เฮ้อ...จะเห่อ "ฝรั่งมังค่า" ทั้งที เรื่องดีๆ ไม่เอาอย่าง ไปเอาเยี่ยงเรื่องแย่ๆ ทำไมก็ไม่รู้ซี...

เมื่อวานตอนหัวค่ำหลังการประกาศรัฐประหาร (22 พ.ค.57)

ระหว่างรอขึ้นรถไฟฟ้า BTS เห็นเด็กหนุ่มชาวออสเตรเลี่ยนและชาวจีน (รู้จากการคุยกันอย่างเปิดเผยของเขา) ยืนเข้าแถวอยู่ข้างหน้ารอขึ้น BTS ซึ่งคนแน่นมาก เพราะทุกคนรีบกลับบ้าน ทั้งสองดูไม่ทุกข์ร้อนนัก คุยกันเสียงดังและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองไทยต่างๆ นานา สาวไทยที่ยืนข้างๆ ซึ่งผู้เขียนแอบเรียกเธอว่า "สาวSelfie" (เพราะเธอเพียรถ่ายภาพตัวเองด้วย Smart phone อย่างเปิดเผยเมามันไม่แคร์สายตาใคร) ก็ยิ้มพยักพเยิดเออออกับหนุ่มทั้งสอง แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่รู้เรื่องสาระที่พูดเลย เพราะระหว่างที่เธอ Selfie สองหนุ่มนั้นก็วิจารณ์เธอทำนองว่า "หลงตัวเอง ไร้สาระ"... ทำหน้าตาและน้ำเสียงดูหมิ่นด้วย สังเกตเห็นเด็กสาวๆ อีกหลายคนก็พลอยยิ้มแย้มไปกับการพูดตลกคะนองและท่าทางแปลกๆ ของคนทั้งคู่ โดยไม่แน่ว่าจะฟังรู้เรื่องหรือเปล่า

ฉันฟังสาระที่วิจารณ์นั้น แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เข้าใจหลายเรื่อง (โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเมืองและราชวงศ์ไทย) ทั้งคู่พูดไปก็หัวเราะส่งเสียงดังและทำหน้าตาประกอบสิ่งที่พูดอย่างออกรส หนุ่มออสซี่กล่าวพาดพิงถึงราชวงศ์ว่าเป็นต้นเหตุและอยู่เบื้องหลังการรัฐประหารและวิพากษ์ว่าเขา up set กับเมืองไทยมาก ทำให้โปรแกรมของเขาต้องเลื่อนไปหมดเลย... ฯลฯ

ทนฟังอยู่ระยะหนึ่งจนอดรนทนไม่ได้ จึงถามเขาว่าที่เขาพูดนั้นได้ข้อมูลจากไหน เขาทำหน้าแปลกใจที่คนไทยหน้าแบนๆผิวเหลืองๆพูดกับเขาด้วยภาษาอังกฤษ เขาตอบว่า...อ่านจาก Time ฟังข่าว CNN. BBC. ถามย้อนกลับไปว่าแล้วเคยฟังข่าวของไทยไหม? เขาเบะปากยักไหล่แบมือพร้อมสั่นหน้า (แปลได้ว่าไม่สนใจ/ไม่เชื่อถือที่จะฟัง) ท่าทางนั้นช่างระคายตาระคายใจ ฉันอาจคิดไปเองว่าเขาแสดงอาการ "ดูถูก" หายใจลึกๆ แล้วเรียบเรียงความคิดในการจะสื่อสารกับหนุ่มสองคนนั้น บอกเขาว่า...คนไทยถูกสอนให้เสพข่าวหลายๆด้าน อย่างใช้ปัญญา (wisdom not only information) คนไทยโดยทั่วไปรักและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ คุณมาอยู่ในประเทศไทยไม่รู้หรือว่าไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอย่างนี้ในที่สาธารณะ (วิจารณ์ในที่ของคุณก็ไม่มีใครห้ามคุณหรอก)

ข้อสำคัญอย่าคิดว่าที่คนไทยยิ้มๆ นั้น เขาฟังภาษาคุณไม่ออกหรือเขาเห็นด้วย แต่เขามีมรรยาทและให้เกียรติคน ไทยเป็นชาติที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ มีวัฒนธรรมดีงาม แม้ไม่เจริญทางวัตถุเหมือนประเทศคุณ แต่เราเจริญทาง "จิตใจ" เพราะเราให้เกียรติคนทุกเท่าเทียมกัน เราคิด พูด ทำโดยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น และเรามีอัธยาศัยดีต่อคนต่างชาติที่เราถือว่าเป็น "แขก" เราอาจไม่ถือสาหาความ (คนไทยลืมง่ายจะตายไป) ความหยาบคายของบางคน แต่เรา "รู้สึก" และต้องย้ำว่าคุณอาจไม่รู้ว่าบางคนที่ฟังอยู่ เขากำลังหัวเราะที่คุณพูดโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงเช่นนั้น... ฯลฯ

