ก่อนที่เราจะศึกษาเรื่องครอบครัวข้ามขาติ สิ่งหนึ่งที่เราควรรู้ ก็คือ ครอบครัวข้ามชาติ คืออะไร เกี่ยวข้องกฎหมายสิทธิมนุษยชนอย่างไร
แรงงานข้ามชาติคืออะไร
แรงงานข้ามชาติโดยทั่วไปหมายถึง บุคคลผู้ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
ความหมายของคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 หมายถึงบุคคลธรรมดาซึ่งไม่สัญชาติไทย และกำหนดไว้ว่า คนต่างด้าวจะทำงานได้เมื่อได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมการจัดหางานหรือเจ้า พนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมายเท่านั้น
นอกจากนี้ องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ยังได้ให้ความหมายของแรงงานข้ามชาติไว้ในอนุสัญญาฉบับที่ 97 ว่าด้วยการอพยพเพื่อการทำงาน(ฉบับปรับปรุง) พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) มาตรา 11 คือ หมายถึง บุคคลที่ย้ายถิ่นจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งเพื่อที่จะไปทำงาน มากกว่าที่จะไปใช้จ่ายเงินของตนเอง และรวมถึงบุคคลใดๆที่โดยปกติแล้วได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้อพยพเพื่อทำงาน แต่ไม่รวมถึงคนที่ทำงานตามบริเวณชายแดน จิตรกร หรือสมาชิกของกลุ่มผู้ชำนาญการที่เข้าเมืองระยะสั้น ชาวเรือ และลูกเรือเดินทะเลต่างชาติ นอกจากนี้ในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 143 ยังไม่รวมถึงบุคคลที่เข้ามาเพื่อการศึกษาหรือการฝึกอบรมและบุคคลที่เข้ามาทำ งานชั่วคราวเฉพาะด้านอันเนื่องมาจากการร้องขอของนายจ้างในประเทศไทย และต้องออกไปเมื่อเสร็จสิ้นการทำงานนั้นแล้ว
การสมรสข้ามชาติคืออะไร
นิยามของการสมรสข้ามชาติ
- การสมรสข้ามชาติ หมายถึง สัมพันธภาพทางสมรสระหว่างชายและหญิงที่มีสัญชาติต่างกัน
- เพื่อให้การสมรสข้ามชาติได้รับการรับรองตามกฎหมาย จะต้องปฏิบัติตามองค์ประกอบเงื่อนไขข้อกำหนด แห่งการสมรส อาทิ อายุที่สามารถสมรสได้ตามกฎหมายข้อห้ามการสมรสของบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต และ ข้อห้ามการมีคู่ครองทีเดียวสองคน ตลอดจนข้อกำหนดเกี่ยวกับพิธีการ เช่น การแจ้งการสมรส เป็นต้น
- การทำการสมรสจะเกิดขึ้นได้นั้น จะต้องเป็นไปภายใต้กฎหมายสัญชาติของคู่สมรสแต่ละฝ่าย ในขณะที่พิธี การต่าง ๆ แห่งการสมรสนั้น จะต้องเป็นไปภายใต้กฎหมายของประเทศที่มีการทำการสมรส หรือ ภายใต้ กฎหมายสัญชาติของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง(มาตรา 36 「กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล」)
- อนึ่ง ไม่ว่าการสมรสข้ามชาติจะเกี่ยวข้องกับสัญชาติเกาหลีหรือไม่ก็ตาม การสมรสข้ามชาติจะมีด้วยกัน ทั้งสิ้นสองประเทท คือ หนึ่ง เป็นการสมรสระหว่างคนเกาหลีกับคนต่างชาติ และ อีกประเภทหนึ่งเป็นการ สมรส ระหว่างคนต่างชาติที่มีสัญชาติต่างกัน
