พันเอกฐนัส (สหายธรรมท่านหนึ่งที่เชียงใหม่) ท่านแนะนำว่า เวลาทำบุญให้ทำอะไรก็ได้ที่หนักไปทางตื่น เช่น ไฟแสงสว่าง หลอดไฟ นาฬิกาปลุก ฯลฯ

คนส่วนใหญ่มักจะมองกาแฟเป็นเครื่องดื่มประเภทสุดขั้ว (extreme) คนกลุ่มหนึ่งมองกาแฟเป็นเครื่องดื่มชั้นดี แก้ง่วง แก้ขัด(สักแก้วตอนเช้า)

อีกกลุ่มหนึ่งมองกาแฟเป็นเครื่องดื่มอันตราย อาจารย์ที่วัดท่านหนึ่งบอกผู้เขียนว่า กาแฟเป็นยาเสพติด... ว่าเข้าไปนั่น

ผู้เขียนมีอัธยาศัย... ค่อนไปทางเกียจคร้าน(บาลีท่านว่า มีอัธยาศัยไปทางถีนมิทธะ) เวลานั่งฟังบรรยาย หรือนั่งเรียนอะไรจะหลับบ่อยมาก

พันเอกฐนัส (สหายธรรมท่านหนึ่งที่เชียงใหม่) ท่านแนะนำว่า เวลาทำบุญให้ทำอะไรก็ได้ที่หนักไปทางตื่น เช่น ไฟแสงสว่าง หลอดไฟ นาฬิกาปลุก ฯลฯ

ผู้เขียนเลยเน้นทำบุญกับการถวายแสงสว่าง ถวายหลอดไฟ นาฬิกาปลุก และกาแฟพร้อมทั้งบริวาร เช่น น้ำตาล ครีมเทียม ถ้วยกาแฟ กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ไมโครเวฟ ฯลฯ

หลังจากทำบุญไปได้ 3-4 ปีก็ได้รับผลดีทันตาเห็น... เวลาไปฟังธรรม หรือเรียนที่ไหนปรากฏว่า หลับน้อยลงมาโดยลำดับ

อาจารย์เบซา สมิธ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซาน ดิเอโก ในลา โฮลลา ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างอายุ 50 ปีขึ้นไป 910 คน ติดตามไปนาน 8 ปี

ผลการศึกษาพบว่า คนที่ดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นชนิดมีกาเฟอีน หรือสกัดกาเฟอีนออก มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในผู้ใหญ่ (diabetes type2) ลดลง 60%

การที่กาแฟอาจมีส่วนทำให้ความเสี่ยงต่อเบาหวานลดลงนี้น่าจะเป็นผลจากสารบางอย่างในกาแฟ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ สารพฤกษเคมี ฯลฯ

ผลดีนี้ไม่ได้มาจากกาเฟอีน เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างที่กินกาแฟสกัดกาเฟอีนออกก็เป็นเบาหวานน้อยลง

นอกจากนั้นคนที่มีน้ำตาลในเลือดค่อนข้างสูง หรือเป็นภาวะก่อนเบาหวาน (glucose intolerance) ก็ได้รับผลดีนี้ด้วย

อาจารย์เบซา สมิธท่านว่า ผลการลดความเสี่ยงเบาหวาน... น่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติมให้มากกว่านี้

ท่านที่ดื่มกาแฟชนิดมีกาเฟอีน... เรียนเสนอให้ดื่มก่อนเที่ยง หรืออย่างน้อยก่อนนอน 6 ชั่วโมงขึ้นไป จะได้ลดความเสี่ยงโรคนอนไม่หลับลง

ท่านที่เป็นโรคความดันเลือดสูง ควรดูแลรักษาความดันให้ลงดี และลดกาแฟชนิดมีกาเฟอีนลง ไม่ควรดื่มเกิน 3 ถ้วยต่อวัน

ท่านที่มีฐานะดีหน่อยอาจลองดื่มกาแฟชนิดสกัดกาเฟอีนออก ข้อเสียของกาแฟชนิดนี้คือ แพงมาก ขวดหนึ่งหลายร้อยบาท อาจทำให้ทรัพย์จางลงได้

เรื่องกาแฟนี่อย่าเพิ่งสรุปลงไปเด็ดขาดว่า ดีหรือไม่ดี เพราะ ความพอดี ของคนเรามักจะไม่เท่ากันทุกคนครับ...

<p>    แนะนำให้อ่าน:                                   </p>

  • รวมเรื่องสุขภาพ > "กาแฟ"
  • [ Click - Click ]
  • รวมเรื่องสุขภาพ > "กาเฟอีน (caffeine)"
  • [ Click - Click ]

    แหล่งที่มา:                                      

</span></span></font><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 6pt 0cm 0pt 17.85pt; text-indent: -17.85pt; tab-stops: list 18.0pt"> ขอขอบคุณ > Anne Harding. Coffee reduces risk of type2 diabetes. http://today.reuters.com/news/articlenews.aspx?type=&storyid=2006-11-01T173146Z_01_COL162648_RTRUKOC_0_US-COFFEE-DIABETES.xml&src=nl_ushealth1400 > November 1, 2006. // source: Diabetes Care, November 2006.<div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 6pt 0cm 0pt 17.85pt; text-indent: -17.85pt; tab-stops: list 18.0pt">

  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  •  นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์> ๒ พฤษจิกายน ๔๙. 
  • </div></span> </div></li></ul>