เพื่อนที่รอรถอยู่ด้วยกัน บอกว่าสีหน้าทั้งสองเปลี่ยนไปขณะที่ฉันพูด พูดยังไม่จบดี สองหนุ่มก็เดินหายไปกับ สาวSelfie คนนั้น...โอ๊ะ มรรยาทแย่จัง ยังพูดไม่จบเลย ไปเสียแล้ว...แหม...บ่นแค่นี้ ทนฟังไม่ได้เนอะ...ฮาๆๆๆๆๆ

กลับถึงบ้าน...ได้ข้อคิดว่า

1.คนไทยส่วนใหญ่ให้เกียรติกับ "ฝรั่ง" โดยเฉพาะพวกที่ใช้ "ภาษาอังกฤษ" มากเกินไป (สรุปง่ายๆว่า "เห่อฝรั่ง") คนทุกชาติทุกภาษามีทั้งคนดีและคนไม่ดี การให้เกียรติน่าจะหมายถึงการยอมรับและเคารพในสิ่งที่เขามีเขาเป็นไม่ว่าจะมีผิวสีใด ชาติไหน ภาษาอะไรมากกว่า  และหากใครที่ไม่ให้เกียรติชาติบ้านเมืองวัฒนธรรมของเรา เราควรแสดง(อย่างสุภาพ)ให้เขารู้ว่าเรารู้สึกอย่างไรกับกิริยาวาจาการแสดงออกที่ไม่ดีนั้น ฝรั่งไม่ใช่เทวดา ก็คนธรรมดา ดีไม่ทั่ว ชั่วไม่หมดเหมือนๆ กับเรานี่เอง

2.เราต้องฝึกการสื่อสารด้วยภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทยให้ดี ต้องสื่อสารได้ ฟังได้ อ่านออกเขียนได้ ภาษาคือแต้มต่อที่ทำให้เราได้เปรียบ เพราะทำให้ "รู้" ว่าชาติอื่นคิดพูดทำอย่างไร จะว่าไปการสื่อสารด้วยภาษาอื่นๆ ได้นอกจากภาษาไทย นับเป็นความสง่างาม แต่ก็อีกนั่นแหละ การเก่งภาษาต่างชาติไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนวิเศษกว่าคนอื่น แต่เมื่อ "รู้ภาษา" แล้ว นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตนประโยชน์ท่านได้ต่างหาก จึงจะเก่งจริง

3.กรณีของ "สาวSelfie" ทำให้เห็นชัดว่าคนไทยมีธรรมชาติเหมือนน้ำ ที่โอนอ่อนผ่อนตาม ไม่ชอบขัดใจคน อ่อนหวาน เอาอกเอาใจ ซึ่งเป็นข้อดี แต่ที่น่าเสียดายคือ ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง มีอะไร "ฮิต" เราต้องเอาอย่าง ไม่มีตกเทรนด์ ทันสมัยเสียจนหลงลืมสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ (น่าเสียดายจริงๆ) ทำให้ฉันคิดอยากสอนวิชา "Smart and Charming Girl" ให้เด็กวัยรุ่นหญิงยุคนี้ ได้ตระหนักและเห็นคุณค่าที่ตนมี ไม่จำเป็นต้องขาว ผอม ขนตายาว ใช้ของแบรนด์เนม พูดภาษาอังกฤษเก่ง ไปซัมเมอร์ที่อังกฤษ/อเมริกา แต่ควรมั่นใจในความคิดความสามารถ ความอ่อนหวานเรียบร้อย เอื้อเฟื้อ นั่นคือ "ดีงาม" ในตัวเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่แล้วและเป็นความงามที่ยั่งยืนคงทนด้วย

คิดไปบ่นไปก็อมยิ้มไป...

เฮ้อ...จะเห่อ "ฝรั่งมังค่า" ทั้งที เรื่องดีๆ ไม่เอาอย่าง ไปเอาเยี่ยงเรื่องแย่ๆ ทำไมก็ไม่รู้ซี...☺