากาศ
1.ผู้นำที่ดีต้องเป็นผู้ที่สร้างบรรยากาศ
2.รู้จักเปิดโอกาสรับฟังคิดวิเคราะห์ปัญหาและมองไปข้างหน้า
3.ผู้นำที่ต้องเป็นตัวอย่าง กล้าตัดสินใจในภาวะที่กดดัน
สิ่งที่ได้รับจาการเรียนรู้และเป็นประโยชน์ในการนำกลับไปประยุกต์ใช้คือ
- ทฤษฎีการเรียนรู้
- Leadership Roles
- ได้แรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจ ความมั่นใจในภาวะผู้นำค่ะ
ได้อะไรใหม่เกี่ยวกับ Leadership
-ได้รู้ว่าตนเอง ขาดอะไรที่จะต้องเติมเต็มให้ตนเองและองค์กรซึ่งเป็นความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับศาสตร์ของคนล้วนๆ มีมุมมองใหม่ๆที่ต้องการรู้สึกขึ้นไปอีกมองกว้างขึ้น
-การสร้าง Trust ให้กับ Team และมี Optimistic ในการแก้ปัญหา Crisis ต่างๆLeadership ที่ได้รับวันนี้คือ ความสำเร็จและคุณลักษณะที่ดีของผู้นำไม่ใช่เพียงคนเก่ง
-Execution ทำให้เกิดความสำเร็จ
-Leadership สิ่งได้ใหม่หลังจากเข้าคลาสกับจีระ เรื่อง Learn Share care เนื่องจาก ทุกวันนี้ learn เป็นเรื่องไม่ยากสามารถทำด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าเราสามารถ Share ก็จะทำให้องค์กรเรามีคนที่ดีศักยภาพมากขึ้นและเพื่อให้ คนที่เรา Share ได้รับความรู้ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง เราต้องมี Care เป็นตัวแปรสำคัญ
-สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ได้วันนี้ คือ Learn Share Care และ Leadership ต้องมีความสามารถในการ Motivate
-รู้จักใช้จังหวะและความรวดเร็ว ในการเป็นผู้บริหารยุคใหม่
-ทฤษฎีการเรียนรู้ จีระ หงส์ลดารมภ์ เรื่องที่ได้ประโยชน์คือ มีการเป็นผู้นำต้องรู้จักจังหวะเวลา และความเร็ว ต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ในเวลานั้นๆถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด
-ภาพรวมของ Leadership
-Learn Share Care
-การสร้างผู้นำให้เกิดขึ้นในองค์กร
-Leadership Training เป็นการกระตุ้นผู้อื่นและให้โอกาสผู้อื่นในการเป็นผู้นำ
-ได้ความรู้และแนวทางการนำไปปฏิบัติในหัวข้อ Motivate others to be Excellent การกระตุ้นผู้คนสู่ความยอดเยี่ยม
-Basic ต้องแน่นบรรยากาศสำคัญทำให้เกิด แรงบันดาลใจ
-สามารถนำความรู้ประสบการณ์ที่ได้รับจากวิทยากรไปเป็นทุนในการที่จะพัฒนาภาวะผู้นำให้กับตนเอง และสามารถปรับใช้กับองค์กรเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีได้
-การเป็น Leadership คือการสร้างคนเพื่อใช้คนมี Leadership คือการสร้างคนเพื่อใช้คนมี Leadership ในรุ่นถัดๆไป
-Learning How to Learn
-Crisis แบบขนมชั้น จากการเรียนรู้วันนี้ ทำให้ได้มุมมองใหม่ว่าในการวิเคราะห์สถานการณ์ ควรจะมอง Situation เป็นหลาย Layer และ ควรมองในแนวเพื่อการการวิเคราะห์ที่ลงรายละเอียด เนื่องจากตัวเองเป็นคนใจร้อนอาจจะมองสถานการณ์ในมิติเดียว การใช้ขนมชั้น เป็น Remind ตัวเองได้อย่างดี
-ได้รู้ความแตกต่างและบทบาทของผู้บริหารและผู้นำซึ่งปกติจะเข้าใจว่าผู้นำมีความสำคัญน้อยกว่าผู้บริหารแต่วันนี้ได้รู้ว่า ผู้บริหารต้องมีความเป็นผู้นำ “Managing is doing thing right, Leader ship is doing the right things”
-ผู้นำที่ดี ที่จะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่มีแค่ตำแหน่งหรือโชค ความบังเอิญ แต่ต้องประกอบไปด้วย ความพร้อมที่ตั้งใจและจงใจสร้างมันขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่น ได้แรงบันดาลใจมากมาย
-Leaders ที่ดี ไม่ต้องขึ้นกับตำแหน่ง เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อองค์กร พยายามค้นหาศักยภาพของตัวเองให้เจอ ถามตัวเองว่า ควรจะเน้นด้านไหน แล้วเดิมไปปะทะกับความจริงที่รออยู่ข้างหน้า
-สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเรียนคือ แนวความคิดที่สำคัญหลายๆอย่างประทับใจทฤษฏี 2R’s และ 4L’s
-Leadership คือพื้นฐานของทุกอย่างที่จะประโยชน์มาก ถ้าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตของเราได้
-ได้แนวคิดใหม่ที่สามารถจะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพและชวนน้องๆ มาร่วมแบ่งปันเรียนรู้ซึ่งกันและกันรับรู้ถึงความตั้งใจจากอาจารย์ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริง ขอขอบพระคุณอย่างสูงอีกครั้งทั้งอาจารย์และคณะทำงานทุกๆคน
-ผมชอบเรื่องการสร้างศรัทธา ให้ลูกน้องทำงานด้วยความเต็มใจโดยไม่ต้องให้อำนาจสิ่ง
-สิ่งที่ได้รับความรู้ในการอบรมซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้รับความรู้ ได้รู้ถึงการจัดการการกับภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น
-การสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองก่อนแล้วนำไปถ่ายทอดให้กับคนอื่นต่อ
-การบริหารความไม่แน่นอน กับสิ่งที่เราไม่คาดคิด
สิ่งที่ได้รับจาการเรียนรู้และเป็นประโยชน์ในการนำกลับไปประยุกต์ใช้คือ
- ทฤษฎีการเรียนรู้
- Leadership Roles