- โปรดทราบว่า ในที่นี้ จะเป็นการระบุเฉพาะบริการข้อมูลทางกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการสมรส ประเภทแรกเท่านั้น กล่าวคือ “การเข้าเมืองเพื่อการสมรส” ซึ่งเป็นการทำการสมรสข้ามชาติของคู่สมรสที่ฝ่ายหนึ่งเป็นคนเกาหลีและอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนต่างชาติและอาศัยอยู่ในอาณาเขตของสาธารณรัฐเกาหลี
การสมรสตามกฎหมายหรือทางนิตินัย กับ การสมรสโดยพฤตินัย
การสมรสตามกฎหมายหรือทางนิตินัยแตกต่างจากการสมรสโดยพฤตินัยอย่างไร
- การสมรสตามกฎหมายหรือทางนิตินัย หมายถึงการสมรสที่มีการรับรองตามกฎหมาย โดยปฏิบัติตามองค์ประกอบและพิธีการแห่งการสมรสอย่างครบถ้วน
- การสมรสโดยพฤตินัย หมายถึง ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นซึ่งชายผู้หนึ่งและภรรยาอยู่ร่วมกันอย่างคู่สมรสโดยไม่มีการแจ้ง การสมรสนั้น อย่างเป็นทางการ ถึงแม้ว่าท่านได้ประกอบพิธีสมรส และ/หรือ มีบุตรแล้วก็ตาม หากท่านไม่ได้แจ้งการ
สมรสของท่าน ท่านก็จะไม่ได้รับการรับรองว่าเป็นคู่สมรสที่ถูกต้องตาม 「กฎหมายแพ่ง」
- เนื่องจากในสาธารณรัฐเกาหลีนั้น จะรับรองเฉพาะการสมรสตามกฎหมายหรือทางนิตินัยเท่านั้น ดังนั้น คนต่างชาติ ที่มีความสัมพันธภาพแห่งการสมรสโดยพฤตินัย อาจมีสิทธิและหน้าที่เพียงบางส่วนเท่านั้นในสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ทั้งหมดที่กฎหมายระบุไว้สำหรับการสมรสตามกฎหมายหรือทางนิตินัย
ข้อจำกัดของสมรสโดยพฤตินัย
- ถ้าท่านต้องการได้รับสัญชาติเกาหลีและท่านเป็นคนต่างชาติที่มีการสมรสโดยพฤตินัยกับบุคคลที่มี สัญชาติเกาหลี ท่านควรยื่นขอแปลงสัญชาติแบบทั่วไป (มาตรา 5「กฎหมายสัญชาติ」) แทนที่จะยื่น ขอแปลงสัญชาติแบบง่าย (มาตรา 6 (2) กฎหมายเดียวกัน)
- ถ้าท่านเป็นคนต่างชาติที่มีการสมรสตามกฎหมายหรือทางนิตินัยกับบุคคลที่มีสัญชาติเกาหลี ถ้าคู่สมรส
คนเกาหลีของท่านเสียชีวิต หรือ หายตัวไปก่อนที่ท่านจะได้รับสัญชาติเกาหลี ท่านก็สามารถยื่นขอแปลงสัญชาติ
แบบง่ายได้ โดยการยื่นเอกสารต่าง ๆ ตามที่กำหนด และ/หรือ ไม่เช่นนั้นก็ยื่นเรื่องขอให้กรณีของท่านนั้นพึงได้รับผลประโยชน์ที่คู่สมรสโดยพฤตินัยไม่พึงได้รับ
- การรับรองความสัมพันธ์ระหว่างบุตรที่เกิดจากการสมรสโดยพฤตินัยกับบิดามารดานั้น ตามหลักแล้ว
จะเป็นไปภายใต้กฎหมายสัญชาติของฝ่ายมารดาของบุตร ณ เวลาที่บุตรเกิด แต่ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดไว้ว่า การรับรองความสัมพันธ์ระหว่างบุตรกับบิดาอาจเป็นไปภายใต้กฎหมายสัญชาติของฝ่ายบิดา ณ เวลาที่บุตรเกิด หรือ กฎหมายแห่งถิ่นที่อยู่อาศัยของบุตร ณ ปัจจุบัน (มาตรา 41 (1) 「กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล」)
- ตาม「กฎหมายแพ่ง」ของสาธารณรัฐเกาหลี กำหนดว่า บุตรจะต้องใช้นามสกุลหรือนามสกุลเดิมของบิดา
แต่ในกรณีเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสโดยพฤตินัย จะต้องใช้นามสกุลหรือนามสกุลเดิมของมารดา ในกรณีที่เป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสโดยพฤตินัยซึ่งได้รับการรับรองบุตรแล้ว บุตรอาจใช้นามสกุลและนามสกุลเดิมของบิดาหรืออาจใช้นามสกุลและนามสกุลเดิมของมารดาต่อไปแล้วแต่การตกลงกันของบิดามารดา(มาตรา 781 (1) (3), (5) 「กฎหมายแพ่ง」)
- เนื่องจากการสมรสโดยพฤตินัยนั้นไม่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในความสัมพันธ์ทางครอบครัวที่จดทะเบียน
และไม่มีการยอมรับหรือรับรองความเกี่ยวดองทางครอบครัวหรือทางเครือญาติ ดังนั้น ท่านจึงไม่มีสิทธิรับมรดกในกรณีที่คู่สมรสจากการสมรสโดยพฤตินัยเสียชีวิต
เว้นแต่กรณีที่ไม่มีบุคคลใดอ้างสิทธิในการรับมรดก คู่สมรสจากการสมรสโดยพฤตินัยอาจร้องขอให้มีการแต่งตั้งเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์พิเศษที่มีสิทธิในทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตได้ (มาตรา 1057-2 「กฎหมายแพ่ง」)
- แม้คู่สมรสโดยพฤตินัยจะสมรสกับบุคคลอื่น ก็จะไม่เข้าข่ายกรณีการมีคู่ครองทีเดียวสองคน
- ถ้าคู่สมรสโดยพฤตินัยทำการคบชู้ คู่สมรสอื่นอาจเพียงแค่สามารถฟ้องร้องเรียกค่าทำขวัญได้ แต่ไม่สามารถฟ้องร้องทางคดีอาญาเนื่องจากความประพฤติผิดได้
การคุ้มครองคู่สมรสจากการสมรสโดยพฤตินัย
- บทบัญญัติของกฎหมายดังต่อไปนี้ พิจารณาว่า คู่สมรสโดยพฤตินัยนั้น มีสิทธิได้รับผลประโยชน์ทดแทนทางบำนาญหลายอย่าง ในกรณีที่คู่สมรสซึ่งเป็นคนเกาหลีเสียชีวิต ได้แก่ มาตรา 48 (1) แห่งกฤษฎีกาบังคับใช้รัฐบัญญัติว่าด้วยมาตรฐานแรงงาน มาตรา 3 (1).2 รัฐบัญญัติว่าด้วยบำนาญแห่งชาติ มาตรา 3 (1).4 รัฐบัญญัติว่าด้วยบำนาญทหารผ่านศึก มาตรา 2.(1).2 รัฐบัญญัติว่าด้วยบำนาญครูและพนักงานโรงเรียนเอกชน มาตรา 29 (1) แห่งกฤษฎีกาบังคับใช้รัฐบัญญัติว่าด้วยกลาสีเรือ มาตรา 5 (3) รัฐบัญญัติว่าด้วยการประกันค่าชดเชยอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม มาตรา 5 (1),(2) 1รัฐบัญญัติว่าด้วยการดูแลและการช่วยเหลือแก่บุคคลผู้มีเกียรติท่าน เป็นต้นว่า ผู้ที่ทำให้ท่านงามความดีแก่รัฐ และมาตรา 5 (1).1 รัฐบัญญัติว่าด้วยการดูแลบุคคลผู้มีเกียรติท่านที่ทำท่านงามความดีด้านอิสรภาพ
- ถ้าผู้เช่าเสียชีวิตโดยปราศจากบุคคลใด ๆ ผู้ซึ่งมีสิทธิในการับมรดกแล้ว คู่สมรสโดยพฤตินัยผู้อยู่กับผู้เช่าในฐานะสมาชิกของครอบครัวที่บ้าน จะเป็นผู้สืบทอดสิทธิและความรับผิดชอบของผู้เช่า (มาตรา 9 (1) 「รัฐบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองการเช่าบ้าน」)
- ในกรณีที่ผู้เช่าเสียชีวิต ถ้าบุคคลผู้มีสิทธิรับมรดกไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกันกับผู้เช่าในฐานะสมาชิกของครอบครัว
ดังนั้น คู่สมรสโดยพฤตินัยและญาติในระดับที่สองของความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่กับผู้เช่าที่เสียชีวิตที่บ้าน
จะเป็นผู้สืบทอดสิทธิและความรับผิดชอบของผู้เช่าร่วมกัน (มาตรา 9 (2) รัฐบัญญัติเดียวกัน) [1]
หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
ข้อ 2 ทุกคนย่อมมีสิทธิและอิสรภาพทั้งปวง ตามที่กำหนดไว้ในปฏิญญานี้ โดยปราศจากการแบ่งแยกไม่ว่าชนิดใด อาทิ เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือ ทางอื่น พื้นเพทางชาติหรือสังคม ทรัพย์สิน การเกิด หรือสถานะอื่น นอกเหนือจากนี้ จะไม่มีการ แบ่งแยกใดบนพื้นฐานของสถานะทางการเมือง ทางกฎหมาย หรือทางการระหว่างประเทศของ ประเทศ หรือดินแดนที่บุคคลสังกัด ไม่ว่าดินแดนนี้จะเป็นเอกราช อยู่ในความพิทักษ์ มิได้ปกครองตนเอง หรืออยู่ภายใต้การจำกัดอธิปไตยอื่นใด
ข้อ 16 (1) บรรดาชายและหญิงที่มีอายุครบ บริบูรณ์แล้ว มีสิทธิที่จะสมรสและก่อร่างสร้างครอบครัวโดยปราศจากการจำกัดใด อันเนื่องจากเชื้อชาติ สัญชาติ หรือศาสนา ต่างย่อมมีสิทธิ เท่าเทียมกันในการสมรส ระหว่างการสมรส และ
(2) การสมรสจะกระทำโดยความยินยอม อย่างอิสระและเต็มที่ของผู้ที่จะเป็นคู่สมรสเท่านั้น
(3) ครอบครัวเป็นหน่วยธรรมชาติและพื้นฐานของสังคม และย่อมมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากสังคมและรัฐ
ในการขาดจากการสมรส
ความคิดเห็นของผู้เขียนในเรื่องครอบครัวข้ามชาติ
กล่าวคือ มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนที่มีสัญชาติไทย คนที่มิได้มิสัญชาติไทย หรือแม้กระทั่งคนไร้สัญชาติ แต่พวกเขาเหล่านี้ เป็นมนุษย์ย่อมมีสิทธิในสิทธิมนุษยชนที่เขาควรได้รับการคุ้มครอง และหนึ่งสิ่งที่เขามี คือสิทธิในการสร้างครอบครัว ดังนั้นรัฐที่มีอำนาจเหนือดินแดนนั้นๆควรทำหน้าที่ดูแล และคุ้มครองสถานะภาพทางครอบครัวให้แก่พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นไปในลักษณะใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวแรงงานต่างด้าวที่พบกันในไทย หรือครอบครัวของแรงงานเหล่านั้นที่ตามมาจากต่างประเทศ หรือไม่ว่าจะเป็นครอบครัวกับคนไทยก็ตาม
อ้างอิง :
[1]"ประมวลความหมายของการสมรสข้ามชาติ.”(ออนไลน์).http://oneclick.law.go.kr/CSM/OvCnpRetrieveP.laf?csmSeq=598&ccfNo=1&cciNo=1&cnpClsNo=1 (สืบค้นวันที่ 19 พฤษภาคม 2557)