ตั้งแต่ได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ในภาควิชาการบริหารการศึกษา
ให้ผมรับผิดชอบสอนรายวิชา คุณธรรมฯ สำหรับผู้บริหาร

เพื่อเติมเต็มพัฒนานิสิตให้เป็นผู้บริหารที่มีคุณธรรมแท้

ผมได้ใช้ความพัฒนาทั้งตนเองและนิสิตให้เป็นผู้บริหารที่ทรงคุณธรรม

.

.

หลายปีแห่งความเพียรพยายาม

เริ่มเป็นมรรคเป็นผลขึ้นเป็นลำดับ หนอ

.

.

เมื่อคืนนี้จิตสงบรวมลงเป็นสมาธิดีมาก ๆ
จึงพิจารณาเดินปัญญาใคร่ครวญธรรม

ทำให้เชื่อมโยงเห็นเคล็ดทำบางประการครับ 

จึงขอนำมาเขียนถอดเป็นบทเรียนไว้ดังนี้ หนอ

.

.

ยอดเขามีหลายยอด แต่สำหรับวันนี้ตอนนี้ อยู่ที่ยอดนี้ หนอ

.

  • หลายปีก่อนตอนปฏิบัติธรรมใหม่ ๆ ยังไม่เห็นทางหลัก ไม่มีหลักแห่งตนนั้น
    ด้วยการภาวนาธรรม (แบบมั่ว ๆ) ทำให้ผมเข้าสู่สภาวะหนึ่ง
    ซึ่งตอนนั้นผมเรียกว่า เข้าสู่ความ "ว่าง" ที่ไม่ใช่การคิดว่าว่าง แต่เป็นการว่างจากความคิด
    (อธิบายด้วยภาษาได้ไม่ละเอียดนัก หนอ)
    ผมใช้เวลาอยู่เป็นเดือนในการกลับเข้าสู่สภาวะนั้นอีกครั้ง
    และได้เพียรพยายามดำรงอยู่ในสภาวะนั้น ในการดำเนินชีวิตประจำวันให้นานที่สุด
    ผลก็คือ สัดส่วนของสภาวะนั้นได้เพิ่มมากขึ้นและมีความละเอียดลึกเข้าไปเรื่อย ๆ
  • ปีที่แล้ว ผมได้เข้าศึกษาปฏิบัติตามแนวทางของหลักสูตร "ครูสมาธิ"
  • เมื่อคืนนี้เมื่อจิตรวมลงเป็นสมาธิ ผมนำ 2 อย่างข้างต้นเข้ามาพิจารณาประกอบกัน
    พบว่า ..

.

.

.

.

พบว่า..

ดูเหมือนว่า ผมอาจสามารถสร้างหลักสูตรเพื่อย่นระยะการเดินบนเส้นทางธรรม 7 ปีของผม

ให้เหลือเพียงไม่ถึงปีได้ หนอ

.

.

.