จากประสบการณ์การทำงานด้านบัญชี ซึ่งเริ่มต้นจากการเรียนสาขาบัญชีในรูปแบบธุรกิจเอกชน  ดิฉันโชคดีที่ได้

เรียนในด้านการบัญชีตั้งแต่ ปวช ปวส ป.ตรี รวมแล้วก็ 7 ปี เต็ม ทำให้มีพื้นฐานในสาขาวิชาชีพพอสมควร

จบการศึกษา  เข้าทำงานในบริษัทเอกชนเป็นเวลา 3 ปี จนกระทั่งได้มีโอกาสได้เข้ามาทำงานในระบบราชการ ครั้งแรกที่เริ่มทำงาน

ในหน่วยงานราชการทำให้ดิฉันรู้สึกว่าไม่รู้จะเริ่มทำงานไปยังไงดี ทุกอย่างต้องทำงานด้วยเอกสารเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างจากบริษัทเอกชน มีเพียงบิลไม่กี่ใบเราก็สามารถทำงานและรันงานต่อกันได้เป็นกระบวนการจนสรุปออกมาเป็นงบการเงินได้ ดังนั้น ดิฉันต้องเริ่มเรียนรู้การทำงานในหน่วยงานราชการใหม่ทั้งหมด ทั้งอึดอัน ทั้งไม่รู้จะเดินไปในทิศทางไหน ดิฉันเริ่มต้นต้นแต่การหัดเขียนบันทึกข้อความต่าง ๆ ระบบการทำงาน การเดินเอกสาร การขอความอนุเคราะห์จากบุคคลหลาย ๆ ส่วน การรายงานผลแบบเป็นเอกสารต่าง ๆ

ดิฉันค่อย ๆ เรียนรู้ทุก ๆ วัน ทุกเวลา ในการทำงาน จนเกิดประสบการณ์จากการเรียนรู้ทุกสิ่งอย่างในหน่วยงานราชการแห่งนี้

และได้มีโอกาสในการศึกษาต่อด้านสาขาบัญชีในระดับบัณฑิตศึกษา ปริญญาโท จึงเลือกที่จะเรียนในแผน ก. เพื่อทำวิทยานิพนธ์

ในสิ่งที่ต้องการจะรู้และต้องการทำวิจัย ดิฉันได้แสดงชื่อเรื่องทำวิจัยและอธิบายเหตุผลที่อยากจะทำตั้งแต่กรอกใบสมัครเข้า

ศึกษาต่อ สอบสัมภาษณ์ จนกรรมการสอสัมภาษณ์เสนอแนวทางในการจัดทำงานวิจัยดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางในการเสนอหัว

ข้อในการเรียนในครั้งนี้ สุดท้ายในการเรียน ดิฉันก็ได้ทำงานวิจัยชิ้นนี้จริงๆ ในหัวข้อ ผลกระทบของการประยุกต์ใช้ความรู้ทางบัญชี

ที่มีต่อผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี จนได้ข้อสรุปออกมาว่า ความรู้ต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน

มีความสำคัญมาก แต่หัวใจสำคัญในการทำงานบัญชีในหน่วยงานราชการคือการรู้แก่นแท้ และหลักการของความรู้พื้นฐานด้านการบัญชี

ให้เข้าใจมากที่สุด อีกทั้งต้องผนวกความรู้นั้นเข้ากับระเบียบ กฎเกณฑ์ นโยบาย ต่างๆ ที่หน่วยงานกำหนดขึ้นให้ปฏิบัติ เพื่อให้

ผู้ปฏิบัติงานนำความรู้ดังกล่าวมาใช้ในการทำงาน หากผู้ปฏิบัติงานมีความรู้หลักแล้วจะทำให้สามารถนำความรู้ดังกล่าวมาปรับ

ประยุกต์ ตีความ ในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม เป็นการสร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีให้มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นำไปสู่ผลงานที่มีคุณภาพ มีข้อมูลที่พอเพียงสำหรับผู้บริหารใช้ในการตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด