ความเจ็บปวดของลูก...แม่ขอรับไว้เอง แม่ขอเจ็บปวดแทนนะลูก

เมื่อมารับบทบาทเป็นแม่จึงได้รู้ว่า  " แม่รักเรามากแค่ไหน "

ดอกไม้ทั้ง 4ชนิดที่ครูอ้อยเฝ้าทะนุถนอม   หากท่านผู้อ่านเคยได้อ่านแล้วจะเข้าใจเรื่องที่จะบันทึกต่อไปนี้ได้ดียิ่งขึ้น  โดยเฉพาะท่านที่ติดตามอ่านอัตตชีวประวัติของครูอ้อย  ตอน  " ชีวิตในวัยครองเรือน " จะคล้อยตามเรื่องนี้และมองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

อีกครั้งหนึ่งจากบันทึกเรื่อง  การจัดการความรู้ : การแต่งงาน (Marriage  Management)  ซึ่งในเนื้อเรื่องของบันทึกนั้น  ได้กล่าวว่า

" ต้องไปแอบดูกันกันและกัน  ว่า " เป็นลูกเต้า  เหล่าใคร " และมีสมาชิกถามครูอ้อยว่า 

  • สืบประวัติขนาดนั้นเลยหรือ
  • ผมว่าขอให้ทั้งคู่รักกันก็พอแล้ว และอยู่ด้วยความเข้าใจ
  • ทำไม  ครูอ้อย  จึงต้องถาม  ซักถามถึงประวัติของคนที่จะมาเป็นทองแผ่นเดียวกัน

    ทั้งที่  น่าจะเข้าใจกันเท่านั้นเป็นพอ...

    ก็เพราะมีเรื่องหนึ่งที่พึงสังวรณ์ไว้ในบันทึกนี้ว่า..................

    วันหนึ่งในวันทำงานที่ครูอ้อยได้ไปสอนหนังสือตามปกติ  เสียงโทรศัพท์ได้ดังขึ้น  นักเรียนก็ยังอยู่ในห้องเรียน  ครูอ้อยแทบไม่ได้ยินเสียงคนที่เป็นต้นทางในโทรศัพท์สายนั้นเลย  แต่มีชื่อขึ้นที่หน้าปัดที่บันทึกไว้ว่า  "เอ็ดดี้"

    เอ็ดดี้  เป็นชื่อเล่นของลูกสาวคนที่สอง  ซึ่งเป็นดอกไม้ดอกเล็กๆที่แสนสวยของครูอ้อย

    เธอไม่พูดอะไรเลย  ครูอ้อยก็เฝ้าแต่ถามว่า  " เป็นอะไรหรือลูก  มีอะไรหรือเปล่า "  ลูกก็ไม่ตอบอะไรเลย

    สักครู่หนึ่ง  ครูอ้อยก็แทบจะหัวใจวาย  เมื่อได้ยินเสียงลูกสะอื้น  ฮึก ฮึก ฮึก  ครูอ้อยรีบถาม  " เป็นอะไรลูก  บอกแม่ซิ  ใครทำอะไรลูก  บอกแม่เร็ว  แม่ใจจะขาดแล้ว  แม่ไม่รู้เรื่องเลย "  ช่วงนั้นเป็นช่วงรอยต่อชั่วโมงของนักเรียนหมดพอดี  ครูอ้อยจึงได้พูดกับลูกนาน

    ความรู้สึกของครูอ้อยตอนนั้น  เหมือนใครมาเด็ดดวงใจไป  หัวใจเต้นเร็วไม่เป็นส่ำ  สุดแสนจะทรมานเมื่อได้ยินเสียงลูกร้องไห้  เหมือนใครเอามีดมากรีดหัวใจครูอ้อยก็ไม่ปาน.........

    ครูอ้อยค่อยๆถาม  " ถ้ายังพูดไม่ได้  ยังสะอื้นแบบนี้  แม่ไม่รู้เรื่องแน่  ลูกอยู่ไหน  แม่จะไปหา  บอกแม่มาเลยค่ะ  แม่จะไปหา"

    เสียงลูกสะอื้นไห้หนักขึ้น  ครูอ้อยยังไม่หมดปัญญา  ด้วยอยากรู้ว่าลูกเป็นอะไร  ทำไมร้องไห้ฟูมฟายขนาดนี้

    ครูอ้อยตัดสินใจพูดกับลูกว่า  " เอ็ดดี้  ไปล้างหน้า  บีบขี้มูกให้หมดจมูกเลยนะลูก  แล้วอีก 3 นาทีแม่จะโทรกลับไปหา "

    เสียงลูกตอบ  "ค่ะ"

    สามนาทีพอดี  ครูอ้อยรีบโทรไปหาลูก  ภาวนาว่า  คราวนี้ต้องฟังรู้เรื่องให้ได้  ถ้าไม่ได้ครูอ้อยจะไปหาลูกทันที

    และแล้วครูอ้อยก็เริ่มเปิดฉากว่า  " ไหน....ดีขึ้นหรือยังคะ "

    ลูกตอบ  " ค่ะ "  ครูอ้อยกระชั้นเข้าไป  " พูดให้แม่ฟังได้แล้วใช่ไหมคะ  ว่ามีอะไร  เกิดะอะไรขึ้น"  สักครู่หนึ่ง  ก็มีเสียงเธอร่ำไห้อีกครั้ง  ครูอ้อยยังไม่หมดกำลังใจ  รีบบอกว่า  " แม่จะไปหาลูกเดี๋ยวนี้  ถ้าลูกไม่บอกแม่ "

    เท่านั้นล่ะค่ะ  เสียงเหมือนฟ้าฟาดลงมาที่กลางใจครูอ้อย  " เขามีเมียแล้วค่ะ...แม่ "

    เท่านั้นล่ะ  ครูอ้อยนับ หนึ่ง..สอง..สาม..สี่..ห้า..หก..เจ็ด..แปด..เก้า..สิบ

    ครูอ้อยตอบไปอย่างเร็วว่า  " ก็ดีสิลูก  ให้รู้ตอนนี้ดีกว่าจะรู้ทีหลัง "

    เสียงลูกร่ำไห้มาอีก  อย่างเจ็บปวด

    แต่คนที่เจ็บปวดมากกว่า...คือ  ครูอ้อย

    ครูอ้อยรู้ว่าดอกไม้ดอกเล็กๆที่แสนสวยของครูอ้อย  เธอมีชะตากรรมเหมือนครูอ้อย  เก่ง  ปราดเปรียว  แต่ไม่มีโชคในเรื่อง...ความรัก

    เธอไปดูหนังประเภท  Sad Movies  มานั่นเอง

    ท่านผู้อ่านคงเข้าใจครูอ้อยแล้วว่า.....  การจัดการความรู้ : การแต่งงาน (Marriage Management)......  ทำไมครูอ้อยจึงต้องถาม 

    ถามไปถึงเทือกเถาเหล่ากอ.........