ญาติๆ มักเตือนว่า การขับรถในตัวเมืองหาดใหญ่นั้น ต้องระมัดระวังให้ดี โดยเฉพาะอย่าตามหลังรถตุ๊กตุ๊ก เพราะรถชนิดนี้ไม่ค่อยมีระเบียบเท่าไร นึกจะจอดก็จอดโดยไม่ได้เปิดไฟสัญญาณใดๆให้รถที่ตามหลังได้รับทราบก่อน อีกชนิดหนึ่งคือ รถตู้ประจำทาง ซึ่งเราจะพบว่า รถชนิดนี้ต้องการทำเวลา แต่คนขับก็ลืมไปว่า คนอื่นก็ต้องทำเวลาเช่นกัน

ส่วนรถขนาดเล็กสุดก็คือรถจักรยานยนต์และสามล้อเครื่อง (จักรยานยนต์ดัดแปลงเป็นสามล้อพ่วงข้าง) ดูเหมือนรถสามล้อเครื่องจะไม่ค่อยเห็นปัญหานัก ถ้าจะมีคือการที่ไม่สามารถทำความเร็วได้มากนัก ปัญหาที่น่าหวาดเสียวคือรถจักรยานยนต์ ในขณะติดไฟแดง รถจักรยานยนต์จะลัดเลาะเพื่อขึ้นไปข้างหน้า เหมือนๆกับกรุงเทพฯและปริมณฑล ปัญหาที่แตกต่างคือ การลัดเลาะเลยเส้นขัดระหว่างเลน ซึ่งทำให้รถที่ขับสวนมาต้องหลบให้ในเลนตนเอง จำนวนหนึ่ง (มากอยู่) เมื่อไปจอดข้างหน้าไฟแดงแล้วมักจอดเลยเส้นเขตที่กำหนดไว้และเลยเส้นเขตไปกินเลนรถสวนทางมา นอกจากที่กล่าวมา เราจะเห็นว่า มีการผ่าไฟแดงให้เห็นกันบ่อย และดูเหมือนจะกลายเป็นนิสัยไปในไม่ช้า เมื่อคันนี้ผ่าไฟแดงไปได้ คันต่อมาก็ผ่าไปได้ 

ผมตั้งข้อสังเกตว่า การขับรถของบางคนนั้นจะไม่ใส่ใจกฎเกณฑ์ สิ่งที่ดีคือของการไม่ใส่ใจกฎเกณฑ์คือ การใช้วิจารณญาณของตนเองเพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการขับรถ แต่สิ่งนี้อาจเกิดผลเสียเมื่อวิจารณญาณของตนผิดพลาด และอาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายได้ด้วย ส่วนการทำตามกฎเกณฑ์นั้น เราต้องเสียเวลาการรอคอยพอสมควร ทั้งที่บางครั้งไม่ควรจะน่าเสียเวลา เพราะระหว่างติดไฟแดงก็ไม่มีรถอื่นขับสวนทางใดๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อคนทั้งโลกให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์ ผมก็คิดว่า เราต้องใช้วิจารณญาณเพื่อการรักษากฎเกณฑ์ด้วย เพราะกฎเกณฑ์คือสัญญาที่เราจะปฏิบัติต่อกันและร่วมกัน

นึกขึ้นได้อีกหน่อยหนึ่งที่ต้องระมัดระวังเช่นกันคือ รถจากประเทศเพื่อนบ้าน